ทีละก้าว สู่ขอบฟ้า ข้อมูลการเดินทาง รีวิวโดย กระทิงเปลี่ยวเที่ยวรอบโลก

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง วีซ่า การเดินทางเข้าประเทศจีนต้องขอวีซ่า โดยสามารถขอได้ที่ สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 57 ถ.รัชดาภิเษก ดินแดน กรุงเทพฯ โทร.0 2245 7032-3 เปิดรับการยื่นขอวีซ่าทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 11.00 น. หลักฐานที่ต้องใช้ประกอบด้วย 1)พาสปอร์ตที่มีอายุใช้งานเหลือไ

ทีละก้าว สู่ขอบฟ้า ข้อมูลการเดินทาง

ทีละก้าว สู่ขอบฟ้า ข้อมูลการเดินทาง

 วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 16.54 น.

 วันที่เดินทาง 27 ธ.ค. 2562

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

วีซ่า

การเดินทางเข้าประเทศจีนต้องขอวีซ่า โดยสามารถขอได้ที่ สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 57 ถ.รัชดาภิเษก ดินแดน กรุงเทพฯ โทร.0 2245 7032-3 เปิดรับการยื่นขอวีซ่าทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 11.00 น.

หลักฐานที่ต้องใช้ประกอบด้วย

1)พาสปอร์ตที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน

2)ใบคำร้องขอวีซ่า สามารถไปรับที่สถานทูตฯ หรือดาวน์โหลดจาก www.chineseembassy.org/th

3)รูปถ่ายสี หน้าตรงขนาด 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว จำนวน 1 ใบ

4)สำเนาใบจองตั๋วเครื่องบิน

5)สำเนาใบจองที่พักในประเทศจีน อย่างน้อย 1 คืน

6)หน้าสมุดบัญชี ซึ่งควรมียอดเงินในบัญชีไม่น้อยกว่า 50,000 บาท (ไม่ได้กำหนดว่าต้องแสดงย้อนหลังกี่เดือน) เฉพาะผู้ที่ไม่เคยมีวีซ่าเข้าประเทศจีน หรือวีซ่าเดิมมีอายุเกิน 1 ปี

หากไม่สะดวกไปทำเอง สามารถฝากให้ผู้อื่นไปยื่นและรับแทนได้ โดยมีเอเจนซี่ทัวร์หลายบริษัทรับดำเนินการ

การเดินทางจากประเทศไทย

การเดินทางจากไทยไปประเทศจีนนั้นมีหลายสายการบินให้บริการ ไปยังเมืองสำคัญหลายต่อหลายเมือง สำหรับเมืองที่กล่าวถึงในบันทึกนี้มีสายการบินให้บริการ ดังนี้

• การเดินทางจากไทยสู่ฉงชิ่ง (Chongqing)

สายการบินไทย (Thai Airway) http://www.thaiairways.co.th

สายการบินไทยแอร์เอเชีย (Thai Air Asia) http://www.thaiairasia.com

• การเดินทางจากไทยสู่อู่ฮั่น (Wuhan)

สายการบินไทยแอร์เอเชีย (Thai Air Asia) http://www.thaiairasia.com

• การเดินทางจากไทยสู่ซีอาน (Xian)

สายการบินไทยแอร์เอเชีย (Thai Air Asia) http://www.thaiairasia.com

สายการบินไชน่าเซาเทิร์น (China Southern) http://www.flychinasouthern.co...

สายการบินไชน่าอีสเทิร์น (China Eastern) http://www.flychinaeastern.com

สายการบินเคเธ่ย์แปซิฟิกซ์ (Cathay Pacific) http://www.cathaypacific.com

การเดินทางภายในประเทศจีน

รถไฟ

- การเดินทางระหว่างเมืองโดยรถไฟ ควรจองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน เพราะชาวจีนนิยมเดินทางด้วยรถไฟ ฉะนั้นการซื้อตั๋วก่อนเดินทางแค่ไม่กี่ชั่วโมงจึงอาจพบความผิดหวัง โดยสามารถตรวจสอบตารางเดินรถได้ที่ www.travelchinaguide.com หรือ http://chinatour.net/train หรือที่ Trip.com

