[กาญจนบุรี] วันนึงฉันเดินเข้าป่า ไปลั้นลา ที่ลำคลองงู... รีวิวโดย Freeman Rider

ทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน ที่ดูจะเปลี่ยนจุดยืนของมุมมองชีวิตของผมไปมากมาย แรกเริ่มเดิมที ไม่ถนัดกับการเดินป่าเอาซะเลย อย่างมากที่เคยทำก็แค่ขี่มอไซค์ไปกางเต็นท์หาที่นอนสัมผัสอากาศเย็นๆบนทิวเขา นั่งเมากรึ่มๆไปกับบรรยากาศรอบตัว ทำไมจะต้องลำบากลำบนเดินวกวน เข้าไปลึกด้วยนะ แต่ทริปนี้ทำให้ความคิดผมเปลี่ยน

[กาญจนบุรี] วันนึงฉันเดินเข้าป่า ไปลั้นลา ที่ลำคลองงู...

[กาญจนบุรี] วันนึงฉันเดินเข้าป่า ไปลั้นลา ที่ลำคลองงู...

 วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 13.51 น.

 วันที่เดินทาง 30 มี.ค. 2562

ทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน ที่ดูจะเปลี่ยนจุดยืนของมุมมองชีวิตของผมไปมากมาย

แรกเริ่มเดิมที ไม่ถนัดกับการเดินป่าเอาซะเลย อย่างมากที่เคยทำก็แค่ขี่มอไซค์ไปกางเต็นท์หาที่นอน
สัมผัสอากาศเย็นๆบนทิวเขา นั่งเมากรึ่มๆไปกับบรรยากาศรอบตัว ทำไมจะต้องลำบากลำบน
เดินวกวน เข้าไปลึกด้วยนะ แต่ทริปนี้ทำให้ความคิดผมเปลี่ยนไป...


วันศุกร์ที่ 29 มี.ค.62 เวลา 20:30 น.
เราเดินทางไปยัง หน่วยพิทักษ์เขาพระอินทร์ หรือ อุทยานแห่งชาติ ลำคลองงู
ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ใช้เวลาเดินทางร่วมๆ 7 ชม. มาถึงประมาณตี 2
อากาศ ณ เวลานี้เย็นสบาย อุณหภูมิประมาณ 13-15 องศาได้
เราจัดแจงสถานที่ กางเต็นท์ให้เรียบร้อย เพื่อที่จะนอนเอาแรง

จากปกติเป็นคนหลับยาก แต่คืนนี้เป็นคืนแรกที่ได้เข้าถึงความสงบจริงจัง
เพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มี GPS ไม่มี Internet ไม่ต้องตีป้อม Rov
พอไม่มีสิ่งเหล่านี้ ทำให้คืนนี้ได้ Refresh ระบบเวลาชีวิตแบบเต็มที่อีกครั้ง...

หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาพระอินทร์เส้นทางศึกษาธรรมชาติแหล่งท่องเที่ยว
ถ้ำเสาหินและถ้ำนกนางแอ่น
จะเปิดเป็นระยะเวลาสั้นๆเพียง 2 เดือน/ปีเท่านั้น
คือ เดือน มี.ค.-เม.ย. และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินเข้าไปด้วย จึงทำให้ที่นี่จองยากมากๆ
ถือว่าเป็นโชคดีจริงๆที่ได้มา

สิ่งที่ควรเตรียมมาในทริปนี้
1. ไฟฉายคาดหัว (จำเป็นมาก)แนะนำว่าเอาแบบไฟสว่างมากๆหน่อย เพราะในถ้ำมืดมาก
2. กระเป๋ากันน้ำ ควรเซฟไว้สัก 2 ชั้น เพราะ สมบุกสมบั่นจริงๆทริปนี้
3. น้ำดื่ม ระหว่างเดินทาง
4. รองเท้า แนะนำเป็นผ้าใบที่มีพื้นดอกยางยึดเกาะได้ดี ทริปนี้เราต้องเดินทั้งดินและหินคมๆ
5. กล้อง/Action Camera แนะนำหาเคสกันน้ำใส่ ถ้าใครมีไฟเสริมให้ตัวกล้องด้วยจะดีมาก
เพราะ ในถ้ำมืดมาก ถ่ายมาแทบมองอะไรไม่เห็น
6. เสื้อผ้า แนะนำเป็นผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เน้นขายาว แขนยาวจะดีกว่า
เพราะ เราต้องปีนป่ายเยอะ มีโอกาสสะดุดโดนหินคมๆ กันไว้ก่อนดีกว่า
7. ผ้าบัฟปิดจมูก ระหว่างทางนั่งรถเข้าไปมีฝุ่นเยอะอยู่ เตรียมไว้ดีกว่าไม่มี
8. ยาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ พกไว้รับรองได้ใช้แน่ๆ

