ชวนแฟนไปนอนกระท่อมลอยน้ำ ล่องแพดินเนอร์กลางเขื่อนที่ "รักษ์น้ำรีสอร์ท" กันม่ะ? รีวิวโดย Freelance บ้าเที่ยว

รีวิวในพันทิป https://pantip.com/topic/36683963เมื่ออาทิต์ที่ผ่านมา พวกเรามีโอกาสได้ไปพักผ่อนกันที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งบนผืนน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี เป็นการมาพักผ่อนแค่1คืน ก็เลยเก็บภาพบรรยากาศมาฝากเพื่อนๆในแบบฉบับกระทัดรัด เผื่อใครจะชอบหรืออยากจะไปสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกนี้แบบเรา "

ชวนแฟนไปนอนกระท่อมลอยน้ำ ล่องแพดินเนอร์กลางเขื่อนที่ "รักษ์น้ำรีสอร์ท" กันม่ะ?

ชวนแฟนไปนอนกระท่อมลอยน้ำ ล่องแพดินเนอร์กลางเขื่อนที่ "รักษ์น้ำรีสอร์ท" กันม่ะ?


รีวิวในพันทิป https://pantip.com/topic/36683963

เมื่ออาทิต์ที่ผ่านมา พวกเรามีโอกาสได้ไปพักผ่อนกันที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งบนผืนน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี

เป็นการมาพักผ่อนแค่1คืน ก็เลยเก็บภาพบรรยากาศมาฝากเพื่อนๆในแบบฉบับกระทัดรัด เผื่อใครจะชอบหรืออยากจะไปสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกนี้แบบเรา



" รักษ์น้ำรีสอร์ท " ที่พักแนวกระท่อมลอยอยู่บนน้ำที่หลายๆคนคงจะเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง ด้วยเอกลักษณืที่ไม่เหมือนใครบนผืนน้ำของเขื่อนแห่งนี้ โดยมีขนานนามที่คุ้นหูว่า "มัลดีฟส์น้ำจืดของเมืองไทย" ด้วยบรรยากาศที่มีวิวสวยงาม ล้อมลอบไปด้วยภูเขา มันจึงเป็นแรงผลักดันที่ทำให้พวกเราอยากจะลองมาทิ้งตัวลงนอนกันที่นี่กันสักครั้ง ฮ่าๆ



ฝากติดตามเพจของพวกเราด้วยนะครับ https://www.facebook.com/wanderaroundthailand

ขับรถจากกรุงเทพฯ เพียงแค่3 ชั่วโมง ตามเส้นทาง อ.ศรีสวัสดิ์ โดยรีสอร์ทอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญประมาณ 80 กม. ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้เราพาสายฝนมาด้วยอีกเช่นเคย (ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนช่วงนี้ จะเจอกับสายฝนตลอดเลย) แต่มันก็มีข้อดี คือ ทำให้อากาศที่เขื่อนเย็นสบาย ได้บรรยากาศชิลล์ไปอีกแบบ


เมื่อมาถึงที่พัก เราก็ได้แต่นั่งดูสายฝนไปพลางๆ และภาวาให้ตกแค่แป๊บเดียว เพราะมื้อเย็นเราอยากจะสัมผัสบรรยากาศของการดินเนอร์บนแพกลางเขื่อน แต่หากฝนยังคงเทลงมาอย่างต่อเนื่องอยู่แบบนี้ กิจกรรมที่ว่านั้นอาจจะต้องยกเลิก และสิ่งที่เราขอมันก็เป็นผลจริงๆ ฝนเทลงมาได้ประมาณ15นาที ท้องฟ้าก็เปิด

ห้องพักที่นี่จะแบ่งเป็น3โซนครับ คือ โซนที่เป็นแบบแฟมิลี่บ้านหลังใหญ่ แบบมัลดีฟ และแบบโมเดิร์น แยกห้องพักเป็นบ้านเรียงต่อๆกัน มีทางเดินเชื่อมทอดยาวไปมาบนผิวน้ำ ส่วนของห้องที่เราได้พักนั้นจะเป็นแบบโมเดิร์นครับ ซึ่งมีความตั้งใจของเราตอนแรกอยากจะพักห้องมัลดีฟส์ เพราะอยากเห็นวิวผืนน้ำ ภูเขา แบบ360องศา แต่ห้องที่เราหวังนั้นดันเต็ม เลยอด T-T



และนี่คือห้องพักของเราครับ เป็นโซนโมเดิร์น ซึ่งอาจจะดูแปลกๆตาเมื่อเทียบกับอีก2โซน แต่ด้านในบอกเลยว่าดีงามมาก ไม่เล็กอย่างที่คิดไว้ นอน2คนได้สบายๆ ห้องน้ำก็ดูสะอาด ที่อาบน้ำก็เป็นแบบมีที่กั้น รับรองว่าไม่มีพื้นห้องน้ำเปียกแน่ๆ

นอกจากนั้นรีสอร์ทยังมีกิจกรรม พายเรือคายัค สไลด์เดอร์น้ำ บอลลูนน้ำ ที่สามารถเล่นได้ฟรี และอีกอย่างที่เราชอบก็คือ บ่อปลาคราฟ ปลาเยอะมากกก ให้อาหารได้ด้วย ซึ่งบ่อจะอยู่จุดแรกๆเลยครับ ดังนั้นก่อนที่จะถึงห้องพัก จะต้องผ่านจุดนี้ก่อนเสมอ


