“เกาะรอก” สวรรค์น้อย ๆ แห่งอันดามัน รีวิวโดย จูงมือกันเที่ยว by NaiSoop

เกาะรอก สวรรค์น้อย ๆ ที่มีน้ำทะเลใส ๆ หาดทรายขาว และปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สุด ๆ สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาไปเกาะที่เรียกได้ว่า "สวรรค์น้อย ๆ แห่งอันดามัน" เกาะรอก….เกาะเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ คนอาจจะมองข้าม เรามาดูกันก่อนว่า เกาะรอกมันตั้งอยู่ตรงไหน เดินทางไปยังไงกันก่อนนะครับ เกาะรอกนี้ ประกอบด้วยเกาะ

“เกาะรอก” สวรรค์น้อย ๆ แห่งอันดามัน

“เกาะรอก” สวรรค์น้อย ๆ แห่งอันดามัน


เกาะรอก สวรรค์น้อย ๆ ที่มีน้ำทะเลใส ๆ หาดทรายขาว และปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สุด ๆ

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาไปเกาะที่เรียกได้ว่า "สวรรค์น้อย ๆ แห่งอันดามัน" เกาะรอก….เกาะเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ คนอาจจะมองข้าม เรามาดูกันก่อนว่า เกาะรอกมันตั้งอยู่ตรงไหน เดินทางไปยังไงกันก่อนนะครับ

เกาะรอกนี้ ประกอบด้วยเกาะที่มีขนาดใกล้เคียงกันอยู่ 2 เกาะ คือเกาะรอกนอก และเกาะรอกใน (ในแผนที่ของ Google Map เรียกเกาะรอกน้อย และเกาะรอกใหญ่) ทั้ง 2 เกาะ ถูกกั้นด้วยร่องน้ำความกว้างแค่ประมาณ 100 เมตร อยู่ในเขตของจังหวัดตรัง เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อยู่ห่างจากเกาะลันตาเพียง 30 กิโลเมตร จุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามของปะการังน้ำตื้นที่ยังอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการดำน้ำประเภทสน็อคเกิ้ล

เราเดินทางโดยนั่งเรือสปีดโบ๊ตของ Love Andaman จากจังหวัดภูเก็ต มาที่เกาะรอก โดยใช้เวลาโดยประมาณ 1.45 – 2 ชม. เวลาในการเดินทางขึ้นอยู่กับความเร็วลมและระดับความแรงของคลื่นครับ

ผมขอข้ามช่วงระหว่างเดินทางมาเลยนะครับ เพราะวันที่เราเดินทางคลื่นลมค่อยข้างแรง หลาย ๆ คนใช้วิธีนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้ตัวเองเมาเรือ แนะนำว่าถ้าใครเมาเรือง่ายให้กินยาแก้เมาเรือมาก่อนขึ้นเรือประมาณ 1/2 ชม. นะครับ (ผมเองยังแทบแย่เลย)

พอน้อง มิวสิค ไกด์ประจำทริปนี้ ประกาศว่าเราถึงเกาะรอกแล้ว…ความกังวลใจก็หายไปเลย พร้อมกับภาพบรรยากาศที่เห็นแล้วลืมไปเลยว่า เราเดินทางมากันยังไง..หาดทรายขาวละเอียดเหมือนแป้ง น้ำทะเลที่ใสจนเห็นพื้นด้านล่างที่มีประการังอยู่ไม่ไกลจากฝั่ง เสียดายมากถ้าผมปฏิเสธทริปนี้ไปเพราะกลัวการเมาเรือ ดูจากเวลาเราทำได้ดีครับ ครั้งนี้ทาง Love Andaman มาให้เราลองนั่งเรือที่ทำจากอลูมีเนียมที่มีน้ำหนักเบากว่าไฟเบอร์กลาสที่ เรือทั่ว ๆ ไปใช้ และข้อดีอีกอย่างคือเรือที่ทำด้วยอลูมีเนียมจะสู้คลื่นได้ดีกว่าไฟเบอร์กลาส


วันนี้น้ำใสมาก ๆ เรียกได้ว่าในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาวันนี้น้ำใสสุด ๆ ปราศจากควันไฟป่าจากอินโดนีเซีย แดดก็ดี ฟ้าก็ใส เหมาะมาก ๆ ในการดำน้ำครับ

หาดนี้มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย เรียกได้ว่าค่อนข้างสงบและเป็นส่วนตัว บนเกาะไม่มีบ้านคนอยู่ครับ มีแต่ที่ทำการของอุทยาน พร้อมกับห้องน้ำและห้องอาบน้ำ โดยทางอุทยานก็มีเต็นท์ให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการค้างคืนได้ใช้บริการด้วย

