แบกกล้องไปท่องโลก [Special EP.1] "โคราช" แบบ One day trip ในแบบที่คนกรุงฯ ตามไปได้สบายๆ [รูปเยอะ] รีวิวโดย Arnuphap Yaiphimai

~ ทำไมต้องโคราช ~ กราบสวัสดีท่านสมาชิกที่น่ารักอย่างงามๆ เนื่องด้วยช่วงหน้าฝนนี้ไม่ใช่ช่วงที่ผมออกไปถ่ายรูปสักเท่าไหร่ ผมเลยใช้เวลาวันหยุดไปกับการกลับบ้านไปหาพ่อแม่ซะส่วนมาก ซึ่งจังหวัดบ้านเกิดผมคือนครราชสีมา ทีนี้กล้องก็เอากลับ จะไปกลับไปกินๆ นอนๆ ทั้งวันก็จะเฉาตายพอดี กล้องมันเรียกผมให้พาไปแช๊ะทั้

แบกกล้องไปท่องโลก [Special EP.1] "โคราช" แบบ One day trip ในแบบที่คนกรุงฯ ตามไปได้สบายๆ [รูปเยอะ]

แบกกล้องไปท่องโลก [Special EP.1] "โคราช" แบบ One day trip ในแบบที่คนกรุงฯ ตามไปได้สบายๆ [รูปเยอะ]

 วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.08 น.

 วันที่เดินทาง 21 ก.ค. 2562

~ ทำไมต้องโคราช ~

กราบสวัสดีท่านสมาชิกที่น่ารักอย่างงามๆ เนื่องด้วยช่วงหน้าฝนนี้ไม่ใช่ช่วงที่ผมออกไปถ่ายรูปสักเท่าไหร่ ผมเลยใช้เวลาวันหยุดไปกับการกลับบ้านไปหาพ่อแม่ซะส่วนมาก ซึ่งจังหวัดบ้านเกิดผมคือนครราชสีมา ทีนี้กล้องก็เอากลับ จะไปกลับไปกินๆ นอนๆ ทั้งวันก็จะเฉาตายพอดี กล้องมันเรียกผมให้พาไปแช๊ะทั้งวันเลย ถึงจุดๆ นึงอดไม่ไหว ก็ต้องหาที่ไปลั่นชัตเตอร์เล่นซะหน่อย


~ โคราชไปไหนได้บ้าง ~

จริงๆ แล้วโคราชเป็นจังหวัดที่ใหญ่มากๆ หากวัดที่พื้นที่ก็จัดว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วย พื้นที่ขนาด 20,493.964 ตารางกิโลเมตร (ข้อมูลจาก WIKIPEDIA) ทีนี้เราต้องแบ่งเป็นโซนก่อน แล้วเราต้องมีรถส่วนตัวนะครับ เพราะแต่ละสถานที่ค่อนข้างอยู่ไกลกัน ผมตัดสินใจเส้นขาเข้ากรุงเทพฯ โดยสถานที่ๆ จะไปมีดังนี้ (เรียงตามที่ผมไปจริงเลยนะครับ อาจเดินทางวนไปวนมาหน่อย)


1. วัดป่าภูผาสูง // GPS : https://1th.me/oGe3

2. วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หรือ วัดพระขาว // GPS : https://1th.me/eNoa

3. โรงไฟฟ้าลำตะคอง เขายายเที่ยง // GPS : https://1th.me/V1Oe


~ วัดป่าภูผาสูง ~

เป็นสถานที่ๆ ได้ยินชื่อปุ๊บ รู้เลยว่ามีหน้าผา ฮาๆ ผมคิดไว้อย่างแรกคือ วิวก็งั้นๆ แหล่ะ ประเทศไทยเน๊าะ ภูมิประเทศไม่ค่อยมีอะไรให้ว๊าวเท่าไหร่ ผมใช้เวลาออกจากตัวเมืองโคราชกว่าจะถึงก็ประมาณ 2 ชั่วโมง ถือว่าลึกพอตัว แต่ถนนหนทางอาจจะมีโค้งเยอะหน่อยแต่สภาพถนนไม่ได้ทรุดโทรมอะไร ไปถึง จอดรถปั๊บ .., นกยูง !! นกยูงเพียบเลยครับ เดินเล่นกันทั่ว



