นิวออลีนส์ เมืองประวัติศาสตร์ New Orleans Day 2 รีวิวโดย URExplorer

นิวออลีนส์ New Orleans, Louisiana Day 2 : Oak Ally Plantation - St. Charles Av. - Audubon Park . เช้าวันนี้ เราตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวไป Plantation คล้ายๆ บ้าน/คฤหาสน์ของชาวยุโรปสมัยเข้ามาสร้างอาณานิคม ซึ่งที่เมืองนี้มี Plantation ที่ยังถูกอนุรักษ์ไว้หลายที่ ชาวยุโรปพวกนี้เข้ามาตั้งรกราก

นิวออลีนส์ เมืองประวัติศาสตร์ New Orleans Day 2

นิวออลีนส์ เมืองประวัติศาสตร์ New Orleans Day 2

 วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 20.01 น.

 วันที่เดินทาง 19 พ.ย. 2561

นิวออลีนส์

New Orleans, Louisiana



Day 2 : Oak Ally Plantation - St. Charles Av. - Audubon Park

.

เช้าวันนี้ เราตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวไป Plantation คล้ายๆ บ้าน/คฤหาสน์ของชาวยุโรปสมัยเข้ามาสร้างอาณานิคม ซึ่งที่เมืองนี้มี Plantation ที่ยังถูกอนุรักษ์ไว้หลายที่ ชาวยุโรปพวกนี้เข้ามาตั้งรกราก ครอบครองที่จำนวนมากไว้ปลูกอ้อย โดยใช้แรงงานจากทาสในสมัยนั้น (ใครนึกไม่ออก นึกถึงหนังทาสอเมริกัน สไตล์ 12 Years A Slave)

โดยครั้งนี้เราซื้อเป็น Day trip ไป มีรถตู้มารับถึงหน้าโฮสเทล ตกคนละ $62 เป็นค่ารถรวมกับค่าเข้าสถานที่ คนที่มาเที่ยวโดยเช่ารถมาก็ขับไปเองได้ จ่ายแค่ค่าเข้า Plantation จะอยู่ชานเมือง ขับรถจากในเมืองไปใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมง

Plantation ที่เราเลือกไปชื่อว่า Oak Alley ที่มีแนวต้นโอ๊คอายุกว่าร้อยปีปลูกเป็นแนวยาว ในบริเวณนี้แบ่งสัดส่วนง่ายๆ มีส่วนของบ้านพักทาส คฤหาสน์ และสวนโอ๊คเท่านั้นเอง (ไม่มีไร่อ้อยแล้ว)

Full day trip ที่นี่ส่วนใหญ่จะเลือกได้ว่ารวม Plantation และ Swamp tour เป็นทัวร์ล่องแม่น้ำดูสัตว์ รวมถึงจระเข้ หมูป่าตั่งต่าง แต่เราเลือกไปแค่ Plantation

การเข้าชมบ้านจะเข้าเป็นรอบๆ แต่ละรอบมีไกด์บรรยายตลอด ห้ามถ่ายรูปภายในอาคาร แต่เขาอนุรักษ์เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างไว้ครบมาก เข้าไปห้องแรกไกด์ก็ให้วอร์มอัพด้วยการให้แนะนำตัวว่ามาจากประเทศไหนกันบ้าง แล้วเราเป็นพวกเดียวที่มาจากเอเชีย เด่นเลย 555

แต่ละห้องไกด์จะมีสตอรี่เล่าให้ฟังทุกห้อง ตั้งแต่นายทุนชาวฝรั่งเศสพาครอบครัวมาลงหลักปักฐาน ทำธุรกิจขายอ้อยจนร่ำรวย การใช้ชีวิตของทาสระดับต่างๆ เมื่อเจ้าของดั้งเดิมล้มป่วย ในท้ายที่สุดก็ถึงยุคเสื่อมถอย ธุรกิจไปต่อไม่ได้ เป็นหนี้สินโดนโกงมากมาย มีเศรษฐีชาวอเมริกันมาซื้อที่นี่ไว้เพื่อใช้เป็นบ้านพักตากอากาศ แต่อนุรักษ์ไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในวันนี้ เมื่อชมครบทุกห้องแล้วจะมาจบที่นอกระเบียงชั้นสอง จึงได้รูปแนวต้นโอ๊คด้านบนมา ส่วนด้านล่างนี่เป็นบ้านพักทาส

จนทัวร์สั้นๆ ประมาณบ่ายโมง เราพักกินมื้อเที่ยวเบาๆ ที่ร้านอาหารของ Plantation นี่แหละ ถึงเวลารถตู้ก็เข้าไปส่งในเมือง

.

บ่ายคล้อยแล้วเลยว่าจะหากิจกรรมชิวๆ เพราะเราแหกขี้ตาตื่นกันเช้ามาก นั่นก็คือการนั่งรถราง รถรางในนิวออลีนส์มี 4 สาย วิ่งตลอด 24 ชั่วโมง สามารถจ่ายค่ารถเป็นเงินสดได้ หรือใช้แอพ(แอพเดียวกับที่ใช้จ่ายเมื่อขึ้นรถเมล์) สะดวกมากๆ

เราเลือกนั่งสาย St. Charles ที่วิ่งไปตาม St. Charles Avenue เป็นการชมเมืองเก่าไปในตัว ซึ่งคุ้มมากๆ ถนนเส้นนี้มีแต่บ้านหรือคฤหาสน์เก่าสวยๆ มองแล้วเพลินตามาก (รูปบ้านจาก neworleans.com เนื่องจากเราถ่ายไม่ทันจริงๆ)

เมื่อนั่งไปจนสุดสาย รถจะวิ่งขากลับ นั่งต่อได้เลย ไม่ต้องจ่ายค่ารถใหม่ มีนักท่องเที่ยวอีกหลายคนเลยที่นั่งไป-กลับแบบเรา รถรางที่นี่ไม่ต้องกลับรถ (u-turn) เพียงแค่ปรับพนักเก้าอี้มาอีกฝั่ง คนขับเปลี่ยนไปขับหัวรถอีกด้าน ก็วิ่งกลับได้แล้ว!