- สำหรับรถไฟตู้นอน มีให้เลือก 2 แบบคือ Soft Sleep กับ Hard Sleep ซึ่งแม้ชื่อจะฟังเหมือนที่นอนมีความนุ่มหรือแข็งต่างกัน แต่ความจริงแล้วลักษณะที่นอนนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ตู้นอนแบบ Soft Sleep 1 ห้องจะประกอบด้วยเตียงนอน 4 เตียง คือ ฝั่งละ 2 เตียง และมีประตูปิดกั้นระหว่างตู้นอนกับทางเดิน ส่วน Hard Sleep 1 ห้องจะประกอบด้วยเตียงนอน 6 เตียง คือฝั่งละ 3 เตียง ฉะนั้นหากคุณนอนเตียงบนสุดจึงต้องปีนป่ายพอควร ราคาค่าโดยสารแบบ Soft Sleep จะแพงกว่า Hard Sleep ราว 50% และเตียงนอนล่างจะราคาสูงกว่าเตียงบน

- เราควรมาถึงสถานีรถไฟก่อนเวลาอย่างน้อย 15 นาที โดยมีช่องประตูทางออกแยกชัดเจนตามหมายเลขขบวนรถ เมื่อขึ้นไปบนรถไฟแล้ว เจ้าหน้าที่ประจำตู้ จะเก็บตั๋วโดยสารเราไว้ พร้อมกับให้บัตรพลาสติก 1 ใบแทน เมื่อใกล้ถึงสถานีปลายทางเจ้าหน้าที่จึงจะนำตั๋วโดยสารมาคืนเราพร้อมเก็บบัตรพลาสติกคืน ซึ่งผู้โดยสารต้องเก็บตั๋วโดยสารไว้กับตัว ห้ามทิ้ง เพราะจะถูกตั๋วอีกครั้งก่อนออกจากสถานี

- ภายในรถไฟมีน้ำอุ่นให้บริการ เพราะชาวจีนนั้นติดการดื่มชา นอกจากนี้ยังมีตู้เสบียงให้บริการอาหาร โดยมีโต๊ะอาหารให้นั่งอย่างสะดวกสบาย แต่หากไม่อยากเดินไปก็มีเจ้าหน้าที่เข็นอาหาร เครื่องดื่มมาเสนอขายเป็นระยะ รวมถึงขายของที่ระลึกประเภทหยก สร้อยไข่มุกด้วย

- ห้องสุขาภายในรถไฟสะอาดพอใช้ โดยมีอ่างล้างหน้าให้ล้างหน้า แปรงฟัน

รถประจำทาง

ผังเมืองในประเทศจีนมักจะเหมือนกันเกือบทุกที่ คือ สถานีรถไฟกับสถานีขนส่งมักจะอยู่ใกล้กันชนิดเดินถึง โดยตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง ฉะนั้นการเดินทางระหว่างเมืองด้วยรถประจำทาง จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สะดวกสบายไม่แพ้การเดินทางด้วยรถไฟ

การจองตั๋วล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ควรทำ ในช่วงเวลาปกติที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาล เช่น ช่วงตรุษจีน หรือปีใหม่ การจองตั๋วล่วงหน้าเพียงแค่ 1 วันก็เพียงพอที่จะได้ที่นั่งดีๆตามที่ต้องการ

สำหรับการเดินทางระหว่างเมืองที่อยู่ไกลกันที่ใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ 10 ชั่วโมงขึ้นไป มักมีรถนอนให้บริการ โดยรถนอนที่ว่านี้ไม่เหมือนรถนอนประเภทวีไอพีแบบเมืองไทย เพราะไม่ใช่แบบที่นั่งปรับเอียงนอนได้ แต่เป็นการสร้างเตียงนอน 2 ชั้นไว้บนรถ เตียงชั้นล่างจะมีราคาสูงกว่าเตียงชั้นบนเล็กน้อย เพราะระยะห่างระหว่างเตียงพอที่จะนั่งได้ ผิดกลับเตียงชั้นบนที่ผู้โดยสารต้องอยู่ในท่านอนไปตลอดทาง โดยภายในรถไม่มีห้องน้ำให้บริการ

การเดินทางสู่ทิเบต

ปัจจุบันชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้าสู่ดินแดนทิเบตได้ง่ายกว่าก่อน แต่อย่างไรก็ตามเพราะยังเป็นดินแดนที่อ่อนไหวในแง่ความมั่นคง แม้คุณจะมีวีซ่าเข้าประเทศจีน แต่การเดินทางสู่ทิเบตยังคงต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติมอีก ดังนี้