ในบริเวณวัดมีป้ายบอกไว้ว่าเป็นแหล่งรวมฝูงกระรอกขาวที่ใหญ่ที่สุดในโลก อันนี้ก็ไม่รู้นะครับว่าจริงมั้ยแต่ที่ได้เห็นมาคือเยอะจริงๆ เดินไปทางไหนก็เจอ


ผมเดินถ่ายรูปได้เพลินๆ แม่ก็เรียก บอกให้ไปดูหน้าผา ผมคิดไว้เลยว่าดูปั๊บ ไปไหว้พระแล้วกลับเลย คงไม่มีอะไรให้เที่ยวอีกละ


พอเดินเข้าไปได้แป๊บเดียว ยังไม่ทันถึงผาก็เห็นแผนที่วัดใหญ่ๆ เลยครับ เป็นเหมือนเส้นทางการเดินชมวัด ในหัวเริ่มคิดละว่าน่าจะมีอะไรให้ถ่ายเล่นเยอะแน่ๆ ฮ่าๆ


เอาหล่ะครับ ถึงเวลาได้เชยชมหน้าผาพระเอกของวัดนี้,


ก็อย่างที่คิดไว้แหล่ะครับ วิวก็ไม่ได้สวยหรอกนะ แต่ที่ผมได้คือความสบายใจ ได้มองอะไรไกลๆ สุดลูกหูลูกตา ตากลมเย็นๆ ซึมซับธรรมชาติอย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมเลิกสนใจไปเลยว่าวิวใันจะสวยหรือไม่สวย แต่ไปสนใจว่าอยู่ตรงนั้นมันสุขใจแค่ไหน วิวแบบนี้ ลมเย็นๆ แบบนี้ ให้นั่งอยู่ทั้งวันยังได้เลยครับ


แม้จะอยากอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน แต่เวลาก็ยังเดินต่อเรื่อยๆ ถึงเวลาที่ต้องยกก้นขึ้นแล้วเดินเที่ยววัดต่อ ระหว่างทางเจออะไรต่อมิอะไร เยอะแยะไปหทด เอาเป็นว่าเห็นอะไรสวยก็ถ่ายอันนั้นแล้วกันเน๊าะ ฮ่าๆ



ที่ผมชอบอย่างนึงคือ วัดนี้รูปปั้นเยอะมากๆ ห้วงเวลานั้นเหมือนผมต้องมนต์สะกดเลยหล่ะครับ มนต์ขลังแห่งพระพุทธศาสนา มนต์ขลังแห่งคำสอนของพระพุทธเจ้า กราบบบบบบ~



จริงๆ แล้วระหว่างทางเดินจะมีเจดีย์ใหญ่ๆ เป็นไฮไลท์อีกอย่างนึง แต่วันนั้นคนเยอะมากครับ(เจดีย์เปิดให้เข้าชมเฉพาะ เสาร์ - อาทิตย์เท่านั้นนะครับ) ผมเลยตัดสินใจไม่เข้าดีกว่า เดินชมศิลปะรอบนอกไปจนถึงทางออก



นอกจากกระรอกและนกยูงแล้ว ยังมีนกแก้วด้วยนะครับ ดูสิ อุดมสมบูรณ์ขนาดไหน



ไม่เล่นละ อาย ฮ่าๆ


และเนื่องด้วยวัดนี้คือวัดป่า ทางเดินก็จะอุดมสมบูรณ์หน่อย เพราะฉนั้นใครที่พาลูกๆ และครอบครัวไปเที่ยวต้องระวังความปลอดภัยหน่อยนะครับ สัตว์มีพิษระหว่างทางมีเยอะเช่นกัน



ถือว่าเป็นที่ๆ สวยงาม และคุ้มที่จะมาเยือนเลยหล่ะครับ ที่คิดไว้ว่าไม่น่ามีอะไร กลับมีเยอะจนผมถ่ายไม่หยุดเลย ขนาดออกมาจากวัดแล้วมานั่งทานมื้อเที่ยงยังไม่อะไรให้ถ่ายเลยครับ



~ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ~

จริงๆ แล้วผมเคยไม่รู้จักชื่อวัดนี้มาก่อนเลย แต่ทุกครั้งที่ผมกลับบ้าน ผมจะเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ยักษ์สีขาวเด่น ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางขุนเขา ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดจากถนน ก่อนออกจากบ้านที่วางแผนกันก็เอาไปเล่าให้พ่อฟังว่าอยากไปวัดนี้ อยากได้รูปสวยๆ พ่อผมก็บอกว่าไม่รู้จักชื่อวัดเหมือนกัน อยู่แถวๆ ฟาร์มโชคชัย ตัดภาพกบับมาที่ภาพจริงตอนขับถึงฟาร์มโชคชัยคือยังไม่เห็นพระพุทธรูปองค์ยักษ์ให้เห็น เลยจอดรถแล้วถามพี่ Goo(gle) ว่า " วัดที่มีพระพุทธรูป ใหญ่ๆ อยู่บนภูเขา ปากช่อง" แล้วก็ปรากฏชื่อวัดเทพพิทักษ์ปุณณารามขึ้นมา เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางจะดีที่สุด ฮ่าๆ


ทางเข้ามันอยู่ติดสะพานลอยนะครับ ทางเล็กหน่อย ถ้าพลาดเลี้ยวไม่ทันเดี่ยวจะพาลอารมณ์เสีย ไม่อยากเที่ยว ฮ่าๆ ผมเลี้ยวเข้าไปได้แป๊บเดียวเท่านั้นรีบจอดเลยครับ ถ้าใครจะมาถ่ายรูปแล้วมีเลนส์ Super tele แนะนำให้จอดเลยครับ ภาพที่ผมวาดไว้คือถนนเข้าวัดยิงตรงไปที่พระพุทธรูป แต่เรื่องจริงถนนไม่ได้เข้าไปตรงเป๊ะๆ ได้มาเท่านี้แต่ถือว่าพอใจแหล่ะครับ ภาพที่ผมชอบที่สุดในทริปนี้เลย


อลังกาลสมกับที่รอคอยจริงๆ ตอนแรกผมคิดว่ามาแค่นี้แหล่ะ ถ่ายรูปเสร็จแล้วกลับ แต่เอาเข้าจริงๆ ภาพข้างหน้าที่ผมเห็นมันอยากทำให้ผมเข้าไปดูใกล้ๆ ไหนๆ ก็มาแล้ว ว่าแล้วก็เข้าวัดดีกว่า..,



พอทำบุญไหว้พระเสร็จผมก็มีพินิจพิจารณาดูบันไดที่ขึ้นไปถึงพระพุทธรูปด้านบน ครุ่นคิดอยู่นานพอสมควร... ขึ้นดีมั้ยว๊าาาา??? สูงเอาเรื่อง เหนื่อยแน่นอน ฮ่าๆ


หลังจากตัดสินใจอยู่นาน เลยหันไปบอกพ่อกับแม่ว่า ไหนๆ เราก็มากันละ ปะ !! กลับ !! เดี๋ยวค่ำ..,


ว่าแล้วก็ไปเปิดเส้นทางขึ้นเขายายเที่ยงไปยังสถานที่ต่อไป ได้มาเห็นถือว่าคุ้มละครับ เวลาค่อนข้างจำกัด กลัวจะขึ้นไปดูกังหันไม่ทัน แต่ความสวยงามที่ได้เห็นใกล้สมการรอคอยและความตั้งใจจริงๆครับ


~ โรงไฟฟ้าลำตะคอง เขายายเที่ยง ~

เอาหล่ะครับ เดินทางมาถึงที่สุดท้ายของทริปแล้ว ความเหนื่อยล้าเริ่มบังเกิดแต่ผมเชื่อว่าขึ้นไปถึงเขายายเที่ยง หายเหนื่อยแน่นอน หากใครวางแผนจะไปจัดเวลาให้เหมาะสมนะครับ ที่นี่ปิด 18.00 ซึ่งสิ่งที่เราจะเห็นบนนี้คือวิวเขื่อนลำตะคองและถนนมิตรภาพ และวิวกังหันลมยักษ์ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมปั่นจักรยานรอบอ่างเก็บน้ำด้านบน หรือใครจะมาวิ่งออกกำลังกายก็ดีไปอีกแบบ ยังครับ ยังไม่หมด !! ยังมีพระพุทธรูปให้สักการะบูชาด้วย สาาาาธุ ~ เรียกได้ว่าที่เดียวครบ จบทริปอย่างสมบูรณ์ ปะ กลับ ....

