ครบุรีมีดีกว่าที่คิด ทริปส่งท้ายป้ายแดงน้องไทรทัน 2019 รีวิวโดย เหลี่ยมพาเที่ยว

สวัสดีจ้าา ทริปนี้ไม่มีอะไรมาก ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนรีวิวด้วยตอนแรก แค่จะพาพ่อแม่ไปเที่ยวโคราช พาแม่ไปไหว้ย่าโมเพราะแม่บ่นอยากไปนานแล้ว ก็เลยไปเที่ยวแล้วไปนอนที่ครบุรี แต่เกินคาดที่ครบุรีมีที่สวยๆเพียบบ เลยต้องเอามาแบ่งปัน เลยถือเป็นทริปส่งท้ายป้ายแดงไปเลย กลับมาได้ป้ายขาวพอดีครับ มีรีวิวเรื่องอัตราน้

ครบุรีมีดีกว่าที่คิด ทริปส่งท้ายป้ายแดงน้องไทรทัน 2019

ครบุรีมีดีกว่าที่คิด ทริปส่งท้ายป้ายแดงน้องไทรทัน 2019

 วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 01.45 น.

 วันที่เดินทาง 23 ก.พ. 2562

สวัสดีจ้าา ทริปนี้ไม่มีอะไรมาก ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนรีวิวด้วยตอนแรก แค่จะพาพ่อแม่ไปเที่ยวโคราช พาแม่ไปไหว้ย่าโมเพราะแม่บ่นอยากไปนานแล้ว ก็เลยไปเที่ยวแล้วไปนอนที่ครบุรี แต่เกินคาดที่ครบุรีมีที่สวยๆเพียบบ เลยต้องเอามาแบ่งปัน เลยถือเป็นทริปส่งท้ายป้ายแดงไปเลย กลับมาได้ป้ายขาวพอดีครับ มีรีวิวเรื่องอัตราน้ำมันสั้นๆท้ายรีวิวครับ


รูปนี้ริมทางป่าๆเห็นมันสวยดีเลยวนเข้าไปถ่ายรูปหน่อย


สะพานร้อยปีครบุรีครับ มาถูกวันถูกเวลา นากำลังเขียวขจีสวยมากๆครับที่นี้


ส่วนที่นี้เขาจอมทองวิวข้างบนสวยมาก เดินก็ไม่นานมากด้วยครับ


โปรแกรมคร่าวๆตามนี้ เดินทางวันที่ 23-24/2/2562

-เช้าเสาร์ออกเช้าๆ แวะวัดสรพงษ์หลวงพ่อโต-เข้าโคราชกินขนมจีนครูยอดประโดก-ไหว้ย่าโม-เข้าครบุรีแวะร้าน Work in cafe -สะพานไม้ร้อยปี-เขื่อนลำแชะ-นอนที่ต้นไม้ใหญ่รีสอร์ท

-เช้าอาทิตย์ขึ้นเขาจอมทองชมวิว-ลงมาไปแวะหาดจอมทอง-เขื่อนมูลบน-ผารักษ์สลัดได-22cafe -เขาแผงม้า-กลับ กทม.


รูปทั้งหมดถ่ายจาก

Nikon D7200 tokina 11-20 fix35 tamron 70-300 vc

แต่ทริปนี้ไม่มีคลิปเพราะอย่างที่บอกไม่ได้จะรีวิวเลยไม่ได้เตรียมโกโปรไปถ่ายคลิปเลยครับ555น่าเสียดาย


เริ่มกันเลยทริปนี้ทริปครอบครัว ไปกันทั้งบ้าน 8 คน แฟนพี่สาวไปทำงานแถโคราชรอปลายทางอีกคน


