ฮัก "น่าน" ขนาดเน้อ รีวิวโดย Pink Travel

เที่ยวน่าน 3 วัน 2 คืน โดยไม่มีรถยนต์ส่วนตัวววววว ต้องบอกก่อนนะคะว่าทริปนี้เป็นการไปเที่ยวที่จังหวัดน่านตั้งแต่ เดือนธันวาคม ปี 2561 หู้วววววว ทำไมนานจังล่ะ รู้น๊าว่าทุกคนคิดแบบนี้ 555 ใช่จ้า!! มันนานมาก เนื่องจากเราไม่ค่อยมีเวลาเลย หลังกลับจากน่านก็ทำงานยาวไปค่ะ จนลืมที่จะเขียนรีวิวเพื่อเป็นไดอะร

ฮัก "น่าน" ขนาดเน้อ

ฮัก "น่าน" ขนาดเน้อ

 วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 00.10 น.

 วันที่เดินทาง 30 พ.ย. 2561

เที่ยวน่าน 3 วัน 2 คืน โดยไม่มีรถยนต์ส่วนตัวววววว

ต้องบอกก่อนนะคะว่าทริปนี้เป็นการไปเที่ยวที่จังหวัดน่านตั้งแต่ เดือนธันวาคม ปี 2561

หู้วววววว ทำไมนานจังล่ะ รู้น๊าว่าทุกคนคิดแบบนี้ 555 ใช่จ้า!! มันนานมาก เนื่องจากเราไม่ค่อยมีเวลาเลย หลังกลับจากน่านก็ทำงานยาวไปค่ะ จนลืมที่จะเขียนรีวิวเพื่อเป็นไดอะรี่เตือนความจำของตัวเอง ว่าเคยไปที่ไหนมาบ้าง และบังเอิญเราได้เปิดไปเจอรูปที่ไปเที่ยวที่จังหวัดน่าน พอกลับมาดูก็ทำให้คิดถึงที่ที่เคยไป... ไปจนตกหลุมรัก และอยากกลับไปอีก สุดท้ายเราก็ต้องกลับมาเขียนรีวิว เผื่อใครที่เข้ามาอ่านจะตกหลุมรักจังหวัดนี้เหมือนเรากับเพื่อนร่วมทริปของเราบ้าง

เอาล่ะ เกริ่นมานานแล้วเนอะ

เริ่มกันเลยจ้า ! ! !


นัดเจอกันที่สถานีขนส่งหมอชิต 2

เราไปกัน 3 คนค่ะ นัดเจอกันที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 วันศุกร์ที่ 30 พ.ย. 61 (แหม่....ศุกร์สิ้นเดือนพอดีเลยจ้า รถติดมั่กๆ) รถที่ไปเป็นรถของบริษัทสมบัติทัวร์ค่ะ จองตั๋วล่วงหน้าไว้ประมาณ 1 เดือน(กลัวตั๋วเต็ม) รถออกเวลา 20.20 น. อ่ออย่าลืมบอกคนตรวจตั๋วด้วยนะคะว่าลง สถานีขนส่ง
อำเภอเวียงสา เพราะจุดหมายปลายทางของเราที่แรกก็คือ!! ดอยเสมอดาว นั่นเองจ้าาาาาาา

ได้ตั๋วแล้วก็ไปกันเล้ยยยย


อำเภอเวียงสา

รถทัวร์ถึงเวียงสาในวันที่เสาร์ 1 ธ.ค. 61 เวลา 05.30 น. จากนั้นเราจะต้องต่อรถ จากอำเภอเวียงสา ไป อำเภอนาน้อย(สายเวียงสา-นาน้อย-นาหมื่น) เพื่อไปเอาเต้นท์ที่เช่าไว้และต่อรถขึ้นดอยเสมอดาวค่ะ สำหรับรอบรถที่เราไปนั้นเป็นรอบ 06.10 น. ค่ารถ 40 บาท รถที่ออกทุกรอบจะเป็นรถหวานเย็นคันเล็กๆค่ะ ที่นั่งก็จะมีไม่เยอะต้องแบ่งๆกันนั่ง คุณลุงคนขับแก่จะขับไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่น่าเบื่อนะคะเพราะวิวข้างทางดีมว๊ากกก

