KUALA LUMPUR - DAY 1 งงๆในดงแขก รีวิวโดย SOME ONE LIKE YOU

รอบนี้ไปแบบลูกทัวร์จ้า ขอเดินตามคนอื่นบ้าง พอดีพี่ที่ออฟฟิสเก่า ซึ่งเป็นครอบครัวมุสลิมเค้าชอบไปเที่ยวมาเลเซียกันมาก เพราะสะดวกสบายเรื่องอาหารการกิน รอบนี้เลยขอตามเค้าไปแบบลูกเป็ด คือไม่มีการหาข้อมูลใดๆเค้าให้ไปไหนก็ไปเค้าให้กินอะไรก็กินจ้า นัดเจอกันที่สนามบินดอนเมือง ไฟล์ท8.35น. แต่นัดกันให้ไปถึงก่

KUALA LUMPUR - DAY 1 งงๆในดงแขก

KUALA LUMPUR - DAY 1 งงๆในดงแขก

 วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 11.09 น.

 วันที่เดินทาง 14 ต.ค. 2560

รอบนี้ไปแบบลูกทัวร์จ้า ขอเดินตามคนอื่นบ้าง พอดีพี่ที่ออฟฟิสเก่า ซึ่งเป็นครอบครัวมุสลิมเค้าชอบไปเที่ยวมาเลเซียกันมาก เพราะสะดวกสบายเรื่องอาหารการกิน รอบนี้เลยขอตามเค้าไปแบบลูกเป็ด คือไม่มีการหาข้อมูลใดๆเค้าให้ไปไหนก็ไปเค้าให้กินอะไรก็กินจ้า

นัดเจอกันที่สนามบินดอนเมือง ไฟล์ท8.35น. แต่นัดกันให้ไปถึงก่อน6โมงเช้าเนื่องจากกลัวว่าคนจะเยอะ(ไม่ต้องกลัวเยอะอยู่แล้ว)

แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจ้าาาาา

ฝนตกหนักมากกกกกก ทั่วกรุงเทพเลยตั้งแต่ช่วงตี3 เราก็ฝ่ารถติด+น้ำท่วมมาแบบฉิวเฉียด ถึงสนามบิน7โมง แต่!!!!!! พี่อีกคนที่มาจากอ่อนนุช ยังไม่ถึงเลยจ้า ทำไงดี เรา+ครอบครัวพี่ที่เป็นมุสลิม เลยเช็คอินเข้าไปก่อน เนื่องจากไม่ต้องมีสัมภาระที่ต้องโหลดเลยไม่ใช้เวลามาก กดตั๋วจากตู้คีออส ออกตั๋วอัตโนมัติก็เข้าไปกันได้เลย
แต่!!!!!มันไม่ง่ายอย่างนั้นจ้า พี่อีก2คนออกตั๋วไม่ได้ นี่งง เลยไปที่เค้าท์เตอร์ สรุปคือ PASSPORTหมดอายุก่อนวันที่กำหนดอนุญาตให้อยู่ในประเทศมาเลเซีย กล่าวคือ

ทางประเทศมาเลเซีย อนุญาตให้คนไทยอยู่ในประเทศได้ 30 วันโดยไม่ต้องทำวีซ่า
แต่PASSORTของพี่เค้าหมดอายุก่อนจ้า หมดก่อนไปประมาณ 1 อาทิตย์เลย ทำไงดี พนักงานก็เขียนเอกสารให้ แต่ก็บอกว่าไม่รับประกันว่าทางตม.มาเลฯจะให้ผ่านรึเปล่า นี่ก็ลุ้นไปอีก
จากที่ว่าจะมาชิลๆ เลยลุ้น2ต่อ 1.พี่อีกคนจะมาทันไหม 2.จะผ่านตม.มาเลไหม ไปลุ้นกันจ้าาาา