ไปกันสองคันจากกทม. ออกจากบ้าน 8โมง แวะกินข้าวที่จุดพักรถเค้กบ้านสวน

วันนี้รถเยอะพอสมควร ขับแค่ 90-100 120บ้างนิดหน่อย เพราะมีเด็กเล็ก

ผ่านลำตะคอง แวะเข้าห้องน้ำถ่ายรูปนิดนึง



กว่าจะมาถึงที่แรก วัดหลวงพ่อโตสรพงษ์ ก็11โมงกว่า

ช่วงแรกเป็นสายวัดตามใจคุณแม่ครับ


สวยงามถูกใจคุณแม่


มุมได้ขอหนึ่งแอ็ค


จากนั้นก็เข้าโคราช ไปกินขนมจีนครูยอด ร้านใหม่ครับ

รสชาติดีอร่อยครับราคาทั่วไป มื้อนี้ หนึ่งพันนิดๆ 9คน แฟนพี่สาวมารอที่ร้าน


จากนั้นก็ไปเป้าหมายหลักของทริปนี้นั้นคือ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี แม่ให้พามาไหว้ย่าโมตั้งนานแล้ว ได้มาถึงเสียที

ช่วงนี้งดจุดธูปครับลดภาวะฝุ่นควัน


สมใจคุณแม่


อากาศที่โคราชนี้ร้อนสุดๆครับพึ่งเคยเห็นอุนหภูมิขึ้นทะลุ 45 ก็คราวนี้ นี่แค่เดือนกุมภานะเนี้ย เมษาจะขนาดไหนที่โคราช

ขับแบบช้าๆชิวๆ ให้บุพการีนั้ง ตัวเลขหน้าจอก็พอชื่นใจดีนะครับทริปนี้ขึ้น 13.+ ตั้งแต่ กทม.จนถึงครบุรีเลย แต่อีกวันมีขึ้นเขาเยอะก็ลงมาน้อยเท่าเดิม ไว้ดูผลรวมท้ายทริป


ไปต่อหลังจากจบทริปคุณแม่สายวัดไปแล้ว ที่เหลือก็เป็นทริปของเรามั้ง คืนนี้เราจะนอนกันที่ ครบุรี ก่อนจะเข้าที่พักแวะเที่ยวกันก่อน


ก่อนไปที่เที่ยวแวะเติมพลังน้ำเย็นๆชื่นใจที่ ร้าน Work in cafe อยู่ริมถนนหลักเส้นครบุรีเลย

ร้านไม่ใหญ่มากบรรยากาศสบายๆ เป็นทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟ เดี่ยวเย็นนี้จะมากินอาหารี่ร้านนี้และ ตอนนี้แวะกินน้ำเย็นๆก่อน

รสชาติอร่อยราคาทั่วไปครับ แต่จำไม่ได้และ 555 มากับพี่ๆ จ่ายมั้งไม่ได้จ่ายมั้ง เลยไม่ได้จำ


มุมสวยๆหลายมุมครับ



เหม่อมองใครอยู่จ๊ะสาวน้อย



ทริปนี้พรีเซนเตอร์หน้าใหม่เยอะหน่อย พี่สาวเหลี่ยมเองง55




พักหายเหนื่อยแล้วก็ไปต่อ แปบๆก็ 4โมงกว่าแล้ว


มาถึงเซอร์ไพร์ทริปนี้ นั้นคือสะพานไม้ร้อยปี บ้านโคกกระชาย ตอนแรกก็ดูมาเฉยๆว่าเป็นสะพานไม้ทั่วไป แต่ไม่รู้ว่าช่วงนี้เขาทำนากำลังเขียวขจีพอดี

ทางเข้ามาตลอดทางดูแห้งๆ แต่พอถึงตรงสะพานไม้กลับมีทุ่งนาเขียวขจีกว้างใหญ่มากๆ


เวลาไม่ได้หาข้อมูลอะไรมามันก็ดีไปอีกแบบ มันจะตื่นตาตื่นใจดีครับ สะพานไม้ทอดยาวเดินไปเรื่อยๆจะมีหมู่บ้านครับ




เปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่อีกคน คุณพ่อนั้นเองง55

คุณแม่อย่าน้อยหน้าคุณพ่อ ยิ้มสู้กล้องหน่อย

สวยงามจริงๆครับที่นี้ชอบมากๆ ปรับทับใจสุดในทริปละ



ขอหน่อยย

แสงกำลังอ่อนลงอากาศเย็นๆครับตอนนี้ 5 โมงแล้ว



สวยฝุดๆ



พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว


ให้พ่อแม่ไปพักที่นอนคืนนี้ก่อน เที่ยวกันทั้งวันแล้ว ผมเลยแยกมากับฟางสองคน ขอไปเก็บแสงเย็นกัยที่เขื่อนลำแชะ


