ปิล๊อค ดินแดนแห่งสายหมอก รีวิวโดย t.aroundtogether

หน้าฝน ก็ต้องมีหมอก แต่ที่นี่ มีหมอกทั้งปีจ้าสถานที่ๆใครก็ต้องมาเยือนกันสักครั้งมีเวลา 2 วัน 1 คืนก็สามารถเดินทางมาได้ไม่ว่าจะรถส่วนตัวหรือรถประจำทางก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมาที่นี่ “หมู่บ้านอีต่อง” ☔️ ไอเท็มประจำหมู่บ้านนี้คงต้องเป็นร่มไม่ก็เสื้อกันฝน ที่จะมาต้อนรับเราเกือบทุกวันในฤดูฝนนี้แต่ก็ไม่เ

ปิล๊อค ดินแดนแห่งสายหมอก

ปิล๊อค ดินแดนแห่งสายหมอก

 วันพฤหัสที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 22.34 น.

 วันที่เดินทาง 8 ส.ค. 2562

หน้าฝน ก็ต้องมีหมอก แต่ที่นี่ มีหมอกทั้งปีจ้า
สถานที่ๆใครก็ต้องมาเยือนกันสักครั้ง
มีเวลา 2 วัน 1 คืนก็สามารถเดินทางมาได้
ไม่ว่าจะรถส่วนตัวหรือรถประจำทาง
ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมาที่นี่ “หมู่บ้านอีต่อง” ☔️

ไอเท็มประจำหมู่บ้านนี้คงต้องเป็นร่มไม่ก็เสื้อกันฝน

ที่จะมาต้อนรับเราเกือบทุกวันในฤดูฝนนี้
แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค แถมมันทำให้หมู่บ้านนี้ดูมีสเน่ห์ขึ้นอีก
การเดินทางมายังหมู่บ้านเราต้องผ่านมา 399 โค้ง
กับการเดินทาง 300 กว่ากิโลจากกรุงเทพฯ
แต่เมื่อมาถึงแล้ว พูดได้ว่าคุ้มมากกับการเดินทาง

เราจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สงบ และอากาศที่ดี
พักโฮมสเตย์ชาวบ้านหรือจะกางเต๊นชิวๆ
ไปเที่ยวกัน แล้วคุณจะหลงรักหมู่บ้านอีต่อง


เราเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพแต่เชื่อเพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้าน

ครั้งนี้เราจะเดินทางโดยใช้เวลา 2 วัน 1 คืน

แต่เป็นสัปดาห์ที่หยุดยาว เลยคาดไว้ว่าผู้คนต้องเยอะแน่ๆ

และทางที่พักได้แจ้งว่าเราควรเดินทางไปถึงหมู่บ้านก่อนเที่ยงจะดีมาก

เพราะถ้าหยุดยาวอาจจะหาที่จอดรถยากและรถจะเยอะ




เส้นทาง ณ วันที่เดินทาง (28/7/19) เส้นทางไปหมู่บ้านยังไม่เสร็จดี

อาจมีบางช่วงก่อนถึงหมู่บ้าน ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับ เพราะกำลังก่อสร้างทางอยู่

ตลอดทางเราจะเห็นรถสวนเข้าออกมากมาย ทำให้เส้นทางนี้ไม่ดูเหงาเลย


เมื่อเดินทางมาใกล้หมู่บ้านแล้วเราจะเจอจุดชมวิว เป็นจุดรับสัญญาณโทรศัพท์

เพราะตลอดทางบางช่วงนั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลย


ก่อนเข้าหมู่บ้านเราได้แวะที่ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

ซึ่งจะอยู่ก่อนถึงหมู่บ้านอีต่องประมาณ 5 กิโลเมตรได้

เราจะต้องจอดรถเอาไว้ด้านนอกและเดินเท้าเข้ามาประมาณ 200 เมตร

ด้านทางเข้าจะต้องเสียค่าเข้าอุทยานและค่าที่จอดรถ

หลังจากเดินเข้ามาเพียงนิดเดียว เราก็จะเจอน้ำจก ซึ่งน้ำใสและเย็น น่าเล่นมาก



และแล้วเราก็เดินทางมาถึงแล้ว หมู่บ้านอีต่อง

ครั้งนี้เราจะพักเต๊นของโรงเรียนกัน

ซึ่งจะอยู่ที่ราคา 350 บาท นอนได้ 2 คน รายได้ที่ได้จะเป็นของน้องๆนักเรียนที่โรงเรียน

เพราะเราได้หาที่พักไว้ล่วงหน้าเป็นเดือนก็เต็มเกือบหมดทุกที่ เลยตัดสินใจพักเต็นนี่แหละได้บรรยากาศดี


เมื่อมาถึง สายฝนก็โปรยปรายต้อนรับ




หลังจากหาที่กางเต๊นเสร็จก็ออกมาเดินเล่นในหมู่บ้าน

สถานที่ต่างๆที่ไม่ควรพลาดเมื่อวานหมู่บ้านอีต่องก็คือ

น้ำตกจ็อกกระดิ่น

เหมืองปิล๊อกเก่า

สะพานเหมืองแร่

สะพานป้ายไม้

วัดพระธาตุเหมืองปิล๊อก

บ่อปลาคราฟท้ายเหมือง

จุดชมวิวเนินเสาธง

จุดชมวิวเนินช้างศึก

ช่องมิตรภาพ

ซึ่งตรงสะพานไม้จะมีชาวบ้านได้มีบริการเหมารถเที่ยว

โดยจะพาไป จุดชมวิวเนินเสาธง จุดชมวิวเนินช้างศึก และ ช่องมิตรภาพ ในราคา 50 บาทต่อคน

หรือจะเหมาไปที่อื่นๆด้วย ก็ตามที่ตกลงกันได้เลย





เมื่อเดินเล่นรอบๆหมู่บ้าน

เราก็มากันที่ บ่อปลาคราฟท้ายเหมือง

ที่บ่อน้ำจะใสมากกกก จนเห็นพื้นด้านล่าง






ช่องมิตรภาพ


เนินเสาธง



เนินช้างศึก

บนบนนี้สวยไม่แพ้ที่ไหนเลย

บรรยากาศดีมาก บริเวณใกล้เคียงนี้ สามารถมากางเต๊นนอนได้

ถ้าตื่นมาเจอวิวแบบนี้ที่ปลายเต๊น คงเป็นอะไรที่ฟินน่าดู





และแล้วสายฝนก็คิดถึงเรา ต้องหวนกลับมาหาเราเกือบทั้งวัน











ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่นั่งรถประจำทาง

สามารถนั่งรถตู้ได้จากสายใต้หรือสถานีขนส่งหมอชิต เพื่อเดินทางไปยังกาญจนบุรี

และนั่งรถตู้จากกาญจนบุรีไปทองผาภูมิ ต่อด้วยรถสองแถวจากทองผาภูมิมายังหมู่บ้านอิต่อง

รถสองแถว ทองผาภูมิ-หมู่บ้านอีต่อง 10:30 11:30 12:30 13:30

รถสองแถว หมู่บ้านอีต่อง-ทองผาภูมิ 6:00 8:00



ความคิดเห็น