ขึ้นรถจากเวียงสา ไปนาน้อย


อำเภอนาน้อย

เรามาถึงนาน้อยประมาณ 08.00 น. ลงหน้าธนาคารออมสินสาขานาน้อย มีคนลงกับเราเยอะเลย น่าจะมีจุดหมายปลายทางเดียวกัน เราเดินมาเอาเต้นท์ที่จองผ่าน Facebook ไว้ ราคา 350 บาท สำหรับนอน 3 คน(มัดจำไว้ที่ร้าน 500 บาท พร้อมบัตรประชาชน) นอกจากให้เช่าเต้นท์แล้วที่นี่ยังมีบริการถ่ายรูปที่ดอยเสมอดาวให้ฟรีด้วยนะคะ ใจดีแท้ๆจ้า (จริงๆพวกเราจะจองเต้นท์ผ่านอุทยาน แต่ว่าโทรติดยากมากกกกกก สัญญาณไม่ดีเลยค่ะ เลยตัดสินใจไม่จองของอุทยานและจองที่นี่แทน ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากๆ)

สำหรับรถขึ้นดอยเราขึ้นจากร้านที่เช่าเต้นท์เลยค่ะ พี่คนขับคิดค่ารถคนละ 70 บาท (ค่ารถขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ไปนะคะ) คันที่เราไปมี 6 คนค่ะ(รวมพวกเราแล้ว 3 คน) ก่อนขึ้นดอยพี่คนขับรถที่มีชื่อว่า"เจ้กุ๊ก" (ขอเรียกเจ้นะคะเพราะพี่แกขับรถได้เฟี้ยวฟ้าวม๊ากกก) ได้พาพวกเราแวะเซเว่นเพื่อทำการซื้อของก่อนขึ้นดอย

ก่อนขึ้นดอยต้องมาเอาเต้นท์ และแวะเซเว่นกันก่อนเด้อ


เสาดินนาน้อย

หลังจากซื้อของเรียบร้อยเจ้กุ๊กได้พาพวกเราแวะไปดูเสาดินนาน้อยด้วยอีก 1 ที่เพราะเป็นทางผ่านก่อนขึ้นดอยเสมอดาวค่ะ เจ้แกให้เวลาพวกเรา 10 นาทีในการเดินดู (เหมือนมากะทัวร์จีนเลย 555) พอเดินไปดูก็สวยดีนะคะ คล้ายๆแพะเมืองผี มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆด้วย

แวะถ่ายรูปชิคๆที่เสาดินนาน้อย


ดอยเสมอดาว

ในที่สุดเราก็มาถึง "ดอยเสมอดาว" กันแล้วจ้าาาาา (ดอยเสมอดาวเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่นนั่นเองค่าาา) กว่าจะถึงเจ้กุ๊กแก่พาเราซิ่งยิ่งกว่า Fast 8 อีกจ้า แต่สนุกนะคะ หัวเปิงเป็นอีเพิ้งดี 555 นี่แหละค่ะ Feel ของการเดินทางโดยไม่มีรถส่วนตัว

เราถึงดอยกันประมาณ 09.00 น. เจ๊กุ๊กนัดเวลาลงดอยกลับไปนาน้อยวันพรุ่งนี้เวลา 9.00 น. พอพูดคุยนัดเวลากันเสร็จ เราก็ขนของลงรถแล้วก็เดินหาพื้นที่กางเต้นท์กันค่ะ ด้วยความที่เราไปถึงดอยตอนเช้าทำให้มีพื้นที่ว่างมากมายในการจับจองพื้นที่กางเต้นท์จ้า

จับจองพื้นที่กางเต้นท์กันเล้ยยยย


กางเต้นท์ จัดของกันเสร็จแล้ว พวกเราก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด แล้วก็ไปหาข้าวเช้า(+เที่ยง)กินจ้าาาา ร้านที่เราไปกินอยู่ห่างจากที่กางเต้นท์ไม่ไกลค่ะ เดินไปแป๊บเดียวก็ถึงเป็นร้านของชาวบ้านที่มาเปิดขายในช่วงที่ดอยเสมอดาวเปิดให้นักท่องที่ยวมากางเต้นท์พักค้างคืนนั่นเอง