8.30น. พี่อีกคนก็ได้มาถึงและผ่านตม.มาได้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพี่เค้าก็เป็นอีก1คนที่PASSPORTหมดอายุเหมือนกัน (สงสัยจะเป็นปีชง)
ก็เลยเหลือลุ้นต่อ2กันที่ตม.มาเล

11.50น. ถึงแล้วจ้าประเทศมาเลเซีย (เวลา+1ชม.นะ) แก๊งค์พี่ๆที่PASSPORTหมดอายุก็โดนตม.มาเลว่าไป1ยก แต่ก็ปั้มผ่านมาให้ น่าจะเป็นเพราะว่ามาเป็นครอบครัวด้วยแหละ เสียเวลาอยู่ตม.เกือบ1ชม.
พลิกไปพลิกมา เรียกคนโน้นคนนี้มาดู กว่าจะยอมปล่อยผ่านมาได้

กว่าจะลงเครื่องกว่าจะผ่านตม.ก็ปาไปเที่ยงกว่า ตั้งแต่เช้ามายังไม่ได้กินอะไรกันเลย ต่างคนก็หาของกินกันในสนามบินก่อนเข้าเมือง

เราขอลองKFCมาเล ที่เค้าว่าอร่อยนักหนา

รอบนี้เรากะว่าจะมาลองใช้ซิมมาเล เลยไม่ได้ซื้อinternetมา ก็ต้องไปตามล่าหาซิมกันต่ออีก

การเข้าเมือง - เราจองที่พักกันที่ MY HOTEL สาขา SENTRAL ซึ่งสามารถเดินจากท่ารถบัส และ สถานนีรถไฟฟ้าได้ ทำเลค่อนข้างดีเลยแต่ก็อยู่ในโซนคนอินเดียจ้า พอลงรถบัสนึกว่าอยู่พาหุรัดไปอีก
ค่ารถบัสจากสนามบินมาลงที่ KL SENTRALประมาณ 11 RM อ่อค่าเงิน(ตอนนั้น) อยู่ที่ 1 ริงกิตRM ต่อ 8 บาทไทย ก็ท่องแม่8กันไปเวลาซื้อของ x8โลดดด

การผจญภัยไม่จบแต่เพียงเท่านี้จ้า พอถึงLOBBYโรงแรม พนง.บอกว่าเราจองไว้แต่ยังไม่ได้จ่าย พี่คนที่จองก็โวยวายบอกจองแบบจ่ายเงินแล้วนะ เอาเมลใบจองให้ดู แต่มันเป็นภาษาไทยเค้าก็ไม่เข้าใจอีก เราเลยไปซื้อซิม เพื่อที่จะใช้เน็ทเปิดเมลใหม่ให้เค้าดู ออกมาซื้อซิมแถวๆโรงแรมแหละ เป็นตู้ๆเหมือนมาบุญครอง เลือกแบบ 3วัน ราคาจำไม่ค่อยได้แล้ว แต่ก็ไม่แพงแต่นางมีค่าบริการด้วย กล่าวคือพี่คนที่จิ้มซิมให้เราอ่ะเค้าคิดค่าโทรไปเปิด+ใส่ซิมด้วย พอได้เน็ทก็เข้าเมลไปเช็คดู สรุปก็เป็นตามที่พนง.บอกคือเป็นการจอง ไม่ได้จ่าย ต้องมาจ่ายหน้างาน สรุป เงินที่พี่เค้าแลกมากะช๊อปปิ้งก็ต้องเอามาจ่ายค่าโรงแรมที่พัก น่ามสานไปอีกกก

มาช่วงเทศกาลของคนอินเดียที่เค้าจะเอาทรายมาโรยเป็นลายต่างๆพอดี ที่โรงแรมก็ทำด้วย

มี

การเอาขวดมาเรียงกั้นๆ กันคนมาเหยียบ

กว่าจะเช็คอินได้ก็ปาไปบ่าย ทุกคนคือหิวมากกก เพราะยังไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันตั้งแต่เช้า (แต่เรากินมาแล้วหน่อยนึง จากการใช้สิทธิ์ทรู แลกเบอร์เกอร์คิงในสนามบินดอนเมืองมา ทุกคนอย่าลืมนะที่ดอนเมือง อย่าไปเสียเงินซื้อของแพงๆกิน แลกเอานี่แหละ บัตรKPWที่ทำมาก็ใช้ให้คุ้ม) เลยนั่งรถไฟฟ้าเข้าเมืองกัน ไปห้างใหญ่โตในKL เพื่อไปดูการแสดงน้ำพุด้วย

