Japan Train Trip #Episode13 รีวิวโดย Piyai&Noolek

สำหรับเช้าวันนี้กลับเข้าวงจรชีวิตแบบเดิมของเราค่ะ ออกเดินทางไปเที่ยวกันอีกครั้ง และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เรารอคอย ก็เพราะเป้าหมายการเดินทางมาญี่ปุ่นครั้งนี้คือการมานั่งรถไฟ และการนั่งรถไฟในวันนี้ก็คือขบวนรถไฟที่เป็น rare item ของญี่ปุ่นอีกขบวนหนึ่ง เพราะการจะได้นั่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องวางแผน ต้อง

Japan Train Trip #Episode13

Japan Train Trip #Episode13

 วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 19.00 น.

 วันที่เดินทาง 8 มิ.ย. 2561

สำหรับเช้าวันนี้กลับเข้าวงจรชีวิตแบบเดิมของเราค่ะ ออกเดินทางไปเที่ยวกันอีกครั้ง และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เรารอคอย ก็เพราะเป้าหมายการเดินทางมาญี่ปุ่นครั้งนี้คือการมานั่งรถไฟ และการนั่งรถไฟในวันนี้ก็คือขบวนรถไฟที่เป็น rare item ของญี่ปุ่นอีกขบวนหนึ่ง เพราะการจะได้นั่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องวางแผน ต้องดูตารางเดินรถดีๆ และจองล่วงหน้าเท่านั้น จะเดินมาสถานีซื้อตั๋วขึ้นเดี๋ยวนั้นเลิกหวังค่ะ คนที่จองเท่านั้นจึงจะได้มีโอกาสสัมผัส

“Yufuin No Mori” คือ ขบวนรถไฟที่หนูเล็กกำลังพูดถึงค่ะ รถไฟขบวนนี้เป็นรถไฟขบวนท่องเที่ยวชื่อดังแห่งเกาะคิวชู เดินทางออกจากสถานีฮากาตะ (Hakata) สู่เมืองยูฟุอิน (Yufuin) และมีบางขบวนที่วิ่งเลยไปถึงสถานีเบปปุ (Beppu) ในจังหวัดโออิตะ (Oita) ด้วย

Yufuin No Mori เเปลว่า ป่าของยูฟุอิน ฉะนั้นการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของรถไฟจึงทาด้วยสีเขียวมะกอกทั้งขบวน คาดลายเส้นด้วยสีทองคล้ายแสงแดดที่ส่องลงมาในป่าสีเขียวยามท้องฟ้าสดใส และกำลังพาคุณเคลื่อนที่ไปสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของหมู่บ้านในหุบเขาอย่างเมืองยูฟุอิน วิ่งผ่านบ้านเรือนชาวบ้านและธรรมชาติที่มีวิวทิวทัศน์ที่งดงาม

การเดินทางจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งแม้จะนานแต่ก็เป็น 2 ชั่วโมงที่คุ้มค่าและแสนสดชื่นตลอดทาง ความน่าตื่นตาตื่นใจเริ่มต้นตั้งแต่รถไฟขบวนนี้เข้าเทียบชานชาลาเพราะมี Train Hostess สาวในชุดเครื่องแบบมายืนรอพร้อมก้มโค้งเป็นการต้อนรับตามสไตล์คนญี่ปุ่น ทำเอาประทับใจตั้งแต่ยังไม่ได้ก้าวเท้าขึ้นรถไฟกันเลยทีเดียว

