โอบกอดภูเขาที่ “ม่อนทูเล” แม่สอด ตาก รีวิวโดย Thistrips

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราเกิดอยากไปเดินป่า แต่แพลนที่วางไว้กลับล่มหมดเพราะจองที่ไหนก็เต็ม:( จนมาเจอกับดอยที่ชื่อ “ม่อนทูเล” ซึ่งเราไม่ค่อยคุ้นชื่อนัก เรียกว่าไม่รู้จักเลยดีกว่า แฮะๆ แต่ด้วยความที่มันไม่ค่อยฮิตนี่แหละ ก็เลยจองไม่ยาก แค่รู้ว่าจะได้ออกไปเดินป่า สูดอากาศบริสุทธิ์ ก็ตื่นเต้นแล้ว ทริปนี้จึง

โอบกอดภูเขาที่ “ม่อนทูเล” แม่สอด ตาก

โอบกอดภูเขาที่ “ม่อนทูเล” แม่สอด ตาก

 วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 16.48 น.

 วันที่เดินทาง 20 ก.พ. 2561

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราเกิดอยากไปเดินป่า แต่แพลนที่วางไว้กลับล่มหมดเพราะจองที่ไหนก็เต็ม:( จนมาเจอกับดอยที่ชื่อ “ม่อนทูเล” ซึ่งเราไม่ค่อยคุ้นชื่อนัก เรียกว่าไม่รู้จักเลยดีกว่า แฮะๆ แต่ด้วยความที่มันไม่ค่อยฮิตนี่แหละ ก็เลยจองไม่ยาก แค่รู้ว่าจะได้ออกไปเดินป่า สูดอากาศบริสุทธิ์ ก็ตื่นเต้นแล้ว ทริปนี้จึงบังเกิด ~~

ใครยังไม่รู้จักดอยนี้ ตามเรามาเปิดประสบการณ์สุดดีงามกันได้เลยนะจ๊ะ

เราขึ้นรถ บขส. กรุงเทพ-แม่สอด รอบกลางคืน จากนั้นต่อรถสองแถวไปยังอบต. ท่าสองยาง ซึ่งรถสองแถวนี้ก็ขึ้นที่ขนส่งแม่สอดได้เลย สะดวกมากๆ ตื่นมาตอนเช้าถึงแม่สอด ลงจากรถเดินมาไม่กี่ก้าวก็ขึ้นสองแถวต่อได้เลย

พอถึงอบต. ท่าสองยาง ก็จัดการติดต่อเรื่องลูกหาบและรถที่จะพาไปส่งตรงทางขึ้น ของที่เราให้น้องๆ ลูกหาบแบกคือเตนท์และอาหารส่วนกลาง ซึ่งเราก็เตรียมมาเผื่อน้องๆ ด้วย รวมทั้งหาข้าวกินและสั่งข้าวห่อสำหรับมื้อเที่ยง ทางขึ้นม่อนทูเลจะอยู่ท้ายหมู่บ้าน นั่งรถไปไม่นานก็ถึง

ทางเดินช่วงแรกเป็นทุ่งนาและเนินไม่ชันมาก เดินไม่ยากแต่จะเหนื่อยเร็วเพราะแดดแรง ผ่านไปสักพักจะเริ่มเข้าป่า แต่ทางก็จะชันต่อเนื่องเช่นกัน ช่วงสุดท้ายก่อนถึงแคมป์จะเป็นหินซึ่งต้องใช้มือช่วยปีนนิดหน่อยพอให้สนุกๆ

กลุ่มของเราเดินถึงแคมป์กันก่อนพระอาทิตย์ตกพอดี หันกลับไปมองแล้วไม่น่าเชื่อว่าเราเดินกันขึ้นมาไกลมาก เมื่อตอนเช้าเรายังอยู่ด้านล่างมองขึ้นมาแล้วคิดในใจว่า วันนี้จะไปถึงจริงๆ เหรอ

ถึงสิ ในที่สุดก็ถึงแล้วจริงๆ : )

ช่วงที่เราไปอากาศไม่หนาวมาก ใส่เสื้อแขนยาวทับแค่ชั้นเดียวก็สบายๆ และแคมป์ก็มีเนินเขา มีต้นไม้ล้อมรอบเลยไม่มีลม วันรุ่งขึ้นเราจะตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ยอดดอยซึ่งเดินเลยจากแคมป์ไปอีกนิด

จากแคมป์ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเดียวก็มาถึงยอดดอย เราเดินตามหลังน้องลูกหาบที่วิ่งสลับกระโดดแบบไม่รู้จักเหนื่อย (แถมยังมาท้าให้วิ่งตามด้วยนะ แต่พี่ขอผ่านดีกว่า)

พอเริ่มเห็นจุดแสงอุ่นๆ โผล่มากลางท้องฟ้าสีน้ำเงิน บอกเลยว่าหายเหนื่อย

จากยอดดอยมีทางเดินตามสันเขาไปจุดชมวิวที่อื่นๆ ด้วย แต่กลุ่มเราไม่ได้ไป แค่นี้ก็รู้สึกว่าสวยจนอยากจะนั่งมองนานๆ แล้ว

สำหรับคนที่ไม่มีเวลา จะเดินลงดอยทางเดิมและกลับเลยก็ได้ แต่กลุ่มเราอยู่ต่ออีกวัน โดยจะเดินต่อไปยังม่อนคลุย ดอยข้างๆ ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่เป็นเส้นทางที่ว่ากันว่าโหดและเหนื่อยไม่ใช่เล่นๆ ซึ่งพอเดินจริงก็โหดอย่างที่ว่าเลย เราต้องเดินลงทางชันๆ ลื่นๆ ไปจนถึงลำธารที่เป็นจุดต่ำสุด และเป็นจุดพักเที่ยงของเรา จากนั้นก็ต้องเดินกลับขึ้นมาเพื่อขึ้นไปยังยอดดอยม่อนคลุย ที่พักของพวกเราในคืนนี้

สิ่งที่เป็นกำลังใจระหว่างทางของพวกเราก็คือวิวสวยๆ ของแนวเทือกเขาที่ซ้อนกันอย่างลงตัวนี่แหละ และมาม่าร้อนๆ กินคู่กับวิวพระอาทิตย์ตกก็อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ

มีเรื่องดีๆ อีกอย่างคือม่อนคลุยเป็นดอยที่รถเข้าถึงได้ด้วย วันสุดท้ายเราจึงไม่ต้องเดินลงเอง แต่มีรถกระบะมารับและพาไปส่งถึงอบต. ท่าสองยางเลย (แม้ว่าทางลงเขาจะทั้งคดเคี้ยวและขรุขระ ตอนนั่งหลังกระบะมันก็จะเกร็งๆ หน่อยๆ) อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ไปหาข้าวกินกันแถวนั้นมีข้าวราดแกงจานไม่ใหญ่ เทียบกับพลังงานที่ใช้ไปตอนเดินก็ถือว่าน้อย

แต่มันอิ่มใจจัง ไม่รู้ทำไม : )

หวังว่า ม่อนทูเล จะเป็นจุดหมายปลายทางของเพื่อนๆสายลุย ในทริปต่อไปนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ

ใครชอบเที่ยวเหมือนเราก็แวะมากด like & follow กันได้นะจ๊ะ

หรือใครอยากชวนเราไปเที่ยวที่ไหน ก็แวะมาทักทาย Say hi กันได้เลยจ้าา

Facebook : fb.me/thistrips

ความคิดเห็น