ส่วนนี่คือโซนมัลดีฟส์ครับ เป็นโซนที่ใครๆก็อยากจะจับจอง วิวสวยกว่าโซนอื่นๆมากกก แต่เรามาช่วงวันหยุดก็เลยแห้ว เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า เลยได้แต่เดินชม พร้อมบอกกับตัวเองว่า "คราวหน้าไม่พลาดแน่" ฮ่าๆ


นอกจากรูปแบบของรีสอร์ทที่เป็นแนวกระท่อมชวนให้หลงไหลแล้ว สิ่งที่พีคมากไปกว่านั้นก็คือ การล่องแพดินเนอร์อาหารเย็นกลางเขื่อน หืมมม.. คือมันโรแมติกสุดๆ นี่บอกเลยว่าเป็นโมเม้นแรกของเราเลยก็ว่าได้ นั่งทานอาหารเย็นบนแพไปพร้อมๆกับดูแสงยามเย็น โดยหากทางเราประสงค์จะล่องแพนั้น จะต้องแจ้งทางพนักงานก่อนนะครับ เพื่อพนักงานจะได้ทำการจองที่นั่งบนแพไว้ให้เรา ส่วนเรื่องอาหารเราต้องสั่งก่อนที่จะลงแพครับ ซึ่งการล่องแพนั้นจะเริ่ม 18.00น. เป็นต้นไป

และนี่ก็คือหน้าตาอาหารที่เราสั่งไปครับ ผมจำไม่ได้ว่ามันคืออะไรบ้าง จำได้แค่เมี่ยงปลา ฮ่าๆ ซึ่งบอกเลยว่าแขกที่มาล่องแพจะสั่งเมนูนี้เกือบทุกโต๊ะ เพราะถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูSignature ของรีอร์ท

บอกเลยว่านี่คือครั้งแรกของเราเลย กับการดินเนอร์อาหารเย็นกลางเขื่อน คือแบบว่ามีแพเราแพเดียวเลย โชคดีที่ฝนหยุดทัน ไม่งั้นเราก็คงจะไม่ได้สัมผัสกับโมเม้นแบบนี้แน่นอน

ชั่วโมงกว่าๆ ที่แพจะลอยอยู่กลางเขื่อน แพจะหยุดที่จุดนี้ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงครับ ให้เราได้นั่งทานอาหารและชมแสงสุดท้ายสวยๆ เพราะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุด


แค่เห็นวิวใจก็ละลายแล้วครับ เรียกได้ว่ารอบๆตัวเรามองไปทางไหนก็จะเจอกับผืนน้ำและภูเขาเรียงรายกันเต็มไปหมด วันไหนโชคดีหน่อยก็จะเห็นหมอกลอยอยู่บนยอดเขาเหล่านั้น


ส่วนโซนนี้เรียกว่าเป็นโซนแฟมมิลีครับ บ้านพักจะดูหลังใหญ่กว่าโซนอื่นๆ เป็นกระท่อม2หลังติดกัน เหมาะกับคนที่มาพักผ่อนแบบครอบครัวหรือมาแบบเป็นก๊วนเพื่อน

ไหนๆก็ไหนๆละ ขอเข้าไปชมห้องแบบแฟมิลีให้เป็นบุญตากันสักหน่อย พื้นที่ใช้สอยภายในห้องกว้างมาก เรียกได้ว่ายกบ้านส่วนตัวมาไว้ที่นี่ทั้งหลังเลยครับ ฮ่าๆ

คือดี คืออยากพัก แต่เผอิญมากันแค่สองคน กลัวจะใช้พื้นที่ไม่คุ้ม เลยขอไปนอนบ้านหลังเล็กกันดีกว่า ฮ่าๆ

และที่ชอบมากคือ ทางเดินไม้ที่สามารถเดินเชื่อมกันได้ทุกจุดภายในรีสอร์ท หากใครขี้เกียจเดินก็สามารถโทรเรียกรถกอล์ฟให้มารับและส่งได้ครับ เรียกได้ว่าสะดวกสบาย

นี่บอกเลยว่าคุ้มมาก ถึงแม้จะเป็นการมาพักผ่อนแค่คืนเดียวนะเนี๊ย หากได้อยู่นานกว่านี้คงไม่อยากจะกลับกรุงกันละ แถมคิดว่าตัวเองได้มาเที่ยวมัลดีฟส์จริงๆซะอีก ฮ่าๆ

รีสอร์ทมีมุมให้ได้นั่งชิลเยอะมากก และนี่ก็เป็นอีกมุมที่เราเลือกมานั่งครับ เป็นโซนของร้านกาแฟ สามารถมองเห็นบรรยากาศของรีสอร์ทได้เกือบทั้งหมด

สะพานแขวนก็มีนะ เรียกว่า "สะพานบอกรัก"

รีวิวนี้เป็นงงๆกับตัวเองยังไงไม่รู้ เพราะกลับมายังมึนๆกับการโยกเยกไปมาของแพไม่หายเลย ฮ่าๆ เอาเป็นว่าหากใครกำลังมองหาที่พักผ่อนแบบครอบครัว แบบก๊วน หรือจะมาสวีทกับแฟน ลองเลือกมาที่นี่ดูครับ บอกเลยว่ามาที่นี่ได้รูปอัพเฟสแบบรั่วๆแน่



สอบถามเพิ่มเติม :

Tel : 034-696212

web : http://ruknamresort.com

Fb : https://www.facebook.com/ruknamresort.kanchanaburi

ความคิดเห็น