ที่เขื่อนลำแชะห่างจากสะพานร้อยปีแค่5โลได้ครับ เรามาถึงประมาณ 6โมง ต้องแข่งกับเวลาแสงกำลังจะหมดแล้วว

จอดวนอยู่สองสามที จัดมุมจัดทรงได้ ขอรูปคู่กะพระอาทิตย์หน่อย เอาเจ้าไทรทันนี้แหละเป็นแบบ

ซูมเข้าไปดู

70-300ทำงานครับ แบกก็หนัก นานๆจะได้หยิบมาใช้ที แต่จะขายก็เสียดาย เวลาภาพของมันที่ออกได้นั้นมันสวยดีจริงๆ

อีกสักใบก่อนพระอาทิตย์จะหายไป


ตอนนี้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วแต่ยังมีแสงสว่างอยู่ครับ ออกโพล้เพล้ๆ เลยใช้เลนส์ฟิก เปิด F กว้างๆ ดัน ISO เข้าไปหน่อย รูปก็สว่างใช้ได้แล้ว 555


มาเดินเล่นที่สั่นเขื่อนอีกหน่อย ลมเย็นอากาศดี้ดี เห็นมีวัยรุ่นหลายคู่มานั้งเล่นกันลมเย็นๆ ชิลๆ

หรือจะมาออกกำลังกายก็เข้าท่าครับ


จากนั้นก็มืดสนิทพอดี ขับกลับมาที่พัก

ที่พักเดี่ยวค่อยดู กลับมาเอาของลงก็ออกมากินข้าว หิวแล้ว555

มาที่ร้านเดิม ร้าน Work in cafe เพราะอยู่ใกล้ๆที่พักนั้นแหละขับรถไม่3นาที ตอนเย็นก็เป็นร้านอาหาร มีดนตรีสดด้วย มีโซนข้างในเป็นแอร์และข้างนอกอากาศเย็นๆ

นักร้องน่ารักด้วยนะครับ


มื้อนี้หมดไปอีก 2000กว่าบาทได้ครับ ไม่แพงๆราคาทั่วไปอาหารอร่อย เครื่องดื่มหลายขวดด้วย


ข้างนอกไฟก็สวยงาม



ใครผ่านไปผ่านมาแวะมาร้านนี้กันได้นะครับ


จากนั้นก็เข้าที่พักนอน เรานอนกันที่ ต้นไม้ใหญ่รีสอร์ท

ห้องราคาไม่แพง 550 บาท สะอาด กว้างพอสมควร แอร์เย็นเตียงนุ่มครับ

มีห้องเยอะด้วยครับ


นี่ต้นไม้ใหญ่

ใหญ่จริงๆ ใกล้ๆมี7-11 มีตลาดด้วย สะดวกดีครับ


รูปนี้ถ่ายตอนเช้าเราตื่นแต่ไก่โห่อีกแล้ว เช้านี้ขอแยกกะพ่อแม่ก่อนเพราะจไปเดินขึ้นเขาจอมทองพ่อกะแม่น่าจะไม่ไหวแน่ๆ เลยให้สายๆ ไปรถพี่ไปเจอกันที่เขื่อนลำมูลบนเพราะต้องทำธุระเด็กๆตอนเช้าก่อน


ออกครับมาจะไปวัดเขาจอมทอง ขับไปขับมา พระอาทิตย์กำลังขึ้นแบบไวมากๆ ช่องพอดี รีบจอดได้มาสองสามใบ