เดินทางวันแรก...
ตื่นมาท่ามกลางอากาศยามเช้าที่เย็นสบาย หลังทานมื้อเช้าเสร็จ 8.30 น.
เริ่มออกเดินทาง นั่งรถจาก อช. ประมาณ 20 กม. จุดหมายปลายทางในวันนี้คือ ถ้ำเสาหิน


โดยจะแบ่งเป็นกรุ๊ปๆละ 10 คน และเจ้าหน้าที่ 3 คนที่คอยอำนวยความสะดวกให้เราเป็นอย่างดี


ระหว่างทางไปยังถ้ำเสาหิน มีทั้งช่วงทางดินและทางดำ บางช่วงฝุ่นจะเยอะหน่อย

มาถึงจุด Start ทางเจ้าหน้าที่จะแจกจ่าย ชูชีพให้ แน่นอนว่าร้อน ใครมีกระเป๋าแนะนำหาตะขอเกี่ยวแบบมีตัวล็อค ห้อยไว้จะดีมาก เพราะระยะทางที่เราเดินในวันนี้ ไป-กลับ 6 กม. ซึ่งในช่วงแรกเป็นทางลาดลงรัวๆ
แต่ขากลับต้องกลับทางเดิม! แน่นอนว่าที่เราเดินลาดลงมา ก็จะกลายเป็นลาดขึ้นนั่นเอง!



เดินจากจุด Start มาไม่ไกล เรามาถ่ายภาพความประทับใจกันที่ป้าย อลังการแห่งลำคลองงู กันก่อน

ช่วงแรกเป็นทางลาดลงยาวๆ สลับกับป่าไผ่ ที่ช่วงนี้ดูจะแล้งไปหน่อย
ประกอบกับเราจะเห็น
ร่องรอยที่ผ่านการเผาไหม้เป็นระยะๆ จากไฟป่า

ในช่วง 800 เมตรก่อนถึงถ้ำเสาหิน ทางลาดจะเป็นทางหินทั้งหมด
ขาลงก็ว่ายากละ ไม่อยากคิดถึงตอนขาขึ้นเล้ยยยยย

แล้วเราก็มาถึงจุดหมายแรก น้ำตกที่เห็นในภาพ เราจะมากระโดดจุดนี้กันในตอนขากลับ
แต่ตอนนี้เราจะลัดเลาะไปด้านในเพื่อเข้าถ้ำเสาหินกัน

ลึกเข้าไปอีกนิด เราจะต้องว่ายทวนกระแสน้ำเข้าไปในถ้ำ

เนื่องด้วยรอบนี้มีคนมาเยอะ เราค่อยๆทยอยว่ายไป พักไป น้ำในถ้ำเย็นมาก

ลวดลายที่ผ่านการกัดเซาะมาเป็นเวลานับล้านปี เผยให้เห็นความงดงามบนหิน
ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจากศิลปินนามว่า ธรรมชาติ

ในช่วงสุดท้ายก่อนถึงเสาหิน กระแสน้ำจะแรงมาก แต่มีเชือกให้เราไต่ข้ามไปอยู่
กินน้ำขี้ค้าวคาวเข้าไปหลายอึกก็ตรงนี้แหละ

แล้วเราก็มาถึง เสาหินที่สูงที่สุดในโลกตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางถ้ำ โดยมีความสูงอยู่ที่ 62.5 เมตร
หรือประมาณตึก 20 ชั้นเลยทีเดียว ความงามที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ต้องอาศัยแรงจูงใจในการบุกเข้ามา
ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง เมื่อได้มาชมความงดงามอลังการที่ธรรมชาติสร้างไว้

ขากลับเราต้องมากระโดดน้ำจุดนี้ สูงไม่มากเท่าไหร่ต่พื้นค่อนข้างสโลป
ทำให้กะจังหวะกระโดดยากหน่อย เราก้าวพลาดกระแทกลงเต็มตัว เล่นเอาซะจุก
แถมทำให้ตัวหนีบยึดกล้อง gopro หล่นหายไปอีก T-T ใครพบเจอฝากมาคืนทีนะฮะ

จากผลกระทบในการก้าวพลาด ทำให้หัวเข่าเหมือนจะมีปัญหา ลงน้ำหนักไม่ได้มากนัก
กว่าจะกระเผลกเดินออกมาได้ก็เกือบ 6 โมงเย็น... อ่อนล้าอ่อนแรง ระบมไปทั้งตัว อาบน้ำ ทานข้าวเสร็จ
ก็สลบไปตั้งแต่ 2 ทุ่มเลย

เดินทางวันที่สอง...

