Road Trip ตามล่าทะเลหมอก พะเยา X เชียงราย รีวิวโดย I'm Passenger

สวัสดีจร้าาา บอกก่อนเลยว่าทริปนี้จริงๆไปมานานแล้วตั้งแต่เดือนธันวาปีที่แล้ว แต่เพิ่งมีเวลาเอามาลงรีวิว แหะๆ เผื่อเอาไว้เป็นแนวทางของปีนี้สำหรับคนที่จะไปได้น้าา โดยทริปนี้แพลนไว้ 3 คืน ภูลังกา 1 คืน , ผาตั้ง 1 คืน , ภูชี้ฟ้าอีก 1 คืน << ฝากเพจไว้หน่อยน้า https://www.facebook.com/ampassenger

Road Trip ตามล่าทะเลหมอก พะเยา X เชียงราย

Road Trip ตามล่าทะเลหมอก พะเยา X เชียงราย


สวัสดีจร้าาา

บอกก่อนเลยว่าทริปนี้จริงๆไปมานานแล้วตั้งแต่เดือนธันวาปีที่แล้ว แต่เพิ่งมีเวลาเอามาลงรีวิว แหะๆ เผื่อเอาไว้เป็นแนวทางของปีนี้สำหรับคนที่จะไปได้น้าา โดยทริปนี้แพลนไว้ 3 คืน ภูลังกา 1 คืน , ผาตั้ง 1 คืน , ภูชี้ฟ้าอีก 1 คืน << ฝากเพจไว้หน่อยน้า https://www.facebook.com/ampassenger >>

เราออกเดินทางกันจาก กทม วิ่งยาวๆสู่ ภูลังการีสอร์ท โดยใช้เส้นทางสายเอเซียไปจนถึงนครสวรรค์ เลี้ยวไปทางพิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ พะเยา แล้ววิ่งต่อไปทาง อ.จนไปถึง ภูลังการีสอร์ท

หลายคงก็คงรู้จักและเคยเห็นวิวของที่นี่มาบ้าง ที่เค้าว่ากันว่าที่พักหลักร้อยวิวหลักล้านนนนนน เช้ามาเราโชคดีเจอทะเลหมอกก็เลยได้เห็นวิวหลักล้านจริงๆ วิวก็เป็นแบบนี้แล่ะ

มุมนี้เดินออกจากรีสอร์ทมาทางซ้ายมือก็จะเจอจุดชมวิว

ราคาที่พัก มีตั้งแต่ 700-หลักพัน รวมอาหารเช้า สำหรับเต๊นท์ 300-450 รวมอาหารเช้า หากนำเต๊นท์มาเองคิดคนละ 150 รวมอาหารเช้า ราคานี้วิวนี้คุ้มมากๆ

อีกซักรูปก่อนเดินทางต่อ

หลังจากอิ่มเอมกับวิวและอาหารเช้าแล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อ เป้าหมายต่อไปคือ ผาตั้ง เชียงราย แวะเติมเสบียงกันก่อนแล้วเดินทางต่อไปยัง อ.เวียงแก่น จากเชียงราย

ระหว่างทางก่อนถึงผาตั้ง ชมวิวเพลินๆ

ที่พักผาตั้ง : คืนนี้เราก็กางเต๊นท์กันอีกเช่นเคย โดยการตรงบริเวณลานจอดรถที่ อบต.จัดไว้มีห้องน้ำไว้ให้บริการพร้อม เดินหน่อยเดียวก็ขึ้นไปบนจุดชมวิวได้เลย บริเวณนี้มีร้านอาหารให้บริการ


ที่เห็นไฟๆข้างเขานั่น นั่นแล่ะที่กางเต๊นท์ ส่วนทางขวามือที่เป็นซุ้มๆนั่นทางขึ้นดอย เดินถึงกันสบายๆ

แต่ถ้าหากใครไม่กางเต๊นท์รอบๆผาตั้งก็มีที่พักให้เลือกเยอะพอสมควร

กางเต๊นท์เสร็จก็ไปดูพระอาทิตย์กกันเถอะ

ตรงนี้เป็นเนิน 102 ระหว่างรอพระอาทิตย์ตก

พระอาทิตย์ตกแล้ววว ใครยืนอยู่ตรงนั้นน่ะ มุมได้พอดีเลย

ดอยผาตั้งมีจุดชมวิวหลายจุดไม่ว่าจะเป็น ช่องผาขาด,เนิน 102,เนิน 103 สวยๆทั้งนั้น เดินถึงกันและชมวิวได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก ชมวิวยามเย็นเสร็จก็ได้เวลาแคมป์ปิ้งนั่งกินบรรยากาศยามค่ำคืน อากาศเย็นเลยทีเดียว นอนอยู่ในถุงนอนนี่ดีสุดๆ เช้ามาไม่อยากจะออกจากถุงนอนเลยยย ให้ตายสิ แค่ก็ต้องกลั้นใจลุก เพื่อไปดูวิว ฮึบๆ แบกร่างเดินฝ่าความมืดและความหนาวขึ้นไปรอพระอาทิตย์ขึ้นกันเถอะ

นั่งรอตั้งแต่ยังมืดๆจนฟ้าสว่าง ดวงอาทิตย์กำลังโผล่ออกมาแล้วว

วิวตอนเช้าทะเลหมอกก็จะหนานุ่มประมาณนี้ ตรงนี้เป็นเนิน 103 เนื่องจากเนิน 102 คนเยอะเราเลยเลือกเดินมาไกลกว่าละกัน คนน้อยดีไม่ต้องแย่งกันถ่ายรูป