70-300ทำงานอีกแล้ว

จากนั้นก็ไปต่อ จะไปเขาจอมทองเจอป้ายหาดจอมทองแวะถ่ายรูปหน่อย

ระหว่างทางเข้าเจอทางดินเห็นโลเคชั่นมันสวยดี เลยต้องเข้าไปถ่ายรูป

มองเผินๆนึกว่าทุ่งหญ้าสะวันน่าที่ไหนสักที


ซื้อ4*4มาแล้วไม่ได้ใช้สักที เจอเนินกินขอเอาหัวแหย่ๆขึ้นไปหน่อย พอเป้นอรรถรส


จบทริปนี้ต้องหาเวลาไปใช้4*4จริงๆจังๆให้ได้ครับ อยากลองมาก555

ขึ่นแค่เนินเดียวนั้นแหละแต่ถ่ายหลายมุม 555

ไปต่อขึ้นเขากันหน่อยก็ถึงวัดจอมทอง

ถึงวัดจอมทองแล้วก็จอกรถเตรียมเดินขึ้นเขาจอมทอง

ทางเดินก็ไม่ยากครับ บันไดล้วนๆ ตรงจากบันไดชุดแรกมาจะมีทางขั้นสองทางนะครับ ขึ้นทางขวาหรือขึ้นตรงต่อก็ได้ ทางตรงขึ้นน่าจะสั้นกว่าแต่ชันกว่าครับที่ผมขึ้น

บันไดยาวๆ แนะนำควรมาตอนเช้าๆหรือบ่ายแก่ๆหน่อยจะได้ไม่ร้อนมากนะครับ ป่าไผ่ทั้งนั้น



เดินมาจนได้ 2 หอบ ก็จะมีทางดินนิดหน่อยใกล้ถึงยอดแล้ว


แล้วก็เป็นบันไดต่อ



เจอแล้วหินรูปหัวใจ หรือปล่องหัวใจ หรือเรียกว่าอะไรนั้นแหละ

หมดบันไดก็จะมีปีนป่ายนิดหน่อยก็จะถึงข้างบนแล้วครับ

ใช้เวลาไม่นานไม่เกิน 30 นาทีก็ถึงแล้ว

สำหรับใครที่ชอบความหวาดเสียวชอบปืนป่ายที่นี้มีที่ให้ปีนไปถ่ายหน้าผามุมแปลกๆได้นะครับ แต่อันตรายไม่ค่อยแนะนำ

ผมคนกลัวความสูงเอาผาง่ายๆไม่น่ากลัวพอครับ แค่นี้ก็เสียวๆละ55

ถึงยอดบนสุดจะเป็นลานทางราบมีป่าไผ่ และมีทางเดินไปรอบๆ มีวิวให้เห็นทุกฝั่ง 360 องศาครับ

เราก็เดินไปจนทั่วแหละคัรบไม่ได้กว้างมากมาย เดินวนๆไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ทั่วแล้ว แต่จะนั้งพักถ่ายรูปหรือปีนยอดไหนก็ว่าไปตามถนัด

ไปดูรูปยาวๆเลยละกัน


ฝั่งนี้มองเห็นรถ

ซูมลงไปดูซะหน่อย

เดินต่อๆ


วิวสวยงามครับลมเย็น ตอนนี้แดดยังไม่มา 7 โมงกว่าๆ

ผานี้เสียวหน่อยถ่ายนิดเดียวพอ


ตรงนี้น่าจะสวยสุดในแบบที่เสียวน้อยๆ 555




ตั้งกล้องและแชะภาพ

เช้านี้มีแค่เรา 2 คนบนเขาและ น้องหมาอีก2ตัวได้

ก่อนลงกลับพักนั้งสมาธิให้จิตใจสงบเสียหน่อยยย 555 เห็นมุมหน้าผามันได้เลยแอคท่าเฉยๆครับ

ขาลงเจอคนกำลังขึ้นสวนกันไป แดดกำลังแรงเลยตอนนี้ 8โมงกว่าๆแล้ว

ลงถึงวัดแล้วก็ขับออกจะไปต่อที่หาดจอมทอง

ระหว่างทางลงเขาจากวัดจอมทอง ถนนสวยอีกแล้วขอถ่ายรูปอีกหน่อยย

รูปรถเยอะเหลือเกินขออภัยจริงๆ กำลังเห่อของใหม่พูดตรงๆเลยครับ 555

อยากให้ทุกคนได้เห็นหลายๆมุมจริงๆครับเผื่อจะมีมุมไหนถูกตาถูกใจ และหลงเจ้าไทรทันคันดำๆแบบผมมั้ง