กินอะไรเล่าเธอถึงได้งามแสนงาม งามล้ำเกินคน


กินข้าวเสร็จแล้วก็มาซื้อเครื่องดื่มที่ร้านค้าสวัสดิการกันต่อเลยค่ะ ร่างการต้องการน้ำเย็นๆสักแก้วเพราะอากาศไม่ค่อยหนาวเลยจ้าาา อ่อ!! ต้องบอกก่อนนะคะว่าที่นี่อยู่บนดอย ไฟฟ้าไม่ได้มีใช้ตลอดเวลา หากใครต้องการใช้ไฟสามารถมาเสียบปลั๊กใช้ได้ที่บริเวณหน้าร้านน้ำค่ะ (อันนี้ไม่แน่ใจนะคะว่าทางอุทยานจะตัดไฟประมาณกี่ทุ่ม) ใช้แล้วก็อย่าลืมหยอดค่าใช้บริการให้ทางอุทยานเขาด้วยนะคะ^^

โกโก้เย็นแก้วนี้ที่ดอยเสมอดาว


ซื้อน้ำเสร็จก็เช่าเสื่อของอุทยานไปไว้ปูนั่งกันค่ะ ราคาเสื่อที่เช่า...จำไม่ได้แล้วค่ะ 5555 แต่ที่แน่ๆราคาไม่เกิน 50 บาทจ้าาา หลังจากได้น้ำ ได้เสื่อปูนั่ง ก็ถึงเวลาเดินเล่น ถ่ายรูป แล้วก็นอนพักผ่อนใต้ต้นไม้ รอเวลาอยากให้ค่ำไวๆ เพราะอยากเห็นดาวแล้วว่าจะสวยสมกับคำล่ำลือจริงๆหรือเปล่า

บรรยากาศบนดอยตอนเที่ยงๆ บ่ายๆ


ถ่ายรูปเล่นรอเวลาที่จะเห็นดาวในยามค่ำคืน


พอเริ่มมืดอากาศก็เริ่มเย็น ร่างกายเลยต้องการอะไรร้อนๆกินเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย สิ่งนั้นก็คือ.......หมูกระทะ นั่นเองจ้าาาาาาา ร้านที่ไปเป็นร้านเดียวกับที่ไปกินมาเมื่อตอนกลางวันค่ะ แม่ค้าใจดีก็เลยไปอุดหนุนพี่แกอีก

อากาศแบบนี้ต้องหมูกระทะยั่วๆเลยจ้าาาา


กินเสร็จก็ถึงเวลาที่เรารอคอยสักทีค่ะ ระหว่างทางเดินกลับจากร้านหมูกระทะ ประมาณ 19.00 น. พวกเราลองแหงนมองบนท้องฟ้า โอ้โหหหห "ดาวเยอะมาก" และถ้ายิ่งมองจากลานชมดาว หรือที่กว้างๆที่ไม่มีต้นไม้บัง ดาวจะยิ่งเยอะและสวยมากกกกกกกกกก

เราอยากจะเก็บภาพดาวแบบชัดๆไว้ดูกับเขาบ้างแต่!!!! เราไม่มีอุปกรณ์ถ่ายภาพที่พร้อมจะถ่ายดาวเลยสักคน กล้องที่ใช้ก็ Mirrorless กับ Compact ธรรมดา เลนส์ถ่ายดาวก็ไม่มี ขาตั้งกล้องก็ไม่มี แต่โชคดีค่ะที่ ร้านที่เราไปเช่าเต้นท์เขามีบริการถ่ายรูปกับดาวให้เราจ้าาาาา ถ่ายฟรีด้วยใจดีมั่กๆ แต่เนื่องจากวันที่เราไปมีลูกค้าที่เช่าเต้นท์รอเข้าคิวถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ เราเลยได้ถ่ายกันแค่ 2 ชอต ไปดูรูปกันเลยค่าาาา

ดาวเยอะจริงๆไม่จกตา รูปถ่ายติดดาวมาเยอะยังไงของจริงก็เยอะตามรูปเลยค่ะ และด้วยความที่อยากเอากล้องของตัวเองลองถ่ายดาวดูบ้าง เราจึงไปขอยืมขาตั้งกล้องของพี่ๆเต้นท์ข้างๆ(พี่เขาถ่ายกันเสร็จแล้ว) พี่ๆใจดีมากค่ะให้เรายืมขาตั้งกล้อง และก็ช่วยปรับค่าต่างๆของกล้องให้ด้วย(Sony A6100) ขอบคุณมากๆนะคะ และนี่คือรูปที่มาจากกล้องพวกเราเองค่ะ