ระหว่างทางกลับ(เส้นเดิมนั่นแหละ) ผ่าน Tulane University มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของรัฐ ที่อยู่ตรงข้ามกับ Audubon Park เนื่องจากเย็นแล้ว แสงกำลังจะหมด เราเลยต้องเลือกแวะที่ใดที่หนึ่ง และคนชอบเดินอย่างเราก็เลือกไปสวน

กว้าง ร่มรื่น และสงบมากเมื่อเทียบกับ Central Park ที่นิวยอร์ค 555 เอกลักษณ์ที่นี่คือต้นโอ๊คจำนวนมากและสนามกอล์ฟ มีคนมาถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่เหมือนกัน

เราค้นพบว่า สวนนี้ไม่มีรั้ว บ้านหลายหลังที่อยู่ติดกับสวนนี้ก็ไม่มีรั้ว (บ้านหรูๆ บน St. Charles ไม่ค่อยมีรั้ว ถ้ามีก็เป็นรั้วประดับให้สวยงามเท่านั้น) ดังนั้น ไม่ต่างอะไรกับการมีสวนใหญ่ๆ เป็นของตัวเองเลย

.

ตกเย็นเสิร์ชหาร้านอาหารกัน เอาร้านที่อยู่ระหว่างทางกลับที่พักนี่แหละ ก็เจอบาร์ร้านนึงที่ดังในหมู่ local ในย่าน Magazine St. เป็นถนนสายอาร์ตที่มีร้านอาหาร บาร์ ร้านขายงานศิลป์ เรานั่งรถรางสายเดิมกลับ แต่เมื่อไปถึงร้านพบว่าครัวร้านปิดซ่อม! ด้วยความหิวโหย ณ เวลานั้น เลยหาร้านอื่นๆ ที่อยู่แถวนั้น ร้านไหนน่ากินและดูไม่ทะลายกระเป๋ามากก็เอาเลย ไม่เอาแล้วร้านดัง

เดินผ่านหน้าร้าน Shahrazad's Cafe คนน้อยดี เดินเข้าไปเลยละกัน ร้านอาหารสไตล์ Middle East มีเมนูหลากหลายพอสมควร สั่ง Beef Kabob เสิร์ฟพร้อมข้าว และขนมปังสไตล์อาหรับ (ใช้ข้าวหอมมะลิด้วย พีคมาก) ส่วน Fries สั่งมาเพิ่มเพราะแอบเห็นรีวิวว่าห้ามพลาด ซึ่งก็อร่อยจริงๆ สดใหม่ และกรอบนอกนุ่มใน


เราสั่ง Lebanon's Tea มาด้วย หอม หวานน้อยๆ ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ถามเจ้าของร้าน เขาบอกว่าเป็นชาดอกไม้ พูดถึงเจ้าของร้านแล้วเหมือนจะทำงานอยู่คนเดียว อาจจะมีพ่อครัวอีกคน บริการดีมาก อัธยาศัยดี พูดคุยเล่นมุกเป็นกันเองสุด ร้านพึ่งเปิดเมื่อต้นปี 2018 รีวิวในเว็บก็ยังไม่ค่อยมี ตอนนี้ก็ไม่รู้ยังอยู่รึป่าว T_T อาหารก็ราคาเป็นมิตรทีเดียวสำหรับเมืองท่องเที่ยว เราอยากให้ร้านแบบนี้อยู่ไปนานๆ

กินเสร็จแล้วเราก็นั่งรถเมล์กลับที่พัก หมดพลังพอดีสำหรับวันนี้

.

อยากเล่าเรื่องที่ประทับใจมาก

สิ่งที่ amazing มากๆ เกินความคาดหมายเราสุดสำหรับที่นี่ คือ ระบบขนส่งสาธารณะ มีรถเมล์หลายสาย และรถรางที่วิ่งตลอดเวลา การจ่ายค่ารถก็แค่โหลดแอพรถมา ซื้อตั๋วในแอพ (แบบต่อเที่ยวและแบบเหมาต่อวัน/3วัน/7วัน) จ่ายด้วยบัตรเดบิต/เครดิตได้เลย พอขึ้นรถจะมีแท่นให้สแกน QR Code ที่ได้หลังจากกดซื้อ ส่วนการหาสายรถเมล์นั้นสามารถค้นหาในแอพได้เลย พอได้ route ที่ต้องการแล้ว เราก็เดินไปที่ป้ายรอรถตามที่แอพบอก ทุกๆ ป้ายจะมีเลขกำกับอยู่ ส่วนรถก็มี GPS สามารถดูได้เรียลไทม์ว่าตอนนี้วิ่งอยู่ตรงไหน ประมาณระยะเวลาได้ว่าอีกกี่นาทีจะมาถึงจุดที่เรารอ


ความคิดเห็น