ลืมบอกทริปนี้เพิ่มความดุดันด้วยหน้าดำครับ ทำเองด้วย ซื้อสติ้กเกอร์ดำด้าน ที่ตลาดพูนทรัพย์เมตรละ150บาท ปิดโครเมี่ยมเป็นดำได้ทั้งคันซื้อมาแผ่นละเมตร 2 แผ่น ใช้ไปแผ่นที่2ไม่ถึงครึ่งรวมทำเสียด้วย ประหยัดไปอี้กก แต่ฝีมือยังไม่เนียนเท่าร้านครับตรงมุมใกล้ๆยังมีตำหนิแต่เดียวจะลอกทำใหม่ ทำบ่อยๆเดี่ยวเนียน55


ขับมาอีกหน่อยก็มาถึงหาดจอมทอง

อันนี้ก็สงสัยทำต้องตั้งร่มไกลหาดจัง ลืมถามเขา หรือว่าน่ำมันจะขึ้นหรือป่าว แต่ว่าน้ำมาจากเขื่อนนะ

สวยงามขอสักสองสามแชะ

เป็นน้ำจากเขื่อนลำมูลบนที่เราจะไปต่อครับ

เจอพี่ๆเขาบอกว่ากำลัง งมหอยที่ริมหาด หอยจริงๆหอยข่มครับ


หิวข้าวแล้วก็ไปต่อ

ขับมาอีกนิดก็มาถึงเขื่อนลำมูลบน พ่อกะแม่มาถึงพอดี แวะกินข้าวที่เขื่อนและถ่ายรูปอีกหน่อย


วิวสวยเหมือนอยู่ทะเลเลยละ

แปลกไปกว่านั้นเจอน้องแพะกะแกะด้วย

เป็นฝูงเลยเขาเลี้ยงข้างเขื่อนพอดี

ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลที่นี้ก็มีให้ชมฟรีๆ



จากนั้นก็ไปต่อตอนนี้แยกกะพี่สาว พี่สาวมีเด็กเล็กเลยกลับทางสระบุรีพาแม่ไปด้วยเจอกันที่ผ่าน


ส่วนเราไปต่อที่ร้อนๆฮอตๆ พาป๋าไปเที่ยวคันเรา ส่วนพี่ชายไปธุระต่อแยกไปแต่เช้า


จากเขื่อนลำมูลบน วิ่งตัดมาทะลุทางวังน้ำเขียว แล้วเลี้ยวขึ้นมาชมวิวที่ผารักษ์สลัดได

วิวดีระดีบนึงแต่ที่ไม่กว้างมาก มาตอนกลางวันแบบนี้ก็ร้อนใช่ย่อย

ถ่ายรูปสักพักก็ไปกันต่อ



ทางขึ้นมาแคบและชันแต่ไม่ไกล จากถนนหลักแค่ 3โลได้มั้ง นิดเดียวเอง

จากนั้นไปต่อวิ่งเส้นวังน้ำเขียวจะขึ้นเขาแผงม้ากันครับ ที่จริงเวลาบ่าย 1 แบบนี้มันคงไม่กระทิงหรอก แต่ว่ากำลังเซี่ยนครับ อยากลองใช้ขับสี่เพราะเท่าที่ดูมาเขาแผงม้าเป็นทางดิน และเคยเอาวีออสไปรอบนึงแล้วขึ้นไม่ถึงทางมันต่างระดับเยอะเลยจะไปลองหน่อย


เท่าที่ทราบคือเขาแผงม้ามีจุดดูกระทิงสองจุด จุดแรกที่ขึ้นจากทางร้าน a cup of love ที่เคยขับวีออสมาแหละ แต่พอเข้ามาถึงป้ายที่ ทางเข้าเขาปิด เขาไม่ให้เข้า เลยต้องไปขึ้นอีกจุดนึง

ซึ่งมาถามเจ้าหน้าที่จุดที่ ที่อยู่จุดสองเขาบอกว่าเขาปิดปรับปรุงทางจุดแรกยังไม่รู้จะเปิดเมื่อไหร่ แต่เขาบอกจุดสองที่เราจะไปคือจุดที่เห็นกระทิงเยอะกว่าครับ


