Japan Real Plan 1 : เดินงง-งงในดงเจแปน รีวิวโดย เที่ยวให้ได้ "เรื่อง"

เกริ่น 1 อันนี้เป็นการเล่าเรื่องนอกประเทศครั้งแรก จริงๆ แล้วมันเยอะมากฮะ ไปมาหลายที่ หลายวัน แต่เอาคร่าวๆ แล้วกันเน๊อะ แล้วเดี๋ยวท้ายเรื่อง เราแปะลิ้งแต่ละที่ให้เข้าไปอ่าน ไปดูรูปกันได้ (ถ้าจะดูอะนะ 555) และเนื่องจากเป้นทริปมีหลายวันและใช้เวลาในการรีวิวยาวนาน ขอแบ่งเป็น 2 part นะฮะ  Part 1 เล่า

Japan Real Plan 1 : เดินงง-งงในดงเจแปน

Japan Real Plan 1 : เดินงง-งงในดงเจแปน

 วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 14.18 น.

 วันที่เดินทาง 19 ต.ค. 2562

เกริ่น 1 อันนี้เป็นการเล่าเรื่องนอกประเทศครั้งแรก จริงๆ แล้วมันเยอะมากฮะ ไปมาหลายที่ หลายวัน แต่เอาคร่าวๆ แล้วกันเน๊อะ แล้วเดี๋ยวท้ายเรื่อง เราแปะลิ้งแต่ละที่ให้เข้าไปอ่าน ไปดูรูปกันได้ (ถ้าจะดูอะนะ 555) และเนื่องจากเป้นทริปมีหลายวันและใช้เวลาในการรีวิวยาวนาน ขอแบ่งเป็น 2 part นะฮะ 

Part 1 เล่าเรื่องราวการเริ่มต้นและการเดินทางวันที่ 1 , 2 ( ย่านที่พัก Kanda นอนแบบแคปซูล วัดอาซากุสะ ย่ายอูเอโนะ และหาลุงกันดั้มที่โอไดบะ)

Part 2 เมืองสวรรค์ Nikko วันฝนตกพร้อมล้มละลายที่ ชินจุกุ ตึกม่วง และเอาตังค์ไปทิ้งกับกาชาปองที่อากิฮาบาระ 

Part 3 วัดพระใหญ่ไดบุตสึ วัดพระน้อย หาฮาจิโกะที่ชิบูย่า จบที่สตรีทฮาราจุกุ

Part 4 หาฟูจิซังในวันฝนตก 

Part 4 เก็บตกวันจบ 

ขอนำเรื่องเลยละกัน

เกริ่น 2 เดินทางครั้งนี้ 19 - 26 ตุลาคม 2562 (8 วัน) โดยสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ครั้งแรกกับญี่ปุ่น นอนโรงแรมแคปซูน และพีคกว่านั้นคือ ตัดสินใจไปคนเดียว 555555 แต่ทั้งหมดทั้งมวล ไปคนเดียวไม่น่ารอดฮะ เลยขออาศัยเกาะพี่เขาเวลาไปเที่ยวด้วย สรุปก็เดินตามเขาไปจนจบทริป เบร็ดเสร็จ ผู้ร่วมทริป 6 คน