ถ้ำนกนางแอ่น จากอุทยานนั่งรถประมาณ 10 กม. และเดินเท้าไปกลับอีก 2 กม. ซึ่งดูเหมือนจะไม่ไกล
แต่ด้วยอาการบาดเจ็บหัวเข่าจากเมื่อวาน แต่ก็ฝืนสังขารเดินมาด้วยคำร่ำลือว่า งดงามกว่าถ้ำแรกมาก

กว่าจะก้าวแต่ละก้าวได้ ช่างยาวนาน เสียงกล้ามเนื้อลั่น ทุกครั้งที่ลงน้ำหนัก

ถ้ำนกนางแอ่น มีไฮไลท์ตรงที่ความงดงามขอหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ ดู Outdoor กว่าถ้ำเสาหิน
มีแสงส่องสว่างมากกว่า และจุดกระโดดน้ำที่สูงกว่า แถมขากลับได้ล่องสายน้ำเย็นๆ ไม่ต้องกลับทางเก่า


มาถึงอุโมงค์ทะลุมิติ จุดนี้เป็นช่องหินแคบๆ มืดๆ เพื่อไปยังปากถ้ำนกนางแอ่น
จุดนี้ต้องค่อยคลานเข้าไป แล้วเราจะเห็นแสงสว่างไม่ไกล


แล้วเราก็จะพบกับภาพของความยิ่งใหญ่อลังการที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้

เราเดินหลังลัดเลาะมาหน่อย ก็มาจุดโดดน้ำแรกสูงราวๆ 4 เมตร ยังชิลๆกันทุกคน


ท่ามกลางแดดร้อนๆ ได้มากระโดดน้ำเย็นๆแบบนี้ มันสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก!
หลังโดดลงมาก็ปล่อยตัวปล่อยใจให้กระแสน้ำพัดพาไป...........

และไฮไลท์ของที่นี่คือ หินเอเลี่ยน ที่มีรูปร่างเหมือนยังกับแกะออกมาจากในหนัง
หากแต่หินก้อนนี้ ธรรมชาติเป็นผู้รังสรรค์ขึ้นเองล้วนๆ

ยอมอดทนอาการบาดเจ็บ เพื่อมาชมความงดงามอลังการ ที่ธรรมชาติสร้างมา
คงเสียดายน่าดู ถ้าไม่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ทริปนี้ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า...

แล้วก็มาถึงจุดโดดน้ำสุดท้าย สูงราวๆ 6 เมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุด จุดนี้ไม่มีพื้นที่ให้ยืนมากนัก
บางคนใช้เวลาทำใจจุดนี้นานมาก แนะนำอย่าไปคิดอะไร เพื่อนๆรออยู่ มาแล้วกระโดดเลย!

หลังโดดน้ำจุดสุดท้ายเสร็จ เราก็ค่อยๆว่ายมาอีกไม่ไกล ก็จะเจอกับทางกลับ
เป็นเนินชันขึ้นไปประมาณ 300 เมตรเท่านั้น ก็ถือว่าจบภารกิจอย่างสมบูรณ์

สรุปค่าใช้จ่าย
1. ค่าน้ำมัน ไป-กลับ หาร/10 คนละ 450 บาท
2. ค่าอาหารอุทยาน 5 มื้อ หาร/10 คนละ 450 บาท
3. ค่าไกด์นำทาง 3 คน 2 วัน 3,300 บาท หาร/10 คนละ 330 บาท
4. ค่าเสื้อชูชีพ 50บาท/วัน 2 วัน คนละ 100 บาท
5. ค่ารถจากอุทยาน-จุดเดิน คนละ 280 บาท
รวม 1,610 บาท

ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกคน และไกด์นำทาง ที่ช่วยเหลือดูแลอาการคนเจ็บอย่างผมมาตลอดทาง
สำหรับใครที่จะมา ควรฟิตร่างกายให้มากๆ ทริปนี้ยอมรับเลยว่าได้ประสบการณ์มากมายจริงๆ


ความคิดเห็น