- Tibetan Travel Permit เพื่อใช้เดินทางเข้าสู่เขตปกครองตนเองทิเบต โดยคุณจะถูกตรวจใบอนุญาตนี้ตั้งแต่การขึ้นรถไฟสายชิงไห่ – ทิเบต หรือหากเดินทางด้วยเครื่องบิน ก็จะถูกตรวจตั้งแต่ท่าอากาศยานต้นทาง

- Alien’s Travel Permit สำหรับการเดินทางภายในทิเบต

- Military Permit ใช้สำหรับกรณีที่จะเดินทางไปยังบริเวณชายแดนระหว่างประเทศ ซึ่งต้องขออนุญาตจากทหาร

ปัจจุบันทางการจีนยังไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวในทิเบตได้ด้วยตัวเอง โดยให้ผ่านเอเจนซีที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ซึ่งเอเจนซี่จะเป็นผู้เตรียมใบอนุญาตต่างๆที่จำเป็น

การเดินทางสู่ทิเบตมี 3 ทางเลือก คือ

1. ทางอากาศ มีสายการบินภายในประเทศให้บริการบินตรงจากเมืองใหญ่ๆในประเทศจีนสู่ลาซา ดังนี้

- Air China (www.airchina.com) ให้บริการจากปักกิ่ง ฉงชิ่ง ซีอาน เฉิงตู และคุนหมิง

- Shandong Airline (www.shandongair.com) ให้บริการจากปักกิ่ง, เฉิงตู และฉงชิ่ง

แม้การเดินทางด้วยเครื่องบินจะใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งสั้นกว่าการเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ที่ใช้เวลายาวนานกว่า 1 วัน 1 คืน แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ ผู้เดินทางมีโอกาสที่จะมีอาการแพ้ความกดอากาศ เพราะเป็นการเดินทางไต่ระดับความสูงหลายพันเมตรภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จึงไม่แนะนำให้เดินทางสู่ทิเบตด้วยวิธีนี้ แต่เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเดินทางขากลับจากทิเบตสู่เมืองต่างๆ

2. ทางรถไฟสายชิงไห่ – ทิเบต สามารถเดินทางสู่ลาซาได้จากหลายๆเมืองในประเทศจีน ดังนี้

- ปักกิ่ง ใช้เวลา 42 ชั่วโมง 42 นาที

- ซีอาน ใช้เวลา 32 ชั่วโมง 53

- เซี่ยงไฮ้ ใช้เวลา 48 ชั่วโมง 46 นาที

- ฉงชิ่ง ใช้เวลา 44 ชั่วโมง 37 นาที

- ซีหนิง ใช้เวลา 25 ชั่วโมง 12 นาที

- เฉิงตู ใช้เวลา 43 ชั่วโมง 11 นาที

- หลานโจว ใช้เวลา 27 ชั่วโมง 55 นาที

- กวางโจว ใช้เวลา 55 ชั่วโมง 38 นาที

จะเห็นได้ว่า แม้ว่าคุณจะเริ่มต้นเดินทางจากเมืองไหน ก็จะใช้เวลาเดินทางสู่ลาซา ในดินแดนทิเบตมากกว่า 1 วัน 1 คืนทั้งสิ้น แต่การเดินทางด้วยรถไฟนั้นเป็นการเดินทางที่ค่อยๆไต่ระดับความสูง จึงมีความปลอดภัยที่จะเกิดอากาศแพ้ความกดอากาศได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับการเดินทางทางอากาศ อีกทั้งทิวทัศน์สองข้างทางก็แสนงดงาม คุณจึงสามารถเพลิดเพลินได้ตลอดการเดินทาง จึงแนะนำให้เดินทางเข้าทิเบตด้วยวิธีนี้ แต่สำหรับขากลับหากมีเวลาจำกัดหรือไม่อยากเห็นทิวทัศน์ซ้ำแนะนำให้กลับทางเครื่องบินจะประหยัดเวลามากกว่า

โดยทั่วไปแล้วการเดินทางด้วยรถไฟในประเทศจีนคุณสามารถซื้อตั๋วได้ด้วยตัวเองที่สถานีรถไฟ แต่สำหรับทางรถไฟสายชิงไห่ – ทิเบต เป็นเส้นทางที่ใช้เวลายาวนาน และมีเพียงวันละเที่ยวหรือ 2 วันเที่ยวเท่านั้น ทำให้ต้องจองล่วงหน้าเป็นแรมเดือน จึงเป็นเรื่องที่ยากมากที่คุณจะสามารถซื้อตั๋วได้ด้วยตัวเอง การให้เอเจนซี่จัดการให้จึงเป็นทางเลือกที่ดีและสะดวกที่สุดในการเดินทางด้วยวิธีนี้