สำหรับขบวนรถไฟนอกจากภายนอกที่เป็นสีเขียวขลิบสีทองแล้ว ภายในขบวนรถก็คุมโทนสีด้วยสีเขียว และไม้ เพื่อแสดงถึงต้นไม้ และธรรมชาติ เพิ่มสีทองตัดเพื่อความหรูหรา ที่นั่งสวยๆ เก็บทุกรายละเอียดทั้งงานไม้ เบาะ ผ้าม่านสีเขียว ทุกอย่างเน้นแนวคิดเรื่องป่าไม้ทั้งสิ้นกลมกลืนไปทุกกระเบียดนิ้ว นอกจากโซนที่นั่งแล้ว ยังมีโซนชมวิวและร้านขนมอีกด้วย ตู้เสบียงจะตกเเต่งด้วยไม้ทั้งหมด มีการขายอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมพื้นที่เปิดโล่งให้นั่งกินข้าวกล่อง (Ekiben) ชมวิวแบบชิลๆ แถมจะมีพนักงานสาวที่เดินมาคอยให้บริการด้วยรอยยิ้มพร้อมอาสาถ่ายรูปให้ด้วย ทั้งหมดทำให้รู้สึกว่า นี่เป็นมากยิ่งกว่าการเดินทาง คุ้มค่าสมกับการวางแผนและจับจองมาอย่างแท้จริง

เรานั่งชมวิวงามๆ ไปตลอดทางไม่หลับเอาเลยแม้การเดินทางจะค่อนข้างนาน และเมื่อ 2 ชั่วโมงผ่านไปเราก็เดินทางถึงยูฟุอินค่ะ และคงเป็นเพราะเมืองเล็กๆ แห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยป่าเขา ยูฟุอินจึงต้อนรับเราด้วยฝนพรำ แม้จะเปียกปอนไปบ้าง แต่กลับทำให้เกิดไอหมอกไปทั่วบริเวณ นับเป็นการต้อนรับที่สวยงามน่าประทับใจจริงๆ

สำหรับยูฟุอินเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีเสน่ห์อย่างไร ทำไมใครๆ ก็หลงรัก มาตามชมบรรยากาศเมืองนี้กัน เราสองคนใช้เวลากับเมืองนี้กันนานทีเดียวค่ะ

เมื่อลงจากรถไฟขบวนอีโค (Eco) สีเขียวมะกอกอย่าง Yufuin No Mori กันแล้ว จากสถานีรถไฟยูฟุอินจะต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนด้วยภูเขายูฟุ (Mt.Yufu) ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากถนนเส้นหลักของเมือง และไม่ว่าจะอยู่มุมใดของเมืองก็สามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา

เราสามารถเดินเที่ยวยูฟุอินไปตามถนนเส้นนี้ได้เลยค่ะเพราะมีร้านรวงต่างๆ ตลอดสองข้างทาง สินค้ามีทั้งแบรนด์เนม ทั้งแฮนด์เมด ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขนม สินค้าน่ารักน่าซื้อมากมาย ชวนให้เดินเข้าเสียทุกร้าน

และหากเดินไปเรื่อยๆ ตามถนนเส้นหลักก่อนจะเข้าสู่ถนนคนเดินจะพบกับแม่น้ำโออิตะกาวะ (Oita-gawa) ตัดผ่าน และเมื่อเลี้ยวเข้าถนนคนเดินยูโนะสึโบ (Yunotsubo) ถนนเส้นนี้ยิ่งเหมาะกับคนที่ชอบสินค้าสไตล์กิ๊ฟชอปมาก เพราะเต็มไปด้วยของน่ารักกระจุกกระจิก สินค้าพื้นเมือง ขนมพื้นเมือง ของขวัญ ของฝาก ขนม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเค้ก ตั้งเรียงรายต่อเนื่องกันไปที่แม้ระยะทางจะไม่ถึง 1 กิโลเมตร แต่เมื่อเดินโฉบเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ทั้งช้อป ทั้งชิมก็คงใช้เวลาไม่น้อยเลยกว่าจะพ้นจากถนนเส้นนี้ไปได้ แม้ในวันฝนตกเช่นนี้ก็ไม่ได้ทำให้นักเที่ยวอย่างเราและนักช้อปอีกหลายคนท้อถอย ยังเดินท่ามกลางฝนพรำกันได้