เกริ่น 3 🔹การเดินทางก็มีรีวิวมากมาย เคยกังวลกับการเข้า-ออกประเทศของเขา แต่พอได้ไปแล้ว สิ่งที่เราเคยกลัว มันไม่ได้น่ากลัวเลย แบบว่า นี่คือกูผ่านไปแล้วเหรอ ประมาณนั้น 🔹เรื่องการขึ้นลงรถไฟ ก็มีป้ายบอกชัดเจน ดูตามป้าย ตามลูกศร อาจช้าหน่อยสำหรับครั้งแรก เผื่อเวลาไปเถอะฮะ ใช้ google map ช่วยได้ คำนวนเวลาค่าใช้จ่ายเสร็จสัพ ตั๋วก็ไม่ได้คิดให้ปวดหัว ใช้บัตร IC การ์ดอย่างเดียวเลย แตะผ่านๆ นอกจากไปนอกเมืองโตเกียว ต้องซื้อตั๋วท้องถิ่น หรือซื้อพาส อันนี้ก็มีให้ศึกษามากมาย 🔹 ที่พัก ก็จองมาตามเว็บ ตาม app ต่างๆ จ่ายผ่านบัตร หรือจ่ายที่นู่นเลยก็ได้ แคปซูน ก็ไม่ได้น่าเกลียดไป สำหรับคนไม่เรื่องมาก นอนง่าย สบายดี 🔹 เรื่องที่กลัวสุด คือ ภาษา เอาจริงๆแล้วก็ใช้เพียงไม่กี่คำ ส่วนมากใช้ภาษามือมากกว่า ภาษาอังกฤษของคนญี่ปุ่นฟังอยาก สำหรับคนไม่เก่งภาษาแบบเรา ก็ทำหน้าเอ๋อๆไว้ แล้วก็ขอให้เขาพูดช้าๆ อีกรอบ ก็เข้าใจ 555555

เข้าเรื่อง เริ่มจากจองทุกสิ่งอย่างเบ็ดเสร็จตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ตั๋วจาก JAL ลงนาริตะ เดินทางแปดโมงเช้าวันที่ 19 ถึงประมาณ 5 โมงเย็น มั้ง จองโรงแรมทาง Hotel.com เป็นโรงแรมแคปซูน ชื่อ Nine Hours Women Kanda ใกล้กับสถานี Kanda ย่านดื่มกิน

DAY 1

วันที่ 19 ตุลาคม พร้อมที่สุวรรณภูมิ พบปะกับคนที่ไม่รู้จัก 4 คน ครั้งแรก ยกมือไหว้รัวๆ ดูเรียบร้อย 555 ขึ้นเครื่อง แยกนั่งคนเดียว เบาะหลังมีเด็กนั่ง แล้วก็ตีเบาะไป ... (สงบสติอารมณ์) .. 6 ชั่วโมงนั่งไป มีอาหาร มีจอทีวีติดเบาะเล็กๆ มีหูฟัง เขียนใบ ตม. / ใบศุลกากร ให้เรียบร้อย แล้วก็นั่งหลับตลอดทาง เนื่องจากเมื่อคืนไม่ได้นอน ....

เกือบห้าโมง ถึงสนามบินนาริตะ ได้บัตรตั๋วบัสฟรีเข้าโตเกียว จากการที่สมัครบัตรของ JAL เอาตั๋วไปแลก รอขึ้นบัส นั่งยาวๆไปเข้าโตเกียว คือ ที่นั่น เวลา + 2 ชั่วโมงของเรา แล้วก็ บ้านเขามืดไวมาก ตอนออกไปขึ้นรถบัส น่าจะเกือบหกโมงได้มั้ง บ้านเขามืดแล้ว บ้านเรายังแดดแยงตาอยู่เลย 55555

ถึงโตเกียว ซื้อ ICการ์ด มันคือบัตรเติมเงิน ที่ใช้จ่ายค่าตั๋วรถ จ่ายของที่มินิมาร์ท จ่ายของที่ตู้กดน้ำ คือมันก็คือบัตรจ่ายเงินนั่นล่ะ โดยส่วนตัวคิดว่ามันสะดวกดี ไม่ต้องคอยกดตั๋วบ่อยๆ ไม่ต้องคอยคำนวนไรเยอะ ก็คือเติมไปเลยที่เดียว ใกล้หมดก็เติม สำหรับเดินทางนะ ขึ้นรถไฟจากสถานีโตเกียว ไปสถานีคันดะ เนื่องจากพักแถวนั้น ถึงก็แยกย้าย พวกพี่เขาไปพักอีกที่ เราเดินเข้าแคปซูน เอาละกู แยกกันโดยแท้แล้ว 555 รอดป่ะล่ะ ก็เดินงงเข้าๆไป พูดนิดพูดหน่อย ฟังเขาอธิบาย แล้วก็เก็บของ ออกไปหาข้าวกิน .. รีวิวที่พักตามนี้เลยฮะ Nine Hours Women Kanda

