Green Season At Sapa รีวิวโดย Champpy Bobbiexx

ยามเข้าเดือน 6 ฝนก็ตกพรำๆ ... สายฝนอ่อนๆเข้ามาเยือนชวนให้หลงใหล หาสถานที่ไปเยือนกับธรรมชาติสีเขียว ภูเขาลูกโต ที่เคล้าคลุ้งไปด้วยไอหมอก จุดหมายปลายทางของฉันในฤดูกาลของฝนนี้ คือ ซาปา ประเทศ เวียดนาม ฉัน เธอ และเพื่อนอีก 3 คน เราเริ่มตีตั๋วเครื่องบิน ติดต่อ Travel Agency เพื่อจะเดินทางไปสัมผัสกับนาขั้

Green Season At Sapa

Green Season At Sapa

 วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เวลา 18.17 น.

ยามเข้าเดือน 6 ฝนก็ตกพรำๆ ... สายฝนอ่อนๆเข้ามาเยือนชวนให้หลงใหล หาสถานที่ไปเยือนกับธรรมชาติสีเขียว ภูเขาลูกโต ที่เคล้าคลุ้งไปด้วยไอหมอก จุดหมายปลายทางของฉันในฤดูกาลของฝนนี้ คือ ซาปา ประเทศ เวียดนาม ฉัน เธอ และเพื่อนอีก 3 คน เราเริ่มตีตั๋วเครื่องบิน ติดต่อ Travel Agency เพื่อจะเดินทางไปสัมผัสกับนาขั้นบันไดสีเขียวที่ทอดยาวลงมากับภูเขา มีธารน้ำตกตัดผ่าน ภาพนี้แว๊บเข้ามาหลังจากที่เพื่อนสาวของฉันส่งให้ดูในข้อความหนึ่ง


ซาปา เป็นเมืองชายแดนของเวียดนาม ในจังหวัด หลาวก่าย มีจุดเด่นของเมืองคือเป็นนาขั้นบันได และสมัยก่อนยังเป็นเมืองพักตากอากาศของชาวฝรั่งเศส ฉันเชื่อว่านักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพหรือ Road Trip จะต้องมีซาปา อยู่ใน Dream List แน่นอน ด้วยทัศนียภาพของเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ อีกทั้งอากาศที่ยังเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยในช่วงมกราคม เราสามารถมาสัมผัสหิมะกันได้ที่เมืองซาปานี้อีกด้วย

ค่ำของคืนหนึ่ง เราเหินฟ้าจากท่าอากาศยานดอนเมือง จนถึงน่านฟ้าของเมืองฮานอยด้วยสายการบินของนกแอร์ บรรยาการศในเครื่องเต็มไปด้วยชาวเวียดนาม และชาวไทยจำนวนหนึ่ง แอร์สาวในชุดสีเหลือง แจกรอยยิ้มจากมุมปากภายใต้ลิปสติกสีแดงสดใส ทันทีที่เครื่องจอดลง เรารับกระเป๋า และออกมาพบกับคนขับรถ ที่เราได้ติดต่อไว้ เพื่อเดินทางไปยังที่พักในฮานอย ในค่ำคืนนี้


การเดินทาง ที่พัก ตั๋วรถไฟ และรถนอน เราเลือกที่จะใช้บริการของคุณ Houng Nguyen เขาสามารถจัดแพลนตามที่เราต้องการได้ และเราสามารถไปจ่ายเงินตอนไปถึงที่ฮานอยได้เลย โดยในวันแรกฉันเลือกที่จะไปเที่ยวที่จางอ่าน (Trang An) ในจังหวัดนิงบิงห์ เพราะได้เห็นสถานที่นี้จากภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ทำให้ฉันอดใจที่จะมาดูสถานที่จริงไม่ได้

ตกค่ำของวันนี้ ฉันเลือกใช้บริการ sleeping bus ออกจากฮานอย เพื่อมุ่งหน้าสู่ซาปา โดยรถบัสเริ่มออกจากฮานอยตอน 4 ทุ่ม บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติปะปนกันไป หลับไป10 ตื่น รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว.. เช้านี้ที่ซาปา ซาปาของฉันเต็มไปด้วยไอหมอกจากฝนที่เพิ่งหยุดตกลงไปหมาดๆ เมืองไสตล์ยุโรป ตึกหลากสี ตั้งเรียงรายให้เห็นตระหง่าน รอบรถบัสคราคร่ำไปด้วยชาวม้ง ต่างมาเสนอขายทัวร์ ขายที่พักโฮมเสตย์ต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยว

ฉัน เธอและเพื่อน ลงรถบัสด้วยความง่วง เราเรียกแท๊กซี่ เพื่อไปยังโรงแรมที่เราจองไว้ล่วงหน้า ถนนหนทางบางช่วงค่อนข้างดี บางช่วงค่อนข้างขรุขระ ... ที่พักของเรา วิวจากห้องของฉันสามารถมองเห็นภูเขาสีเขียวที่ตั้งตระหง่าน แต่น่าเสียดายที่วันนี้ฟ้าปิด เพราะฝนเทลงมาอย่างต่อเนื่อง พวกเราผู้มากับสายฝนจริงๆ... ตัวฉันเอง ผู้หลงรักในสายหมอก สายหมอกไม่เคยทำร้ายใคร บางครั้งก็ยังแยกแยะไม่ออก หากมองระยะไกล นั่นหมอกหรือควัน ทว่าความรู้สึกจะเป็นตัวช่วยบ่งชี้ตัวหนึ่ง ว่าสิ่งตรงหน้าคืออะไร...