ร้านแต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีจุดขายมี่ทำให้เราจดจำได้และประทับใจ บางร้านมีตุ๊กตาโตโตโร่ (Totoro) เต็มร้าน ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนจากสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ไว้คอยเรียกแขกเข้าร้าน บางร้านเป็นสินค้าของสุนัขล้วนๆ บางร้านเป็นคาเฟ่แมว บางร้านขายเค้ก บางร้านขายขนม บางร้านก็ขายของแต่งบ้าน

และเมื่อเดินมาเรื่อยๆ แล้วเจอรถสีเหลืองก็ถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดถนนคนเดิน ถ้าเดินต่อจากนี้ไปอีก 15 นาทีก็จะถึงทะเลสาบคินริน (Kinrinko) ซึ่งเป็นจุดชมวิว ชมธรรมชาติที่สวยแห่งหนึ่งในยูฟูอิน ซึ่งจะว่าไปถนนคนเดินเป็นถนนที่มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบคินริน จริงๆ จะใช้เวลาเดินจากสถานีประมาณ 25 นาที แต่ก็อย่างที่บอกค่ะ ระยะทางไม่ไกลเลย แต่ตลอดทางมีอะไรให้น่าแวะเยอะไปหมด ดังนั้น กว่าจะถึงทะเลสาบก็ใช้เวลาพอควรเชียว

ทะเลสาบคินริน นับเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของยูฟุอิน ยิ่งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน จะมีใบไม้เปลี่ยนสีรอบทะเลสาบ แต่ก็ไม่ได้อลังการมากเหมือนที่เกียวโตอะไรแบบนั้น แต่ถึงแม้วันที่เรามาถึง จะไม่ใช่ช่วงป่าเปลี่ยนสี แต่ความงามที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้อดยืนมองนิ่งฺๆ ไม่ได้เลย ส่วนอาคารที่อยู่ติดทะเลสาบเป็นที่พักที่มีชื่อว่า Pension Kinrinko Toyonokuni ภายในมีร้านอาหารฝรั่งเศส และห้องอาบน้ำออนเซน

บริเวณทะเลสาบคินรินนับเป็นบริเวณหนึ่งของยูฟุอินที่เหมาะแก่การนั่งทอดอารมณ์สักพัก เราสองคนผู้ไม่ถนัดช้อปจึงใช้เวลาดื่มด่ำธรรมชาติกันตรงจุดนี้ค่อนข้างนานค่ะ

หลังจากเราสองคนไปใช้เวลานั่งดื่มด่ำกับธรรมชาติอันแสนงดงาม สงบ กันเป็นเวลาพอสมควร ก็เดินกลับไปที่ถนนคนเดินอีกรอบ คราวนี้เข้าไปเที่ยวที่หมู่บ้านยูฟุอินฟลอรัล (Yufuin Floral Village) หรือ หมู่บ้านดอกไม้ยูฟุอิน เป็นบ้านจำลองสไตล์ยุโรป มีกลิ่นอายของบ้านยุโรปโบราณที่มีต้นแบบมาจากหมู่บ้านคอทสโวลด์ส ที่ประเทศอังกฤษ (Cotswolds,United Kingdom) ที่เขายกให้เป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่นี่เข้าฟรีค่ะ เราสามารถเดินตัวปลิวเข้าไปได้เลย

ชื่อหมู่บ้านก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นหมู่บ้านดอกไม้ จึงมีดอกไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างงดงาม ร้านค้าในหมู่บ้านนี้มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ขนมหวาน ให้นั่งพักผ่อนระหว่างการเดินเล่น ร้านขายของที่ระลึก ของตกแต่งห้อง เครื่องประดับ ของเล่น แม้แต่เครื่องสำอางก็มีค่ะ แต่ละร้านตกแต่งภายในให้สมเป็นหมู่บ้านยุโรป อีกทั้งยังมีส่วนที่ให้เข้าชมสัตว์บางชนิดด้วย เช่น คาเฟ่แมว สวนนกฮูกที่เราสามารถเข้าไปให้นกฮูกเกาะตัวเราได้ด้วย แต่ราคาก็ไม่ใช่น้อยค่ะ ถ้าไม่อยากจ่ายแพงมากก็ซื้อของฝากที่เป็นลายนกฮูกแทนแล้วกันค่ะ

