USA West Coast 13 วัน [Part 1] รีวิวโดย URExplorer

13 วัน 12 คืน 3 รัฐ California - Oregon - Washington ไล่ตามรายชื่อเมืองที่เที่ยว (ไม่รวมเมืองที่แวะพักค้างคืนเท่านั้น) 10 เมืองจุกๆ เลยจ้า Los Angeles -> Santa Monica -> Monterey -> Yosemite -> Lake Tahoe -> San Francisco -> Portland -> Cannon Beach -> Multnomah -> Seatt

USA West Coast 13 วัน [Part 1]

USA West Coast 13 วัน [Part 1]

 วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 21.10 น.

 วันที่เดินทาง 18 ธ.ค. 2561

13 วัน 12 คืน 3 รัฐ

California - Oregon - Washington

ไล่ตามรายชื่อเมืองที่เที่ยว (ไม่รวมเมืองที่แวะพักค้างคืนเท่านั้น) 10 เมืองจุกๆ เลยจ้า Los Angeles -> Santa Monica -> Monterey -> Yosemite -> Lake Tahoe -> San Francisco -> Portland -> Cannon Beach -> Multnomah -> Seattle

ทริปใหญ่ของปี อัดแน่นมาก จริงๆ แล้วไปเยอะขนาดนี้ แนะนำให้ไปยาวกว่านี้จะดีกว่า อันนี้เราประเมินสังขารตัวเองสูงเกินไปหน่อยนึกว่าจะไหว เหน่ยมากกก เช่ารถขับเป็นบางช่วง แต่เที่ยวในเมืองใหญ่จะใช้รถสาธารณะ


Los Angeles - Santa Monica

Dec 18, 2018

บินถึงแอลเอก็ช่วงเย็นๆ แล้วค่ะ ตรงไป Airbnb ที่จองไว้แถบกลางๆ ไม่ไกลจาก Korea Town มาก (เวลาเลือกที่พักในเมืองนี้ ขอให้ศึกษาละแวกที่ไม่ปลอดภัยด้วยนะคะ เช่น ทางใต้) เมืองนี้รร.เยอะมาก แต่มักอยู่ prime location ราคาก็จะ prime มากเช่นกัน และเพราะตารางเที่ยวเราอยู่ข้างนอกเต็มวัน เลยเลือกที่พักแค่ซุกหัวนอนและเดินทางไม่ลำบากมากเท่านั้น สำหรับเมืองนี้เรายังเที่ยวด้วย Uber และ Bus

ประเดิมมื้อแรกด้วยอาหารญี่ปุ่น อดอยากมานาน นี่แหละค่ะ วิถีคนไทยอาศัยอยู่เมืองบ้านนอก 55 Kazu Nori เน้น Temaki หรือ hand roll ทำสดๆ สั่งตรงนั้น ทำตรงนั้น เสิร์ฟทีละอันด้วยนะ รอเรากินทีละชิ้น แล้วเขาค่อยทำชิ้นถัดไป มีใส้ให้เลือกหลากหลาย ราคาก็หลากหลาย สาหร่ายหอมมากกกกกก ไม่เคยกินที่ไหนหอมขนาดนี้ ร้านสไตล์อเมริกันจ๋า คือมีความเป็นร้านบาร์มืดๆ นั่งคุยเคล้าเสียงเพลง โต๊ะก็คือบาร์ยาวๆ บาร์เดียวเลย มีเชฟยืนทำอยู่ด้านใน


Dec 19, 2018

เช้าถัดมาเตรียมตัวไป Universal Studio Hollywood ที่เราซื้อตั๋วล่วงหน้าไว้แล้ว โดยให้เพื่อนซื้อให้ในราคานักเรียน (บุคลากรของ UCLA ซื้อตั๋วได้ราคาถูกลงนิดนึง) หากใครมีประสบการณ์ไปสวนสนุกระดับนี้คงจะทราบดีว่าบางทีคนก็แน่นจนเสียเวลารอคิวมากกว่าเวลาที่ได้เล่นเครื่องเล่นซะอีก แนะนำเว็บพยากรณ์ที่จะช่วยตัดสินใจว่าควรจะซื้อ Express Pass ดีมั้ย