มื้อแรก เดิน งง เข้าไปจิ้มๆ เอา คือ หน้าตามันเหมือนกันหมด อ่านก็ไม่ออก 555 นี่ฮะ เป็นเทมปุระ บะหมี่เย็น อืมมมมมมม มันน่าจะประทับใจกว่านี้สิ เดินลัดเลาะ สำรวจพื้นที่ ถ่ายรูปชุดแรก ยามค่ำคืน

DAY 2 

วัดเซ็นโซจิ หรือวัดโคมแดง หรือวัดอาซากุสะ  Japan Real Plan : Asakusa เป็นที่แรกที่ท่องเที่ยวเต็มรูปแบบหลังจากตื่นเช้ามาแบบงงๆ 555 เริ่มออกกันแต่เช้าตรู่เลยฮะ แบบคนยังไม่มี ร้านยังไม่เปิดงี้ พิกัดแรก ก็เริ่มแชะเลยจ้า เริ่มด้วยมุมถนนหันออกนอกวัน เสร็จแล้วก็ไม่ลืมถ่ายกับโคมแดงยักหน้าวัด (มาให้รู้ว่ามา) แต่ประเด็นคือ ถ่ายให้เพื่อน ตัวเองไม่ได้ถ่าย 5555 ช่วงนั้นยังใช้ขาตั้งกล้องไม่เก่งฮะ 

ถ่ายภาพข้างนอกจนพอใจแล้ว ก็เริ่มเดินเข้าวัด ถนนที่เดินเข้าวัดเรียกว่าถนนนากามิเซะ (Nakamise Dori) ตอนไปร้านค้าส่วนมากยังไม่เปิด ก็เลยได้เก็บภาพประตูร้านมาด้วย 555 แต่คือเผลอแป๊บเดียว หันออกมา โอ้โหหห คนอย่างเยอะฮะ เป็นถนนชอปปิ้ง ขายขนม ของฝาก ของที่ระลึก และก็มีร้านขายเครื่องรางญี่ปุ่น และของฝากแนวๆ เพียบ กดกาชาปองตัวแรกก็ที่นี่ล่ะฮะ 555 (เห่อ)

ภาพล่างนี้คือช่วงเวลาแป๊บเดียที่บอก หันมาอีกทีคนเพียบละ 5555

เข้าไปถึงตัววัด ก็ยังไปงงอยู่ 555 ผู้คนมาไหว้เจ้ามากมาย ยืนรวบรวมสติพักแล้วก็ดำเนินการฮะ ถ่ายรูป 55555 โดยรวมๆ เท่าที่เห็นคนญี่ปุ่นจะกวักธูปเข้าหาตัวเพราะ ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าถ้ากวักเอาควันธูปเข้าหาตัวจะนำความโชคดีมาให้ โดยปกติแล้วแพ้ควันธูปฮะ เลยยืนมองอยู่ห่างๆ เดินขึ้นไปเห็นผู้คนพนมมือโยนเหรียญ อ๋อ ขอพรฮะ เลยไปโยเหรียญ 500 เยน ยืนงึมงำๆ กับเขาบ้าง แต่คือ มีความยืนงงขอพร 55555 งงมาก แล้วก็พาลคิดว่า เทพเจ้าจะฟังภาษาไทยรู้เรื่องหรือป่าว 5555 สรุปคือยกมือท่วมหัวอย่างเดียว 

เออที่นี่มีร้านขายเครื่องรางด้วย ด้วยความที่สายมูบ้าง ก็เดินไปดูกับเขานะ แต่คือ เคยศึกษามาว่าเครื่องรางแต่ละชิ้นมีวันหมดอายุ ก็เลยคิดว่า ใกล้จะสิ้นปีละ ซื้อไปเดี๋ยวก็ต้องกลับมาซื้อใหม่ เลยไม่ซื้อ 5555555

