USA West Coast 13 วัน [Part3] รีวิวโดย URExplorer

13 วัน 12 คืน 3 รัฐ California - Oregon - Washington [Part 1 Click HERE] [Part 2 Click HERE] Yosemite - Lake Tahoe - San Francisco Dec 23, 2018 เช้าสุดท้ายของเราที่ Yosemite ตามล่า photography spot จุดแรกของเช้าวันนี้คือจุดที่เราสามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นได้ (จริงๆ คือดูแสงที่สาดส่องหุบเขามากกว่า) เรี

USA West Coast 13 วัน [Part3]

USA West Coast 13 วัน [Part3]

 วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 22.43 น.

 วันที่เดินทาง 23 ธ.ค. 2561

13 วัน 12 คืน 3 รัฐ

California - Oregon - Washington

[Part 1 Click HERE]

[Part 2 Click HERE]


Yosemite - Lake Tahoe - San Francisco

Dec 23, 2018

เช้าสุดท้ายของเราที่ Yosemite ตามล่า photography spot จุดแรกของเช้าวันนี้คือจุดที่เราสามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นได้ (จริงๆ คือดูแสงที่สาดส่องหุบเขามากกว่า) เรียกว่า Tunnel View จุดชมวิวใกล้อุโมง เป็นเช้ามืดที่เมฆหนามาก ทำใจไว้แล้วว่าคงไม่ได้เห็นท้องฟ้าสีฟ้าใสๆ หรอก

คิดว่าไปแต่เช้ามืดแล้วนะ แต่พอถึงที่นั่นก็มีช่างภาพมือทั้งสมัครเล่นและมืออาชีพมากับกล้องตัวเบอเร่อพร้อมขาตั้งวางกันเต็มแนว พี่ๆ พร้อมกันมาก และเพราะเช้าวันนี้เราจะปักหลักอยู่ที่นี่นาน ก่อนออกจากที่พักเลยกดเครื่องดื่มร้อนมาด้วยเลย บรรยากาศดีมากจริงๆ หนาวเย็นแบบไม่ทรมาน ดื่มโกโก้ร้อนรอดูแสงแรกแห่งวัน มีเสียงคุยเบาๆ ของกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นแบคกราวน์

สว่างสุดได้เท่านี้555 มันก็สวยไปอีกแบบนะ ยังเห็นหิมะบางๆ บน Half Dome ยอดเขาที่มีชื่อของที่นี่

จุดต่อไปที่เราจะไปคือ Yosemite Falls เป็น Trail สั้นๆ บนพื้นราบ ใครที่พาผู้สูงอายุมาเที่ยวด้วยแบบชิวๆ เดินแบบปีนป่ายไม่ไหว ต้องมาที่นี่เลย เดินแปปเดียวถึง ส่วนที่เห็นนี่เป็น Lower Falls ส่วน Upper Falls ต้องเดินทรหดหน่อยและใช้เวลามากกว่านี้ แต่เราไม่มีเวลาแล้ว

จุดสุดท้ายคือ Valley View ธารน้ำที่มีแบคกราวน์เป็น El Capitan (เขาทางซ้ายมือ) ถ้าฟ้าใส ลำธารจะสะท้อนภาพเป็น mirror เลย ฮือออ

ได้เวลาออกจาก Yosemite แล้ว เราขับรถขึ้นเหนือไป South Lake Tahoe ระหว่างทางมีจุดให้จอดรถแวะถ่ายรูปเป็นระยะๆ

แวะเติมพลังกันที่ Cook's Station (Pioneer, CA บนทางหลวง 88) ร้านเก่าแก่สไตล์ American brunch cafe ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อน แต่หิวมาก ขับรถผ่านก็แวะเลย ร้านนี้เขามีสตอรี่ว่า Haunted หรือมีผีนั่นแหละค่ะ พนักงานเอาเมนูมาให้สั่งอาหาร ก็จะมีเรื่องเล่าในเมนูให้อ่านระหว่างรอ นั่งกินไปก็ต้องแอบสังเกตบรรยากาศรอบๆ เพราะเรื่องเล่าในเมนูบอกตำแหน่งสิ่งลี้ลับที่เป็นมิตรละเอียดมากกก

แค่มองก็อิ่มแล้ว จำชื่อเมนูเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่มี Jalapeño กับหอมทอดแน่ๆ มันก็อร่อยแบบอเมริกันน่ะ วัตถุดิบสดใหม่มาก

ออกเดินทางต่อ ระหว่างทาง หิมะเริ่มตกหนาขึ้น

เราเริ่มคาดหวังแล้วนะ แม้แต่ทะเลสาบข้างทางยังขาวโพลนไปหมด หรือว่าเราจะได้เห็น Lake Tahoe กลายเป็นน้ำแข็ง

เราตรงไปจุดชมวิวที่ Emerald Bay ...ไม่มีน้ำแข็ง แถมฝนยังตกพร้อมหิมะอีก! ลมก็แรง หนาวก็หนาว แต่มันสวยก็ต้องทน

จากจุดชมวิว Emerald Bay State Park จะมี Trail ให้เดินลงไปที่ชายหาดข้างล่าง โดยปกติก็ต้องมีค่าเข้า ($10) แต่เพราะมี Government Shutdown อยู่ เกทเลยเปิดโล่ง เดินตัวปลิวลงไปได้เลยจ้า