LA เป็นเมืองที่ใหญ่พอสมควร หากใช้รถสาธารณะก็เผื่อเวลาด้วย เพราะถ้าไป USH ก็ต้องกะเวลาให้ไปถึงแต่เช้า ช่วงเช้าคนน้อยดี รอคิวไม่นาน ชิวมาก (Pass แบบธรรมดามักจะมีโปรเข้าได้ 2 วัน ถ้าใครมีเวลาก็ค่อยเก็บๆ ได้)

วันที่ไปคนค่อนข้างน้อย อากาศก็ดีสุดๆ โชคดีนะที่ซื้อ Pass แบบธรรมดามา สำหรับ Universal จะมีโซนที่เหมือนๆ กันสำหรับ Universal ทั่วโลก แต่บางโซนก็จะไม่เหมือน เรามีประสบการณ์จาก USS มาแล้วก็จะพอรู้ว่าโซนไหนรอคิวนานเป็นพิเศษ แต่รอบนี้เลยพุ่งไป Wizarding World ก่อนเลย แล้วค่อยเก็บโซนอื่นๆ ช่วงเช้าๆ เดินสบายมาก พอตกบ่ายคนจะเยอะเป็นสองเท่า

ช่วงเที่ยงไปกิน signature ของที่นี่กัน Turkey Leg ราคาไม่แพง รสชาติดี แต่กินยากไปหน่อย55

ที่นี่จะมีโซนบนกับโซนล่าง ถ้าเดินไหวก็ควรเที่ยวให้ครบ ใหญ่กว่า USS เยอะ แต่ USH เน้นขายความ family-friendly ฉะนั้นจะไม่มีเครื่องเล่นหวาดเสียว


ไปโซนต่างๆ จนเกือบครบ กลับมาที่ Wizarding World ช่วงเย็น เพราะเขาเปิดไฟตามอาคาร สวยมากๆ และมีโชว์เสียงสีเสียงเล็กๆ ให้ดู เนื่องจากเราไปช่วงก่อนคริสต์มาสพอดี โชว์จะเน้นตีมคริสต์มาส หากมาเทศกาลอื่นก็จะได้เจอตีมอื่นๆ

อิ่มตาอิ่มใจ แต่หมดแรงแล้ว ถึงเวลากลับเข้าเมืองไปหาอะไรกิน ซึ่งวันนี้เราเล็งโซน Korea Town ไว้ เสิร์ชเจอร้านดัง Sun Nong Dan ไปถึงคิวยาวเหมือนกัน

จริงๆ แล้วเมนูร้านนี้ขึ้นชื่อคือซี่โครงซอสเกาหลีกะทะร้อน มันมีแต่ไซส์ใหญ่ เราเลยไม่ได้สั่ง ไปกันสองคนเลยสั่งซุปกันคนละชาม ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง


Dec 20, 2018

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ LA แบบเต็มวัน เก็บตกที่ๆ อยากไป เริ่มต้นด้วยร้านอาหารอีกแล้ว คราวนี้เป็นราเมง Tatsu Ramen ไม่มีคิว สั่งอาหารที่จอคอม จ่ายเงิน เดินไปนั่งที่โต๊ะ รออาหารเสิร์ฟได้เลย ง่ายมาก

แพงนิดนึง แต่อร่อยมาก โดนใจสายทงคตสึหรือชาชูแน่นอน

ข้ามถนนมาอีกฝั่งหาของหวานกิน Milk Bar ร้านดังจากนิวยอร์ค ขาย product ที่ทำจากคอร์นเฟลค ส่วนใหญ่ก็คุ้กกี้หรือคอร์นเฟลคใส่ขวดพร้อมกิน เราเลือกชิม soft serve อร่อยมากจริง ไอศกรีมแบบนี้ปกติจะหวาน แต่พอเขาทำเป็นรสคอร์นเฟลคมันหวานปนเค็ม เป็นรสชาติที่ unique มากๆ