หลังจากเดินเที่ยวภายในหมู่บ้านดอกไม้กันจนพอใจ เราก็ออกไปใช้เวลากับถนนคนเดินต่อ ชมข้าวของร้านรวงต่างๆ เพราะตอนนี้ฝนขาดเม็ดจริงๆ แล้ว เหลือไว้แต่สายหมอกที่โลมเลียยอดเขายูฟุให้ได้ชื่นชม

และเราก็ถือโอกาสหาอะไรอร่อยๆ ลองชิมเพื่อรอเวลารถไฟที่เราจองไว้สำหรับเดินทางกลับในเวลาห้าโมงเย็น ซึ่งก็แน่นอนว่าเป็นรถไฟสีเขียวมะกอก Yufuin No Mori อย่างมิต้องสงสัยเลยค่ะ

เมื่อได้เวลา 17.00 น. รถไฟขบวน Yufuin No Mori 6 ก็เข้าเทียบชานชาลาให้เราเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทาง ซึ่งรถไฟจะออกเดินทางในเวลา 17.06 น. ภายในขบวนรถไฟจะเหมือนกับขามาที่หนูเล็กให้ชมบรรยากาศไปแล้วว่าสวยสดงดงามอย่างไร แต่ต้องบอกว่าการได้นั่งรถไฟขบวนสีเขียวมะกอกนี้นับเป็นความภูมิใจและความสุขเล็กๆ ประการหนึ่ง ก็อย่างที่เล่าค่ะเพราะการจองช่างยากเย็นแสนเข็ญ ในขณะที่เราจองได้มีคนอกหักผิดหวังอีกหลายคน คนที่ไม่ได้นั่งรถไฟหน้าตาแบบนี้ก็จะต้องนั่งรถไฟปกติที่ชื่อ Yufu ในการเดินทางมา

เราจะเดินทางกลับถึงสถานีฮากาตะ ฟูกุโอกะในเวลา 19.18 น. ค่ะ กลับไปก็คงไม่ได้ไปเที่ยวเล่นที่ไหน เพราะพรุ่งนี้ถึงเวลาที่เราต้องเดินทางสู่โตเกียวกันแล้วค่ะ

ตลอดเส้นทางจากยูฟุอินสู่ฮากาตะ ฟูกุโอกะ สองข้างทางเต็มไปด้วยธรรมชาติและทิวทัศน์ที่แสนสบายตา กระจกหน้าต่างบานใหญ่ทำให้มองทิวทัศน์ริมทางได้เต็มๆ ตา แม้จะเดินเที่ยวมาตลอดวันแต่เพราะริมทางที่ชวนมองทำให้ตาสว่างตลอดการเดินทางอันยาวนานสู่ฮากาตะ

ก่อนอำลาจากรถไฟขบวนสวย ยังอุตส่าห์ทำให้เราประทับใจก่อนจากด้วยลูกอมเม็ดเล็กๆ เป็นที่ระลึกอีก นับเป็นประสบการณ์ดีๆ ที่ได้รับจากการนั่งรถไฟจากประเทศที่เป็นสุดยอดเรื่องรถไฟจริงๆ ค่ะ

ไว้มาตามกันต่อว่าเราจะไปไหนกันอีก...

ไปทักทายกับพี่ใหญ่และหนูเล็กกันได้ค่ะที่ https://www.facebook.com/TravelWithPiyaiAndNoolek/

ความคิดเห็น