ลงมาถึงน้ำเลย อยู่ได้แปปเดียวก็ฝนตกหนาเม็ดขึ้น ขาเดินกลับขึ้นไปถึงกับหอบ แถมยังต้องใช้ไฟฉายด้วย เพราะมันมืดเร็วมากจริงๆ

เราออกเดินทางต่อเพื่อไป Sacramento เมืองที่เราจะนอนกันคืนนี้ เลยฝากท้องกับ Ryujin Ramen House ร้านดังของเมือง


Dec 24, 2018

ออกจาก Sacramento แต่เช้า เพราะต้องกลับไปคืนรถเช่าที่ซานฟราน จากนั้นเราจะใช้บริการ Uber เที่ยวเมืองนี้กัน (ไป 3-4 คน เรียก Uber คุ้มกว่าใช้รถสาธารณะมาก) จุดหมายแรกวันนี้ Pier39 คล้ายๆ เอเชียทีคบ้านเราอีกละ เดินผ่านร้าน The Crepe Cafe ก็อดใจไม่ไหว ขอเติมน้ำตาลหน่อย

จุด checkpoint ที่พลาดไม่ได้คือ น้องสิงโตทะเล ส่งเสียงคุยกันตลอดเวลา และใช่ค่ะ ซานฟรานวันนี้ฝนตกทั้งวัน

ออกมาจาก Pier 39 ฝนก็ตกหนักทันที เข้าไปหลบฝนในมิวเซียมของเล่นโบราณที่อยู่ใกล้ๆ กัน Musée Mécanique (อยู่ในโซนแถวนั้นที่เรียกว่า Fisherman's Wharf) เข้าฟรีค่ะ แต่ถ้าจะเล่นตู้ของเล่นก็เลือกได้ตามใจ แล้วก็หยอดเหรียญเอา ไม่แพง

เราเดินไปหาจุดหมายถัดไป Ghirardelli Square เป็นที่ตั้งของร้าน Ghirardelli ร้านแรกของแบรนด์ช็อกโกเลตขึ้นชื่อนี้ ในร้านมีเครื่องทำช็อกโกแลตสดๆ ตรงนั้นเลย เมื่อวานหนักคาร์บ วันนี้หนักน้ำตาล55

เดินไปที่ Lombard Street ไม่ไกลจากร้าน แต่ทางในซานฟรานก็เป็นที่รู้กันว่าท้าทาย แม้ระยะทางจะสั้น แต่ขึ้นๆ ลงๆ จนหอบ ด้วยความที่เป็นหน้าหนาว พุ่มไม้เลยเหลือแต่กิ่ง คนที่มาถ่ายรูปก็เยอะมาก รถก็วิ่งไม่คล่องตัว ดูๆ แล้วสงสัยว่าทำไมต้องทำให้มันลำบากเบอร์นี้

มาเมืองที่ร้านอาหารไทยเยอะทั้งที เราต้องไม่พลาด วันนี้เราเลือกไปร้าน Zen Yai เส้นใหญ่ ขายอาหารหลายอย่าง แต่เน้นก๋วยเตี๋ยวเรือ เหมือนกินที่ไทย อร่อยมากน้ำตาจะไหล บรรยากาศในร้านเหมือนเมืองไทยเลย เพราะคนไทยเกินครึ่งร้าน

นั่งรถต่อไปที่ Palace of Fine Arts พอลงไปรถปุ๊บ ฝนราวกับพายุมาปั๊ป เปียกเป็นลูกหมา ใส่เสื้อกันฝนก็ไม่ช่วย แต่ในบริเวณนั้นก็มีนักท่องเที่ยวที่แม้จะบางตา แต่เขาก็จำยอมไฝว้กับฝนฟ้าอากาศเหมือนเรา

Next station ... Golden Gate ฟ้าสว่างขึ้นเล็กน้อยหลังจากพายุผ่านไป กว่าจะไปถึง โดนคนขับ Uber ล่อให้ไปลงอีกจุดนึง เขาบอกมันโรแมนติคหากได้นั่งดูพระอาทิตย์ตกจากตรงนั้น แต่จุดนั้นมันเห็นสะพานครึ่งเดียว555 เลยต้องใช้เวลาเดินไปจุดชมวิวปกติที่ชาวบ้านเขาไปกัน

*การนำรถข้าม Golden Gate จะมีการเก็บ Toll (เกือบๆ $10) เก็บขาเดียว จ่ายช่องทาง electronic เท่านั้น*

นั่งรถกลับเข้ามาใจกลางเมือง Union Square ดงห้างใหญ่คล้ายๆ สยาม เซ็นทรัลเวิร์ล บรรยากาศ festive มากจ้า

จบค่ำคืนนี้ด้วย Hotpot ร้านนึงใน China Town ลืมถ่ายรูป แต่ที่จำได้แม่นคือรสแสบปากจากน้ำซุปหม่าล่า เผ็ดจนร้องไห้ ในซานฟรานมีร้าน Hotpot เยอะมาก สามารถเลือกทานได้ตามสะดวกเลย (ตอนแรกจะไปร้านที่โอบาม่าเคยไป แต่น่าจะรอคิว 2 ชั่วโมง ...ขอบายดีกว่า)

ความคิดเห็น