วันนี้ ฉัน เธอ และพวกเรา มีแพลนไปTrekking ที่ Cat Cat Village เราเดินตาม Local Guide ไปอย่างไม่ขาด วิวสองข้างทางเต็มไปด้วยนาขั้นบันไดสีเขียว เราทั้ง 5 คน ในชุดกันฝน ได้อธิษฐานอ้อนวอนแด่พระผู้เป็นเจ้า ขอให้สายฝนที่โปรยปรายลงมาได้หยุดเสียที เราเดินทางมาไกลนับพันกิโล เพื่ออยากมาสัมผัสธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้า... และแล้วโชคชะตาก็เข้าข้างเรา Local Guide บอกว่าพวกเราโชคดีมาก เพราะ 3-4 วันมานี้ ท้องฟ้าแทบจะไม่เปิดรับใคร ให้ได้เห็นทุ่งนาสีเขียวนี้เลย ฉันยิ้มในใจและขอบคุณแด่พระผู้เป็นเจ้า ภาพที่อยู่ตรงหน้าคือ ภูเขา นาขั้นบันไดสีเขียว ไอฝน สายหมอก และกลิ่นของดิน ... นับจากวันที่ไปเที่ยวที่นี่มาเขียนบล๊อคนี้ก็ 1 ปีแล้ว ฉันยังจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี ขาดแต่ว่า ฤดูฝนในปีนี ไม่มีเธอแล้ว ...


ฉันตื่นเช้ามาด้วยความอ่อนล้าจากการเดินเมื่อวาน วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันจะพาตัวเองไปสัมผัสกับยอดเขาที่สูงที่สุดในคาบสมุดอินโดจีน '' ยอดเขาฟานซิปัน'' ฉัน เธอและ 3 สาว เราเป็นนักท่องเที่ยวไสตล์สบาย อีกทั้งวันเที่ยวของเราก็กระชั้นชิดใกล้หมดเวลา เราจึงเลือกใช้บริการ Cable Car เพื่อขึ้นไปเยือนยอดเขาฟานซิปัน

สายของวันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่สายฝนเลือกจะตกลงมา ตลอดระยะทางที่ขึ้นไปยอดเขาไปฟานซิปัน ฉันยังจดจำมันได้ดี ภาพทิวเขาสีเขียวสลับคดเคี้ยวไปมา สีเขียวของป่าไม้ที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ มุมสูงจากพื้นดินทำให้มองเห็นนาขั้นบันไดละลานตา อีกทั้งน้ำตกน้อยใหญ่ที่แอบซ่อนอยู่ในภูเขา ฉันและเธอในตอนนั้นเราแบ่งกันถ่ายรูป เราส่งรอยยิ้มผ่านเลนส์ เพื่อบันทึกความทรงจำ แต่ทว่าในตอนนี้ ภาพเหล่านั้นก็กลายเป็นความทรงจำที่สวยงามจริงๆ เวลานึกถึงเธอเมื่อไร ภายถ่ายเหล่านี้ก็หวนให้ฉันอยากเปิดมันขึ้นมาดูอีกครั้ง...


ทว่า ความสุขมักจะอยู่กับฉันได้ไม่นาน เข็มนาฬิกาเข้ามาบรรจบ หมดเวลาแล้วที่ฉันต้องเดินทางกลับ ฉันเลือกใช้รถไฟในการเดินทางกลับฮานอย ระหว่างทางจากตัวเมืองซาปาเพื่อไปยังสถานีรถไฟ ฉันมองลอดหน้าต่างไปยังรถตู้ เห็นทุ่งนาขั้นบันไดสีเขียวเรียงราย ค่อยๆลับตา ลงเรื่อยๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเรา ต้องจากลากันแล้วนะ ... แต่การจากลาจากซาปาในครั้งนั้นความรู้สึก มันไม่คล้ายกับการจากลาของฉันและเธอในฤดูฝนนี้เลย...เอาน่า ชีวิตต้องเดินต่อ ฉันพิมพ์บล๊อคนี้ พร้อมให้กำลังใจตัวเอง : )

วันสุดท้ายที่ฮานอย ฉัน เธอและเพื่อน เราเลือกที่จะเดินชมเมือง ซื้อของฝาก เราเดินลัดเลาะตามตรอกซอย ต่อราคาสินค้ากับพ่อค้าแม่ค้า ลองทานอาหารพื้นเมือง การคมนาคมสัญจรในเมืองเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์ เสียงแตรเสนาะหู มีให้ได้ยินตลอด นี่สินะเวียดนาม... ได้เวลาโบกมือลาแล้วนะ บ๊าย บาย

' ขอบคุณรูปถ่ายของหลายๆคน ที่เป็นมนตร์สะกดทำให้ฉันอยากออกไปค้นหามัน '

' ขอบคุณ 2 เท้าและเรี่ยวแรงของฉัน ที่พยุงตัวฉันให้ก้าวเดินไปข้างหน้าในวันที่สุขหรืออ่อนแอ'

' ขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุกคน ที่ทำให้ทริปของฉันสมบูรณ์เสมอมา'

แล้วเราจะพบกันใหม่ : )

สิ่งของจำเป็นที่ควรเตรียมไปตะลุยซาปาในฤดูฝน
- เสื้อกันฝน
- Jacket กันลม
- รองเท้าที่กันน้ำ
- ยาสามัญประจำบ้าน แก้ปวด แก้ไข้ คลายกล้ามเนื้อ
- กระเป๋ากันน้ำ

' ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องราวของเรา .. รัก'

ความคิดเห็น