ที่เกาะรอกนี้มีหาดทรายที่ทอดตัวยาว ตลอดแนวเกาะ ทำให้เราได้มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมได้หลายอย่าง รวมถึงประการังน้ำตืนที่สามารถดำดูได้โดยไม่ไกลจากชายฝั่งเลย

ไม่รู้จะบรรยายยังไงดีครับ เพราะเหมือนเราเหมาเกาะเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียวเลย ทาง Love Andaman เองจะมีเรือมาที่เกาะนี้เพียงรอบเดียวต่อวัน ออกไม่เกิน 3 ลำ เพื่อความสงบและการจัดการที่ดี ไม่ให้มีปัญหากันอีกทีในภายหลัง ถือเป็นหนึ่งในแนวคิดของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ กำลังดำเนินการครับ


เราเดินกันไปจนเกือบสุดหาด จะเห็นเหมือนมีเกาะอยู่กลางน้ำ ตอนแรกยังคิดอยู่ว่า อยากจะลองข้ามไปดู น่าจะเหมือนทะเลแหวกที่พอจะหาวิธีข้ามไปได้อยู่

แต่เนื่องจากเดี๋ยวเราต้องไปกินข้าว และไปดำน้ำที่แนวปะการังกันต่อ ก็เลยล้มเลิกความคิดตรงนี้ไป แต่ก็ดีแล้วครับเพราะมาดูจากแผนที่อีกที มันคือร่องน้ำที่กว้างกว่า 100 เมตรอย่างที่บอกไว้ตอนต้น ภาพมันกินตาจริง ๆ ไม่คิดว่าจะห่างกันขนาดนี้ จุดในภาพคือจุดที่ยืนถ่ายเลยนะครับ

ผมลองถ่ายระยะมาให้ดูว่า ปะการังอยู่ใกล้ขนาดไหน จากที่ผมยืนถ่ายอยู่คือชายทะเลตรงที่เป็นหาดทราย และในรูปที่เห็นเป็นเงา ๆ ท่ามกลางน้ำทะเลใส ๆ นั่นก็คือปะการังครับ

อาหารตามแบบฉบับของ Love Andaman ครับ จัดเต็มกันเลย จริง ๆ แล้วเราต้องไปดำน้ำกันก่อน ค่อยขึ้นมากินกลางวันกัน แต่ด้วยความที่เราดื่มด่ำบรรยากาศมากกันไปหน่อย ถ่ายรูปแอ็คติ้งกันสุดฤทธิ์ ใครมีอะไรเด็ดก็งัดขึ้นมาเลย ก็เลยต้องมากินข้าวกันก่อนไปดำน้ำ ก็ต้องระวัง ๆ หล่ะครับ ไม่กินให้เยอะมากเอาพออิ่ม ไม่อยากไปให้อาหารปลาในทะเล มันไม่ดี…(เห็นแล้วเสียดายชะมัด อร่อย ๆ ทั้งน้านนนน)


หลังจากเราทานมื้อกลางวันกันเรียบร้อยแล้วก็เตรียมไปดำ น้ำกันหล่ะครับ เพราะตอนนี้น้ำเริ่มเพิ่มระดับแล้ว เดี๋ยวขึ้นสูงไปจะ snorkel กันไม่เห็นปะการังแบบชัด ๆ

เรือออกไปสักระยะ ทาง Love ก็ชี้ให้ดูถึงความสมบูรณ์ของปะการังครับ ไม่ไกลจากฝั่งก็เห็นแล้วมันมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์จริง ๆ แต่จุดที่เราจะดำไม่ใช่ตรงนี้ เป็นบริเวณของเกาะรอกน้อย หรือเกาะรอกใน ไม่ไกลครับวิ่งเรือไปแป็บเดียวเอง

จริง ๆ แล้วเราสามารถนั่งเรือหางยาวจากเกาะลันตามาได้ครับ ใช้เวลาประมาณ 1.15 ชม. ลำนี้จอดอยู่ตรงฝั่งของเกาะรอกน้อย ซึ่งจะมีชายหาดไม่เยอะครับมีเวิ้งอยู่นิดเดียว

พอถึงจุดผูกทุ่นเรือแล้ว (อย่าสนับสนุนทัวร์ไหนก็ตามที่ใช้การทิ้งสมอนะครับ) ก็จัดแจงเตรียมตัวดำน้ำกันเลยครับ


หลังจากนี้ผมจะเปลี่ยนเป็นกล้อง Action Cam เพื่อใช้เก็บภาพใต้น้ำแล้วหล่ะครับ…ต้องขอบอกก่อนว่าเป็นครั้งแรกที่ใช้ กล้องประเภทนี้ ตัวที่ใช้ก็ยืมเค้ามา ภาพที่ได้ก็เลยไม่ค่อยได้ดั่งใจเท่าไหร่ สีสันก็ไม่ค่อยจะสวยเหมือนคนอื่นเค้า แถมวิดีโอที่อัดมาก็ลืมเปิดกันสั่น จนเอามาดูไม่ได้ ปวดหัว…ให้ดูถึงความสมบูรณ์ของปะการังแทนแล้วกันนะครับ