ชัดอยู่นะเอ้อ

ลองแบบมีพวกเราในเฟรมบ้าง

ก็จะได้ประมาณนี้ค่ะ จะเห็นว่าถ้าภาพไหนมีคนภาพจะไม่ค่อยชัด เพราะเวลาถ่ายเราจะต้องยืนนิ่งมากๆห้ามดุกดิกเลยไม่งั้นภาพจะเบลอค่ะ แต่ได้ภาพมาขนาดนี้เราก็แฮปปี้แล้วนะคะ เพราะใช้แค่กล้อง Mirrorless เลนส์ธรรมดาที่ติดมากับตัวกล้อง+ขาตั้งกล้องที่ยืมพี่ๆเต้นท์ข้างๆเขามา

หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็อาบน้ำ นอนดูดาวหน้าเต้นท์ และเข้านอนประมาณ 23.00 น.


เช้าวันที่ 2 ธ.ค. 2561 เราตื่นกันเวลา 05.00 น. ทำการล้างหน้าแปรงฟัน และไปดูทะเลหมอก+พระอาทิตย์ขึ้นกันค่าาาาา วันนี้คนค่อนข้างเยอะ อากาศก็ไม่ค่อยหนาว 18 องศาเนาะๆ

ทะเลหมอกสีขาวตัดกับพระอาทิตย์สีส้มๆ

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ก็กลับเต้นท์เก็บของ เก็บเต้นท์ ซื้อหมูปิ้งมากินรอเจ๊กุ๊กมารับตอน 9.00 น.

เจ๊กุ๊กมาแล้วววววว

กลับนาน้อยเพื่อเอาเต้นท์ไปคืน

นำเต้นท์ไปคืนที่นาน้อย จากนั้นขึ้นรถหวานเย็นกลับเวียงสา ต่อรถจากเวียงสาเข้าเมืองน่าน


เมืองน่าน

ถึงตัวเมืองน่านเวลา 11.50 น. เราลงรถกันที่หน้าวันภูมินทร์ค่ะ ซึ่งที่พักที่เราจองไว้ก็อยู่ใกล้ๆวัดภูมินทร์พอดีเลยค่ะ เราพักกันที่ "Kaampuju cafe and room" เป็นที่พักสไตล์น่ารักๆ พี่ที่ดูแลก็ใจดี และที่สำคัญราคาไม่แพงด้วย 10 10 10 ไปเลยจ่ะ

นำของเข้าที่พัก อาบน้ำแต่งตัวแล้วไปหาข้าวเที่ยงกินกันจ้าาาา


ร้านอาหารเฮือนฮอม

เรามาหาข้าวเที่ยงกินกันประมาณบ่าย 2 และร้านที่พี่ดูแลที่พักแนะนำก็คือร้านเฮือนฮอมนั่นเองค่าาาา ที่ร้านคนค่อนข้างเยอะค่ะ จึงทำให้รออาหารค่อนข้างนาน แต่รสชาติดีม๊ากกกกก ลำขนาดเจ้า


วัดภูมินทร์

ทานอาหารเสร็จเราก็มาที่วัดภูมิทร์ต่อเลยค่ะ มาไหว้พระขอพร เดินดูภาพจิตรกรรมฝาผนัง และภาพที่พลาดไม่ได้เลยคือภาพ "ปู่ม่าน ย่าม่าน" นั่นเองค่ะ

กระซิบรัก ปู่ม่าน ย่าม่าน


Coffee Himwat & Gallery

ไหว้พระเสร็จแล้วรู้สึกคอแห้ง ร่างกายต้องการน้ำปั่น เราเลยแวะร้าน Coffee Himwat & Gallery เป็นร้านเล็กๆอยู่ข้างวัดภูมินทร์ ที่ร้านมีภาพเขียนและมุมชิคๆให้เราถ่ายรูปเพียบเลยค่ะ อ่อ...และวันที่เราไปทางร้านมีโปรโมชั่นคือถ้าลูกค้าโพสรูปและเช็คอินที่ร้านจะได้รับส่วนลด 50% หุหุหุ หวานหมูพวกเราเลยสิคร๊าาา