3. ทางถนน เป็นทางเลือกที่ไม่แนะนำสำหรับคนทั่วไป เพราะไม่ว่าคุณจะเริ่มเดินทางจากเมืองไหน ไม่ว่าจะเป็น จากเฉิงตู เต๋อชิง ซินเจียง หรือแม้แต่ซีหนิง ก็จะใช้เวลาเดินทางไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ ทางเลือกนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลามาก และรักการผจญภัยเท่านั้น

ที่พัก

สามารถค้นหาและจองที่พักในเมืองต่างๆได้ที่ www.agoda.com , www.booking.com

สำหรับชาวแบกเป้ ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แนะนำให้พักที่บ้านพักเยาวชนนานาชาติ (Hostelling International) หรือ ยูธโฮสเทล (Youth Hostel) เพราะมีราคาถูกกว่าพักในโรงแรมทั่วไป อีกทั้งยังคิดค่าที่พักเป็นรายหัว ฉะนั้นหากแบกเป้ไปพักคนเดียวก็ไม่ต้องกังวลว่าไม่มีเพื่อนมาร่วมหารค่าห้อง โดยส่วนใหญ่เป็นห้องนอนรวม มีห้องน้ำและพื้นที่ส่วนกลางใช้ร่วมกัน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นส่วนตัว ก็มีห้องพักแบบส่วนตัวให้เลือก

ยูธโฮสเทลมีเครือข่ายให้บริการทั่วโลก ในประเทศจีนมีให้บริการอยู่ทุกมณฑล มณฑลละหลายแห่ง กระจายตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ อีกทั้งยังสะดวกในการสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยว เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี สามารถดูรายละเอียดและจองที่พักล่วงหน้าได้ที่ www.yhachina.com

เวลา

แม้ประเทศจีนจะมีอาณาเขตกว้างใหญ่ แต่ทั้งประเทศนั้นใช้เวลาเดียวกัน คือเวลากรุงเป่ยจิง (ปักกิ่ง) โดยเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชม. ซึ่งกรุงเป่ยจิงนั้นอยู่ทางฟากตะวันออกของประเทศ ทำให้ดินแดนทางฟากตะวันตก เช่น ทิเบต เกิดความแตกต่างของเวลาจากตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา กับเวลาจริงๆตามธรรมชาติราว 1 – 2 ชั่วโมง

การสื่อสาร

ชาวจีนส่วนใหญ่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ ฉะนั้นการเตรียมแผนที่ที่มี 2 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษกับภาษาจีนจึงเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งหากแผนที่มีภาพสถานที่ท่องเที่ยวด้วยยิ่งดี หรือนำภาพสถานที่ที่เราจะเดินทางไปติดตัวไปด้วย เพราะจะสะดวกเวลาถามทาง ซื้อตั๋วรถประจำทาง หรือแม้แต่การเหมารถเที่ยว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเปิดใจให้กว้าง โดยอย่าคิดว่าการสื่อสารที่ต่างภาษาเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แต่ให้คิดว่านี่แหละคือสีสันแห่งการเดินทางด้วยตัวเอง เพียงแค่นี้การเดินทางของคุณก็จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ที่ไม่ใช่เพียงความสุขทางสายตาที่ได้ไปชมสถานที่ที่ต้องการไป หากแต่ยังสุขใจไปกับการเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและสีสันจากคนท้องถิ่น

อาหารการกิน

หากคุณไม่ใช่กลุ่มคนที่มีความจำเป็นต้องควบคุมประเภทของอาหารแล้ว ไม่ขอแนะนำให้นำอาหารจากเมืองไทยแบกให้หนักกระเป๋าเพื่อไปกินที่เมืองจีน เพราะหากรักการท่องโลกแล้ว การได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องที่นักท่องโลกไม่ควรพลาด อย่างเช่น อาหารทิเบตแท้ๆ จากฝีมือชาวทิเบต นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่คนจากที่ราบต่ำเช่นเราจะมีโอกาสครั้งที่ 2 ที่จะได้ไปกินอาหารแบบนั้นในสถานที่ที่เป็นแหล่งกำนิดของอาหารนั้นจริงๆ

ความคิดเห็น