ก่อนขึ้นเขาแผงม้าหาน้ำเย็นๆอีกสักหน่อย ร้าน 22 cafe ริมถนนเส้นวังน้ำเขียว ร้านสวยงามอีกแล้ว



มีสวนด้านใน

เติมพลังเสร็จแล้วก็ไปต่อ

น่าเสียดายทางขึ้นเขาแผงม้าตอนี้นั้นแสนง่าย แต่ก็เป็นทางดินแดงลูกรังนั้นแหละแต่ค่อนข้างเรียบ รถเก๋งก็มาได้ครับ แต่ก็ลองใช้ 4H ไปนิดหน่อย

ถึงแล้วตามคาดครับร้อนขนาดนี้คนยังไม่อยากจะเดินกลางแดด แล้วกระทิงที่ไหนจะออกมา


ถึงวันนี้ไม่มีกระทิงแต่มีกระเทยยนะฮ้าาา อิอิ

แวะพักหน่อยสักพักก่อนจะลงตอนบ่ายสอง


ทางไม่โหดแต่ฝุ่นโหดมากคลุ้งกระจายย

อีกหนึ่งทางผ่านมารถคันไหนก็ต้องมาจอดจุดนี้ครับกับ ทอสคาน่าครับ

จากนั้นก็เลาะมาเรื่อยๆ ทริปนี้ถึงบ้านอย่างไว มากินข้าวเย็น 5โมงกว่าๆ แถวดอนเมืองเลย จบทริปสั้นๆง่ายๆแต่ก็แวะไปหลายที่ครับ


ทริปนี้ไม่มีสรุปค่าใช้จ่ายเพราะไม่ได้จดและคิดไม่ถูกเพราะพี่ชายจ่ายให้มั้งพี่สาวจ่ายให้มั้ง ทริปครอบครัวครับรอบนี้55


พูดถึงแต่น้ำมันเข้าไทรทันละกัน

เต็มเติมถังจากกทม.

ขับจนกลับถึงบ้านจบทริป ได้ 600กว่าโล เหลือประมาณ 3 ขีด ความเร็วทั้งทริป 90-120 โดยประมาณ มีขึ้นเขาด้วยและมีใช้ 4H ธรรมดา ตรงช่วงเส้นวังน้ำเขียวแต่ใช้แค่สั้นๆอยากลองเฉยๆ

ก็เหลือวิ่งต่อในเมืองรถติดๆเหมือนเดิม จนกระพริบได้ 798.8 ตามรูป มันยังไม่หมดแต่เจอปั้มพอดี

ก็เลยเติมกลับไปได้ 64.01 ลิตรเอง 1750บาท ถังมัน75ลิตร แสดงว่าพอกระพริบแล้ววิ่งได้จริงๆเป็น100กิโลเลยนะแต่อย่าลองเลย เข็นไม่ไหว

ตัวเลขที่ออกมาก็เลยได้ 798.8หาร 64.01ลิตร

เท่ากับ 12.47 กิโล/ลิตร หรือกิโลละ 2.19บาทครับ

ใช้ได้ครับกับตัวเลขนี้ใช้งานจริง ถ้าวิ่งทางไกลๆยาวๆ ไม่ได้เอามาวิ่งในเมืองเลย ก็คงไปได้เยอะกว่านี้พอสมควรครับ

สำหรับทริปนี้ ก็ไม่รู้จะรีวิวอะไรกะเจ้าไทรทันเพราะใช้งานทั่วไปมันก็ทำหน้าทีไ่ด้ปกติตามประสารถยนต์ทั่วไป

ไว้ทริปหน้าละกัน ทริปหน้าจะพาเจ้าไทรทันไปลองใช้ระบบขับสี่เต็มรูปแบบที่ เขากระโจมครับ จะเป็นยังไงเดี่ยวมาเล่าให้ฟังครับ


แล้วพบกันใหม่กับคู่รักตะลอนทัวร์ วันนี้สวัสดีจ้าา



ความคิดเห็น