ยินดีที่ได้พบเธอ เขาหลวงสุโขทัย | ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ รีวิวโดย Love escape Journey

ยินดีที่ได้พบเธอ เขาหลวงสุโขทัย  | ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ © ipuyida มีคนเคยบอกว่าสิ่งที่มีค่าและราคาแพงที่สุดคือ"เวลา"เพราะเราไม่สามารถซื้อมันกลับมาได้เราก็เชื่อแบบนั้น...การเดินทางก็เปรียบกับการอ่านหนังสือเล่มโปรดอ่านวนๆ ซ้ำๆ ตรงส่วนที่เราชอบโดยไม่สนว่าเราจะต้องอ่านมันจนจบเช่นเดียวกับการเดินท

ยินดีที่ได้พบเธอ เขาหลวงสุโขทัย | ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ

ยินดีที่ได้พบเธอ เขาหลวงสุโขทัย | ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ

 วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 15.29 น.

 วันที่เดินทาง 19 ต.ค. 2562

ยินดีที่ได้พบเธอ เขาหลวงสุโขทัย 

| ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ

© ipuyida

มีคนเคยบอกว่าสิ่งที่มีค่าและราคาแพงที่สุดคือ
"เวลา"
เพราะเราไม่สามารถซื้อมันกลับมาได้
เราก็เชื่อแบบนั้น
...
การเดินทางก็เปรียบกับการอ่านหนังสือเล่มโปรด
อ่านวนๆ ซ้ำๆ ตรงส่วนที่เราชอบ
โดยไม่สนว่าเราจะต้องอ่านมันจนจบ
เช่นเดียวกับการเดินทาง
มีปลายทาง แต่ระหว่างทางก็สำคัญ
...


ออกเดินทาง 18-20 ตุลาคม 2562
จากหมอชิต โดยรถโดยสารประจำทาง รอบ 22.00 น.
ถึงสถานีขนส่งสุโขทัย 05.30 น. ในเช้าอีกวัน
(คนอื่นถึง 05.00 น. เราถึงช้ากว่าคนอื่น)
มาช้าก็อดได้ไปเดินซื้อของที่ตลาดสด
ต่อด้วยรถสองแถวที่เราจองไว้ก่อนแล้ว

ถึงอุทยานแห่งชาติรามคำแหง
ติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อลงทะเบียน
เช่าเต็นท์ ลูกหาบ ติดต่อตรงนี้เลย


อัตราค่าบริการ

มาถึงจุดนี้แล้ว ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม!!!
เช็คอินแล้วก็อย่าลืมเช็คร่างกายให้เรียบร้อย
(แนะนำว่าให้เตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนมา)
ระยะทาง 3.7 km บวกกับความชัน
ในความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 m
ใช้เวลาในการเดินขึ้น 6 ชั่วโมง ช้าแต่ชัวร์ ฮ่าๆ
กระเป๋าที่หนักเกือบจะสิบกิโล ก็ไม่ทำให้เราหวั่นใจ
ไม่จ้างลูกหาบขอแบกกระเป๋าเอง
เหนื่อยหน่อยแต่คุ้มค่า
เพราะไม่มีอะไรใหญ่เกินใจเรา

มีจุดเติมน้ำหลายๆ จุด

เส้นทางเริ่มสูง และชันขึ้นไปเรื่อยๆ 

ระหว่างทางก็แวะพักอยู่ตลอด
เหนื่อยก็พัก ไหวก็ไปต่อ

มาถึงจุดชมวิวจุดแรก ระยะทางตรงนี้ก็ (เกือบจะ) ครึ่งทางแล้ว


พอถึงจุดต้นไทรใหญ่ ถือว่าเราเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว

ปลอบใจตัวเองด้วยการแวะถ่ายรูป ชื่นชมธรรมชาติระหว่างทางไปเรื่อยๆ

เจอป้ายแล้ว...ค่ายพักแรม
เห็นป้ายแล้วก็โล่งอกขึ้นมาหน่อย เพราะอีกอึดใจเดียวก็จะถึงจุดหมายของเรา

ถึงแล้วจุดกางเต็นท์
นั่งพัก นอนพัก ให้หายเหนื่อย
เพราะตอนเย็นมียอดเขาที่เราต้องไปต่อ
เพื่อไปดูพระอาทิตย์ตก

จากจุดกางเต็นท์ เดินต่ออีก 1 km ไปยังเขาพระเจดีย์

ถึงแล้วจุดชมวิว เขาพระเจดีย์

มองเห็นยอดเขาไกลๆ จากเขาพระเจดีย์จะมี
เขาภูกา 1,500 m เขาแม่ย่า 740 m
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่เป็นมหาชน
แต่เราขออยู่จุดนี้พอ..ไม่ขอไปต่อแล้ว
จากจุดที่อยู่ก็สวยงามไม่แพ้กัน

แสงยามเย็นที่อบอุ่นชวนให้หลงไหล
ความเหนื่อยที่อยากพาตัวเองมาสัมผัส
ทำให้เราตกหลุมรัก แล้วความอบอุ่นก็เยียวยาความเหนื่อยล้า ในเวลานั้น

20.00 น.
บรรยากาศยามกลางคืน เย็นและมีลมพัดแรง
ทางอุทยานจะเปิดไฟฟ้าให้ใช้ได้ถึง 4 ทุ่ม
หลังจากนั้นทุกอย่างก็มืด มืดพอที่จะมองเห็นดาว
และทางช้างเผือก (เสียดายไม่มีรูป เพราะไม่ได้แบกขาตั้งกล้องไป)
ที่สำคัญหลัง 4 ทุ่ม เจ้าหน้าที่ก็จะเดินตรวจความปลอดภัย และห้ามส่งเสียงดัง
...
คืนนี้เราไม่อดแล้ว...หม้อข้าวที่มีกลิ่นหอมไหม้นิดๆ

05.00 น.
ต้องสู้กับอากาศเย็นๆ น้ำค้างลงจนหลังคาเต็นท์เปียก
ตื่นนนนนน เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ณ ผานารายณ์

ที่ตรงนี้ไม่มีอดีต
ไม่มีคำสัญญา ไม่มีแม้กาลเวลาให้หวนกลับ
อยู่กับชีวิตที่ธรรมดา ไม่มีอะไรให้มองหา
มีแต่ภาพของความทรงจำ
ที่ เขาหลวงสุโขทัย

ขอบคุณ...

ผู้อ่านที่เข้ามาอ่านบันทึกเรื่องกิน เรื่องเที่ยว
อ่านแล้วถูกใจฝากกดแชร์ด้วยน๊า
สามารถติดตามการเดินทางอื่นๆ ได้ตามนี้

https://th.readme.me/id/LoveescapeJourney

ความคิดเห็น