ใต้ทะเลหมอกนั้นก็คือแม่น้ำโขง


สำหรับดอยผาตั้งก็จะสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1635 m

เก็บป้ายซะหน่อย

ฟ้าสว่างเก็บภาพที่เนิน 103 จนหนำใจเราก็เดินย้อนกลับมาที่เนิน 102 และช่องผาขาด จุดนี้คนค่อนข้างเยอะ หากใครชอบคนน้อยๆเราแนะนำเนิน 103 เลย

ช่องผาขาด

แวะเก็บภาพระหว่างเดินไปเนิน 102

ยอดทางขวานี่คือเนิน 102

เก็บภาพจนเพลินสายๆก็ลงมาเก็บเต๊นท์แวะหาไรกินแล้วก็เดินทางต่อไปที่หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว ซึ่งเราว่าเป็นจุดกางเต๊นท์ที่ดีมากๆคนไม่ค่อยเยอะ สามารถขึ้นไปภูชีฟ้าได้เลย หรือจะมาเที่ยวที่อื่นแถวนั้นเช่น ภูชี้ฟ้า,ชี้ดาวก็ทำได้ แล้วอีกอย่างที่นี่มีดอกนางพญาเสือโคร่งด้วยน้า มาช่วง มกราคม อาจจะได้เห็น

ซึ่งทางเข้าไปหน่วยจะอยู่แถวๆ บ้านร่มฟ้าทอง ตรงปากทางจะมีรีสอร์ทอยู่หลายแห่ง

มาถึงแล้ววว

บรรยากาศดีน้า จิงๆจากที่นี่ก็เดินขึ้นยอดภูชี้ฟ้าได้เลยเหมือนกัน

เลยหน่วยไปก็ขึ้นภูชีฟ้าได้เลย แต่ช่วงเช้าจะไม่ให้เอรถส่วนตัวขึ้นเพราะว่าทางแคบหากสวนกันค่อนข้างอันตราย ต้องอาศัยรถโดยสารขึ้นไป ปริมาณรถจะได้ไม่เยอะเกิน

แพลนเย็นนี้ก็พักผ่อน แพลนต่อไปคือพรุ่งนี้เช้าขึ้นภูชี้ดาว แล้วสายๆค่อยขึ้นภูชี้ฟ้า สำหรับการจะขึ้นภูชี้ดาวต้องติดต่อรถชาวบ้านขึ้นไปจุดเริ่มเดิน ซึ่งก็ติดต่อที่ปากทางขึ้นได้เลยหรือใครพักรีสอร์ทก็ให้รีสอร์ทติดต่อให้ได้เลย ข้อมูลติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลปอ โทร. 053 602 742, 053 602 743

ข้ามมาที่ตอนเช้ามืดเลยละกัน ระหว่างรอขึ้นรถกระบะชาวบ้าน หนาวมากกกก นั่งรถไปซักพักแล้วก็ต้องเดินขึ้นถูต่ออีกประมาณ 500 เมตร ทางลื่นนิดหน่อยแต่ก็เดินได้สบาย อากาศเย็นๆ ยังตื่นไม่เต็มที่ด้วย แล้วต้องมาเดินเขาแบบนี้ โอย คิดถึงถุงนอนในเต๊นท์จริงๆ แต่พอขึ้นมาถึงแล้วก็หายเหนื่อยเลย โคตรสวยยยยยยย



หมอกหนาสะใจมากกก มันไม่ได้มีแค่ข้างล่างนะ บางทีลมแรงๆตีไอหมอกขึ้นมาจนกล้องเปียกเลยแล่ะ

ข้างล่างก็เป็นแม่น้ำโขงเช่นเคย บางช่วงลมแรงและตีหมอกขึ้นมาบ่อยๆ ก็สวยไปอีกแบบ ไปชมรูปกันให้เต็มที่เลย


วิวมันได้

หมอกแบบ 360 องศา

หมอกอันหนานุ่มมมมมม

เต็มอิ่มเลยเจอแบบนี้ ธรรมชาติเป็นใจมากกก ขึ้นมาแล้วได้เห็นวิวงามๆแบบนี้
อยู่ภูชี้ดาวตั้งแต่เช้ามืดยัน 8 โมงเราก็ลง กลับไปที่หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว
เพื่อเก็บเต๊นท์แล้วขึ้นไปชมวิวที่ภูชี้ฟ้าต่อ แถวนี้ดีตรงที่จุดชมวิวหลายๆที่อยู่ใกล้ๆกันเลยเที่ยวได้คุ้มหน่อย
มีภูชี้เดือนอีกที ไว้คราวหน้าค่อยมาชมละกัน คราวนี้ไปชมวิวภูชี้ฟ้ากันก่อนใกล้จบละ
อย่าเพิ่งเบื่อทะเลหมอกกันล่ะ

มาแล้วภูชี้ฟ้าาาา

ขนาดนี่ 10 โมงกว่าแล้วหมอกยังไม่หมดเลย

สายมากแล้วได้เวลากลับ ปะ กลับกันดีกว่าา

ลงจากภูชีฟ้าก็ว่าจะ กทม กันเลย แต่พอมาถึงแพร่กินข้าวกันเสร็จก็เย็นมากแล้ว แวะกลับไปนอน น่าน ต่ออีกซักคืนละกัน พักเหนื่อยก่อน ฮ่าๆๆ และก็เรทไปอีก 1 คืนกว่าจะถึง กทม.

จริงๆมี road trip น่าน พะเยา อีกที่นึง เด๋วรอบหน้าจะมารีวิวให้ฟัง คราวนี้ไปก่อนละ

แวะไปทักทายกันได้น้า https://www.facebook.com/ampassenger ขอบคุณคร้าบบ

ความคิดเห็น