ไหว้พระขอพรเสร็จก็เดินลงมากัน เดินเล่น หาของกิน 

กินขนมเสร็จก็ต้องหาของหนักรองท้องละ 555 จุดหมายคือ ย่านอุเอโนะ (Ueno) ตลาดอะเมโยโกะ ของเพียบ ตื่นตาตื่นใจมาก แต่ด้วยเป็นวันแรก เบาได้เบา 5555 ก็เดินหาข้าวกิน จบที่ร้านในตลาดนั่นล่ะ ด้วยความที่ยังไหม่อยู่ ยังไม่กล้ากินไร สั่งข้าวปลาย่างจ้าาาาาาา อธิบายไม่ถูกกันเลยที่เดียว 5555 รู้สึกยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของการมา หน้าตาอาหารของเพื่อนน่ากินมาก และอร่อยด้วย  โดยเฉพาะซุปสาเกหอย 

ดูภาพแบบเต็มๆ ที่นี่ได้เลยฮะ    "อัลบัมภาพ Asakusa"
ระหว่างกินข้าวก็นั่งคิดกันว่าจะไปไหนต่อ มันมีตลาดของมือสองอยู่ เปิด map ละเดินตามไป map พาไปงานขายเนื้ออะไรไม่รู้ 5555 ต้องปักใหม่ละเดินตามไป คือ กำลังจะเก็บแล้ว แต่ก็ยังได้ของติดมา ทั้งเสื้อโคท เป้ ตุ๊กตามิกี้เม้าท์ ไม่น้อยเลยนะน่ะ 555 เสียทรัพย์และหอบไป แล้วก็จบด้วยไปหาลุงกันดั้มที่โอไดบะ มันคือหนึ่งในวัตถุประสงค์ของการมาครั้งนี้ เหมือนคนบ้าอ่ะ 555 กรี๊ดกร๊าดมากกก วิ่งดักหน้า ดักหลัง กดชัตเตอร์รัวๆ 555  Japan Real Plan : Odaiba  

ง่อววววววววว คุณลุงกันดั้มยูนิคอนใหญ่มากฮะ สมาชิกเดินชอปในห้าง ส่วนเราเดินกดชัตเตอรไปเรื่อย ระหว่างรอดูลุงกันดั้มโชว์ช่วงหัวค่ำ กลัวไม่ได้ข้างหน้า วนไปวนมาอยู่นั่น  ได้เจอตัวเสียที ตื่นเต้นสุดๆ

 ระหว่างที่รอลุง ก็เดินลงไปที่ริมแม่น้ำ ที่มีเทพีเสรีภาพจำลองตั้งอยู่ มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นโตเกียวทาวเวอร์ด้วยฮะ พระอาทิตย์กำลังจะตกแต่ก็คือต้องรีบวิ่งกลับมารอดูลุงกันดั้ม 🤣

ลุงกันดัมอยู่ตรงกลาง ถ้าเดินไปทางสะพานจะเป็นเทพีเสรีภาพ เป็นริมแม่น้ำ แต่ถ้าเดินไปอีกทางหนึ่ง ทางลานจอดรถจะน่าจะเป็นสวนสาธารณะ มีชิงช้าสวรรค์อยู่ด้วยฮะ เดินไปเก็บภาพไม่ทันห่วงลุงกันดั้ม 555 เลยได้แต่ยืนซูมเลนส์อยู่ไกลๆ

ลากันไปด้วยภาพยามค่ำคืนของชิงช้าสวรรค์ที่โอไดบะ แล้วก็เข้าไปชมรูปเต็มๆ กันตามนี้ได้นะ "อัลบั้มภาพโอไดบะ กับ ลุงกันดั้ม"

เอ้า!!! ก่อนไป ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ เนื้อต้องมา เบียร์ต้องมา 55555 กินแบบล่มจมกันไปเลยฮะ กินเนื้อดิบครั้งแรกด้วย 55555555555555 สัมผัสที่ไม่รู้ลืม ถึงกับน้ำตาไหล

จบ part 1 แล้วฮะ รีวิวได้ 2 วัน Part 2 จะพาไปเมืองสวรรค์ Nikko และวันฝนตกพร้อมล้มละลายที่ ชินจุกุ ตึกม่วง และเอาตังค์ไปทิ้งกับกาชาปองที่อากิฮาบาระ 


ความคิดเห็น