ให้ดูที่ระดับน้ำทะเลกับตัวคน แล้วก็กลุ่มของปะการังครับ มีอยู่เยอะมากจริง ๆ โดยในบริเวณที่เราดำตอนแรกจะยังมีกลุ่มของสัตว์ทะเลน้อยอยู่ อาจจะเกี่ยวกับกระแสน้ำ จะเห็นปลาตัวใหญ่อยู่ประปราย

สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การดำน้ำ สามารถใช้ฟินดำลงไปมากกว่าระดับผิวน้ำได้เพื่อไปเก็บภาพใกล้ ๆ ได้เลย

ดำได้สักพัก ผมก็ขอเปลี่ยนโซนครับ ไปแถวโซนที่เห็นน้องปลาได้เยอะหน่อย ก็เรียกได้ว่าอยู่กันเป็นฝูงหล่ะครับ ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ อยู่คละ ๆ กันไป


เสียดายครับ ผมถือว่าเป็นมือใหม่ในการหัดดำน้ำเลย เลยไม่ค่อยได้ภาพอะไรเท่าไหร่ เห็นบางคนได้เจอน้องนีโม รวมไปถึงฝูงปลาหมึกด้วย

เราดำกันได้สักพัก ก็เตรียมขึ้นเรือครับ เพื่อไปรับคนแล้วไปดำต่อกันที่เกาะห้า ในเส้นทางขากลับ

เดินทางมากันได้สักพักนึง (รู้สึกเร็วกว่าขามา) ก็มาถึงเกาะห้าครับ แล้วก็เป็นที่น่าเสียดายอีกครั้งนึง ที่คลื่นลมแรง ไม่เหมาะที่จะลงเล่นน้ำสักเท่าไหร่ พร้อมกับเมฆฝนเริ่มก่อตัวแล้ว เรียกได้ว่าถ้าจอดเรืออยู่นิ่ง ๆ หล่ะก็ โคลงกันจนคนที่ไม่ได้ดำอาจจะลำบากได้เลย

เราเลยตัดสินใจกันว่า ไม่เป็นไรเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เราเลยกลับเข้าฝั่งกันดีกว่า เสียดายเหมือนกันครับที่ไม่ได้ดำตรงนี้ ที่เห็นเป็นแถบสีเข้ม ๆ ตรงนั้นคือปะการังทั้งนั้นนะครับ ระดับน้ำอาจจะลึกว่าตรงเกาะรอกหน่อย เพราะตรงนี้เป็นเกาะกลางน้ำเลย

ผมได้แต่เก็บภาพเอาไว้ และสัญญากับตัวเองว่าจะต้องกลับมาแก้มืออีกครั้งให้ได้เลย หลาย ๆ จุดที่เกาะรอกผมเองก็ยังไม่ได้สำรวจไปถึงไหนต่อไหน เห็นว่ามีจุดชมวิวด้วยนะครับ แต่เวลาอาจจะไม่พอ เพราะวันที่ไปแดดมันดีจริง ๆ เหมาะจะออกไปดำน้ำมากกว่า…ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายที่เก็บภาพแล้วหล่ะครับ แต่ผมตั้งใจแล้วว่าจะต้องกลับมาอีกครั้งแน่นอนครับ

สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณทาง Love Andaman ที่พามาเที่ยวในเส้นทางใหม่ที่กำลังจะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้มาชมกัน รับรองเลยครับว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ ประทับใจทุกคน ๆ ไม่ว่าจะเป็นไกค์หรือกัปตัน หรือทีมงานที่ดูแลตลอดการเดินทางครับ

ผมเลยขอเอาข้อมูลการเดินทางพร้อมทั้งรายละเอียดแพ็คเกจมาให้ดูกันนะครับ เผื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ

อีกส่วนนึงที่ไม่ขอบคุณคงไม่ได้ สายการบิน Thai AirAsia ผู้ที่สนับสนุนการเดินทางมาที่ภูเก็ตในครั้งนี้ ขอลาไปด้วยภาพ หมู่เกาะในภาพคือหมู่เกาะลาด อยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ครับ ใครอยากได้ภาพแบบนี้แนะนำให้ขากลับนั่งทางฝั่งขวา เที่ยวบิน FD 3008 เวลาในการเดินทางบินกลับคือ 16.40 ครับ ถ้าอากาศดี ๆ ได้มุมดี ๆ ก็จะได้เห็นภาพแบบนี้แหล่ะครับ

ความคิดเห็น