ซื้อน้ำเสร็จพวกเราก็กลับที่พัก รอออกมาเดินถนนคนเดินหน้าวัดภูมินทร์(กาดข่วงเมืองน่าน)ในตอนเย็นกันค่ะ


ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน

เย็นนี้เราจะฝากท้องกันที่ถนนคนเดินกันค่ะ ของกินเยอะมากกกกก ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ ของฝ่งของฝากก็มีมากมายละลานตาไปหมดเลย

ที่ถนนคนเดินเราสามารถซื้อของไปนั่งทานบริเวณลานหน้าวัดภูมินทร์ได้นะคะ เขาจะมีที่นั่งและชุดขันโตกให้เราไปนั่งทานอาหารและชมการแสดงค่ะ เพลินไปอี๊กกกกก


หลังจากทานอาหาร เดินซื้อของฝากที่กาดเสร็จแล้ว เราก็กลับที่พักกันประมาณ 21.00 น. เตรียมเก็บของสัมภาระต่างๆกลับบ้านกัน แต่เนื่องจากเครื่องบินที่เราจองออกเวลา 13.55 น. เราเลยนัดกันว่าจะเดินเที่ยวเมืองน่านในช่วงเช้ากันก่อนไปสนามบิน


เช้าวันที่ 3 ธ.ค. 2561 วันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่น่านแล้วววววว ยังไม่อยากกลับเลย T_T

เราตื่นกัน 6.00 น. โดยไม่ได้นัดหมาย เลยพากันไปเดินเล่นในตอนเช้าตรู่(โดยที่ยังไม่อาบน้ำแปรงฟัน 555) อากาศตอนเช้าดีมากค่ะ เงียบสงบ เราเดินผ่านวัดภูมินทร์ ไปพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่านเพื่อที่จะเดินไปดูซุ้มต้นลีลาวดีกันค่ะ (ในตอนเช้าผู้คนสามารถเข้ามาวิ่ง-เดิน ออกกำลังกายที่พิพิธภัณฑ์กันได้)


เรากลับมาอาบน้ำแต่งตัวและทานอาหารเช้าที่ทางที่พักเตรียมไว้ให้ หยิบทานตามอัธยาศัยกันเลยเด้อ


ซุ้มต้นลีลาวดี @พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน

เวลา 8.00 น. เราก็กลับมาถ่ายรูปกับต้นลีลาวดีอีกครั้ง(คราวนี้มาแบบสวยๆกันแล้วค่ะ 555)


นั่งรถรางชมเมืองเก่าน่าน

ระหว่างทางที่เดินกลับจากซุ้มต้นลีลาวดี เราก็เห็นรถรางจอดอยู่บริเวณหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน จึงเดินเข้าไปถามทราบว่าเป็นรถรางนำเที่ยว เราจึงไม่รอช้าขึ้นไปจับจองที่นั่งรอรถออกรอบ 9.30 น. บนรถจะมีวิทยากรสายฮาคอยบรรยายสถานที่ต่างๆให้ฟังค่ะ

ถ่ายรูปกับลุงๆป้าๆบนรถระหว่างรอรถออก


วัดศรีพันต้น คือที่แรกที่รถจอด


วัดสวนตาล


วัดอรัญญาวาส


ระหว่างทางบนรถราง


กลับแล้วนะน่าน

หลังจากนั่งรถรางเสร็จเราก็กลับไปเช็คเอาท์ออกจากที่พัก และเดินทางไปสนามบินในตอนเที่ยง (รถไปสนามบินจะมารับเราถึงที่พักเลยค่ะ โดยเราให้ทางที่พักติดต่อหารถให้) จริงๆยังไม่อยากกลับเลยค่ะ ยังอยากใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่นี่ต่อ(คนหรือสลอต) เพราะรู้สึกว่าที่น่านยังมีสถานที่ที่น่าสนใจให้เราได้ไปอีกเยอะ

แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปอีกนะ

ฮัก "น่าน" ขนาดเน้อ



ความคิดเห็น