เดี๋ยว..... ฮ่าๆๆๆ



สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือลมเย็นมากครับ เย็นจนเกือบหนาวเลยหล่ะ (หรือคนอื่นหนาว แต่ผมไขมันเยอะไม่รู้ ฮ่าๆ)



จากบนนี้เราจะได้เห็นเขื่อนลำตะคองจากมุมสูงได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหน้าฝนที่ไม่ค่อยมีฝุ่น ยิ่งช่วงไหนมีแดดสาดแสงลงมาตกกระทบพื้นดินกับผืนน้ำดูแวววาวระยิบระยับนะ โอ้ยยยย ฟินนนน~ เหมือนอยู่บนสวรรค์เลยแหล่ะครับ



คือที่ไหนที่ทำให้ผมหยุดถ่ายรูปแล้ววางกล้องลงได้เนี่ย ที่นั่นไม่ธรรมดาแน่นอน ความรู้สึกเหมือนไม่อยากถ่ายละ เปลี่ยนจาก"ถ่าย"ธรรมชาติ เป็นการ"เสพ"ธรรมชาติแทน



และมุมนี้เป็นมุมที่ผมชอบมาก เป็นมุมที่ได้เห็นถนนมิตรภาพที่กำลังทำเป็นทางด่วนเลี้ยวโค้งเคียงข้างเขื่อนลำตะคอง



และอีกหนึ่งสิ่งสะดุดตาคือหอคอยครับ ถ้าให้เดาคงเป็นหอคอยดูแลความปลอดภัย เพราะเมื่อก่อน(รวมถึงปัจจุบัน) เป็นศูนย์กระจายคลื่นวิทยุ ดูจากสภาพแล้วสูงมาก และเก่ามากๆ สนิมกินบันไดหมดแล้วครับ ถ้าใครมีข้อมูลเพิ่มว่าหอคอยนี้คือหอคอยอะไรรบกวนเม้นต์บอกหน่อยนะคร๊าบบบ



ที่ผมชอบคือมันดูคลาสสิคดี



จริงๆ แล้วผมเคยมาที่นี่แล้วครั้งนึงเมื่อหลายปีก่อน กลับมาคราวนี้เห็นกังหันลงยักษ์ผุดขึ้นมาเยอะเลย มีมุมให้ถ่ายสนุกมือเลยครับ



~ ถึงเวลาอำลา ~



ถือว่าเป็นการจบทริปที่อิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งธรรมชาติจริงๆ และที่สำคัญ...แม้ผมจะชอบเที่ยวที่สวยๆ อลังกาลที่คนอื่นไม่ค่อยได้ไป แต่ไม่สำคัญเท่ากับการได้พาพ่อแม่เที่ยว การได้เห็นรอยยิ้มของท่านมันช่วยเติมพลังให้เราได้เสมอ ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน พอท่านมีความสุขปุ๊บ เราหายเหนื่อยเลย..,



ก่อนจากกันไป ใครชื่นชอบผลงานของผม สามารถติดตามความเคลื่อนไวและอ่านรีวิวเก่าได้จากลิงค์ด้านล่างเลยครับ



รีวิวอื่นๆ

https://th.readme.me/u/5cb371e274041858271707ea



Youtube

https://www.youtube.com/user/engineerbuu



Facebook

https://www.facebook.com/AYFOTOGRAPHY/



Instagram

https://www.instagram.com/arnuphap_y/?hl=th



แล้วเจอกันโอกาส ขอให้เสียตังค์กับการเที่ยวให้สนุก สวัสดีคร๊าบบบบ


ความคิดเห็น