หน้าเบลอหลังชัดจ้า

ค่ารถไฟฟ้าที่มาเลถือว่าถูกเลย ประมาณ1-3RM ขบวนรถไฟก็ยาว-สั้นแล้วแต่คนใช้เส้นทางมาก-น้อย รอไม่นานนะถ้าเฉพาะสายในตัวเมือง แต่ขอบอกนิดนึงว่าให้พกยาดมไปด้วยหย่อยก็จะดีเพราะเป้นระบบopen air ไม่ใช่ว่าเปิดแอร์นะ เป็นระบบเอาอากาศข้างนอกเข้ามาจ้า แล้วอากาศช่วงนั้นคือ ร้อนๆอบๆหน่อยฝนตก+กลิ่นพี่แขกอาจจะสลบได้

มาถึงแล้ว แถวนี้มีห้างใหญ่ๆติดๆกันหลายห้างอยู่ คนเดินขวักไขว่

ตอนนั้นช่วงมาเลเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์(มั๊ง) พอดี

บันไดเลื่อนทั้งแคบทั้งสั้น

เราก็เดินหาฟู๊ดคอร์ทกันก่อนเลย จากแพลนว่าจะกินหรูอยู่สบาย คือเอาเงินไปจ่ายค่าห้องหมดแล้วไงเลยต้องเป็นฟู๊ดคอร์ท

มากินร้านที่คล้ายๆหม่าล่าทัง(สุกี้จีน) แต่เป็นน้ำซุปแกงแบบลักซา

คือเลือกของที่อยากกินมาให้เค้าลวกแล้วเติมซุป ค่อยเอาไปคิดเงิน

ของที่มีให้ก็พวกลูกชิ้น(ไม่แป้งส่วนใหญ่เป็นปลา) เต้าหู้ ผัก เส้นต่างๆ


หยิบเพลินก็หลัก2-300เหมือนกันนะ มีน้ำพริกแนวๆพริกเผาให้ตักเพิ่มความเผ็ดได้

ใส่หอมเจียวกับต้นหอมด้วยเพื่อความสวยงาม

ห้างนี้มีการโรยทรายแบบอลังมาก

กินเสร็จก็ได้เวลาไปจับจองที่นั่งดูน้ำพุประกอบเพลง ห้างSURIAนี่แหละ ที่มีตึกคู่แห่งชาติ

มองขึ้นไปคือมุมมหาชน

ประชาช

นมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ทั้งชาวเลและต่างชาติ

ความฮา - ตอนเพลงขึ้นนอกจากน้ำพุจะเต้นระบำแล้ว พี่แขกก็เต้นไปพร้อมน้ำพุด้วยจ้า แบบให้หนังเลย อย่างที่เค้าว่า คนเชื้อสายอินเดียนี่มีความรักในเสียงเพลง

เพลงก็ออกแนวจีนผสมแขกอินเดียนี่แหละ มียิงแสงเลเซอร์ต่างๆเป็นผีเสื้อ นก อะไรอย่างนี้ โชว์ประมาณ 10 นาทีได้ พอจบทุกคนก็แยกย้าย


คณะเราก็นั่งรถไฟฟ้ากลับโรงแรม ด้วยความเพลียทั้งคนทั้งแดด แถมต้องตื่นตั้งแต่เช้าในวันนี้ ทุกคนเลยรีบเข้านอน พร้อมลุยต่อวันพรุ่งนี้

แผนที่คร่าวๆตรงห้างSURIA เดินทะลุห้างไปเรื่อยๆ

ความคิดเห็น