นั่งรถไป Hollywood Boulevard ดูเป็นแหล่งช้อป มีร้านแฟลกชิพเยอะมาก ที่นี่ก็เป็นที่ตั้งของ Dolby Theatre ซึ่งเป็นที่จัด Academy Awards รางวัลออสการ์ ถ้าไม่มีงานก็จะเงียบๆ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะเงียบเหงา เพราะนักท่องเที่ยวอยู่ทุกซอกทุกมุม Hollywood Walk of Fame ก็ถนนเส้นนี้นี่แหละ

สถานีถัดไปเราไป Los Angeles County Museum of Art หรือ LACMA ที่มี Urban Light เป็น Public Art อีกหนึ่ง photo spot ที่หลายๆ คนที่มา LA ต้องมาเช็คอิน วิวกลางคืนเปิดไฟก็จะสวยไปอีกแบบ

สุดท้ายก็คือมาถ่ายรูป Landmark เฉยๆ จริงๆ Museum ไม่ได้เข้าเพราะมาถึงใกล้เวลาปิดไปหน่อย อาจจะได้เดินแค่ชั่วโมงกว่าๆ เลยตัดใจไม่ซื้อตั๋ว เพราะไม่คุ้ม! ($25/คนเลยนะคุณ)

นั่งรถเมลล์ไป Muscle Beach ที่อยู่แถบ Santa Monica ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ เป็นพื้นที่ที่รวมความเด็กแนว สายติสทั้งหลาย ทั้งสเก็ตบอร์ด public art ตั่งต่าง ร้านสัก ร้านเช่าสกูทเตอร์ สารพัดสิ่งที่คนจะมาชิวกัน ร้านค้าเต็มถนนคนเดินที่เลียบยาวไปตามชายหาด


เราก็เดินไปตามถนนเลียบชายหาดเรื่อยๆ จนถึง Santa Monica Pier โน่น เกือบ 4 กิโลฯ ไม่แนะนำให้เดิน ยกเว้นว่าอยากออกกำลังกาย เพราะก็มีคนมาวิ่งเส้นนี้เยอะอยู่ สามารถใช้บริการ Shuttle ที่วิ่งไปกลับ Pier กับ Muscle Beach ได้ (ราคาพอๆ กับรถเมลล์ปกติ)


บรรยากาศที่ Santa Monica Pier คล้ายๆ ที่เอเชียทีคบ้านเรามาก55 คือมีร้านอาหาร โซนสวนสนุกเล็กๆ สำหรับเด็ก อยู่บน Pier ที่ยื่นยาวไปในน้ำ ที่นี่เป็น Landmark สำคัญเพราะเป็นจุดสิ้นสุดของ Route 66 ทางหลวงเส้นเก่าแก่ของอเมริกา (จุดปลายทางอีกด้านคือกลางเมือง Chicago ที่เราได้ไปเช็คอินมาแล้วเหมือนกัน)


ทางเดินกว้างขวาง ปลอดภัย คนมาเดินเล่นเยอะ มีการแสดงเปิดหมวกรายทาง เดินเพลินมาก


เรานั่งรถกลับเข้าเมืองไปกิน The Boiling Crab ร้านซีฟู้ดสไตล์เทบนโต๊ะ แล้วใช้มือกิน มันเริ่มจากที่นี่นี่เอง!


เลอะเทอะมาก แต่ก็สะใจมากเช่นกัน มีกุ้ง ปู และหอยอีกหลายชนิด สามารถสั่งได้ว่าจะให้ปรุงรสแบบไหน เผ็ดระดับไหน ที่นิยมกันมากก็จะเป็น Cajun เครื่องเทศปรุงรสสไตล์เม็กซิกัน น่าจะถูกปากคนไทย เพราะเราก็ชอบมากจนซื้อกลับไทย (ซื้อตั้งแต่ทริปนิวออลีนส์)


จบทริปรวบรัดใน LA สถานีต่อไป... เราจะเข้าป่ากัน


ความคิดเห็น