แพร่-น่าน-สะปัน วันฝนตก รีวิวโดย HaiNeVerDIe

          สวัสดีครับ ห่างหายไปนานสำหรับการเขียนกระทู้ท่องเที่ยว น่าจะเกือบ 3 ปีได้ กระทู้นี้จะแตกต่างจากกระทู้ก่อนๆที่ผมเคยเขียนมานิดหน่อย เพราะกระทู้ก่อนๆที่ผมเขียน ผมเขียนจากการที่ผมไปเที่ยวคนเดียว นอนกลางดินกินกลางทราย แต่คราวนี้ผมไปเป็นคู่ครับ รูปแบบการเที่ยวจะแตกต่

แพร่-น่าน-สะปัน วันฝนตก

แพร่-น่าน-สะปัน วันฝนตก

 วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 16.38 น.

 วันที่เดินทาง 19 ส.ค. 2563

          สวัสดีครับ ห่างหายไปนานสำหรับการเขียนกระทู้ท่องเที่ยว น่าจะเกือบ 3 ปีได้ กระทู้นี้จะแตกต่างจากกระทู้ก่อนๆที่ผมเคยเขียนมานิดหน่อย เพราะกระทู้ก่อนๆที่ผมเขียน ผมเขียนจากการที่ผมไปเที่ยวคนเดียว นอนกลางดินกินกลางทราย แต่คราวนี้ผมไปเป็นคู่ครับ รูปแบบการเที่ยวจะแตกต่างไปจากเดิมนิดหน่อย เช่น เมื่อก่อนผมพกเต็นท์ไป ค่ำไหนก็นอนนั่น อุทยานแห่งชาติบ้าง ข้างทางบ้าง ก็จะเปลี่ยนมาเป็นนอนตามห้องพัก ตามรีสอร์ท เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยของแฟนผม จากการพกอาหารไปทำกินเองบ้าง กินตามร้านข้างทางบ้าง ก็จะเปลี่ยนไปเป็นกินตามร้านอาหาร เข้าร้านกาแฟ เพราะแฟนผมเค้าชอบกิน ชอบถ่ายรูปอาหาร แต่เค้าก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้นะ ผมอยากไปกินเองเฉยๆ 555+ จากที่เคยใช้กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ครบคันก็มาใช้กล้องมือถือล้วนๆแทน เพื่อความสะดวกและประหยัดพื้นที่สัมภาระ แต่ที่ผมไม่เปลี่ยนคือ เป็นการขับมอเตอร์ไซค์เที่ยวครับ ซึ่งโชคดีที่แฟนผมเค้าชอบขับรถมอเตอร์ไซค์เที่ยวเหมือนกัน สบายเลยทีนี้ งั้นไปดูกันเลยครับ ว่าเราไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง

 

          วันที่ 1 (19/08/63) สุโขทัย - แพร่ ผมกับแฟนผม เราอยู่จังหวัดสุโขทัยครับ เราวางแผนจะไปเที่ยว แฟนผมถามว่ามีที่ไหนให้ไปบ้าง ผมก็บอกบ่อเกลือเลย ขับรถสนุก ทางสวย ว่าแล้วเราก็ลางานวางแผนเที่ยวทันที แต่ก่อนจะไป ดันมีข่าวพายุเข้า ผมก็คิดว่าคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ฝนนิดๆหน่อยๆ เดี๋ยวก็แห้ง วันที่ออกเดินทาง แฟนผมเค้าเลิกงาน 2 ทุ่ม เราออกเดินทาง 2 ทุ่มครึ่ง ก่อนหน้านั้น ช่วงเย็นๆ แดดนี่จ้าเลยครับ พอมืดมากำลังจะสตาร์ทรถออกเดินทางแค่นั้นแหละ ฝนตก!!! ซึ้งใจเลย แต่ธนูง้างแล้วมันต้องยิง เราเลยออกเดินทางทันที อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน เราวางแผนจะไปนอนพักที่แพร่ก่อนครับ ผมจองที่พักไว้ แต่ระหว่างทางเราไปแวะอุตรดิตถ์ก่อน มันหิวอะครับ เลยแวะกินข้าวซะหน่อยที่ร้านครัวพิกุล ร้านโปรดของผม กินมันทั้งเปียกๆงั้นแหละ แต่แฟนผมไม่เปียกนะ เค้าบอกว่าผมบังฝนให้หมดเลย ไม่โดนสักนิด 555+

           เรากินข้าวเสร็จ ออกเดินทางกันประมาณ 21.00 น. ตอนนั้นฝนหยุดละครับ สบายใจ แต่พอขี่ออกจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ไปได้นิดเดียว ฝนตกอย่างหนัก งามไส้ เป็นการขับรถที่สนุกสนานเลยทีเดียวเชียว มืดก็มืด ฝนก็ตก ผมบิดขันเร่งเต็มที่ กะว่าไม่ซิ่งก็ซี้ ด้วยความเร็ว 60 km/hr 555+ สายชิลครับ ฝนไม่ตก แดดเปรี้ยงๆ ผมก็ขับไม่เกิน 120 km/hr โดนแซงหมดอะ

          ผมมาถึงจังหวัดแพร่ประมาณ 5 ทุ่ม เมื่อวานผมโทรจองที่พัก บอกผมจะมาถึงดึกๆหน่อยนะ ทางที่พักก็บอกโอเค เดี๋ยวจะล็อคและแจ้งเด็กไว้ให้ แต่พอมาถึง ดันบอกไม่มีชื่อผมเข้าจอง แถมห้องเต็ม เจริญพร ทำไงละทีนี้ เคืองก็เคืองแต่โวยวายไปก็ทำไรไม่ได้ ตอนนี้เพลียมากด้วย ผมเลยขับรถเข้าตัวเมืองแพร่ ซึ่งย้อนกลับไปประมาณ 10 km โชคดีมีคนแนะนำให้ไปที่ เฮือนเชตวัน โฮเทล ค่อยโล่งอกหน่อย คืนนี้มีที่พักแล้ว ผมอะไม่เท่าไรหรอก นอนไหนก็ได้ ผมกลัวจะพาแฟนมาลำบากด้วย แต่เค้าก็ไม่ได้บ่นอะไรนะ สรุปเรานอนที่นี่แหละครับ อาบน้ำนอน หมดเรี่ยวแรงไปกับวันที่ 1 ครับ

ค่าใช้จ่าย

ค่าน้ำมัน (สุโขทัย) 150 บาท

ค่าอาหาร (ครัวพิกุล) 320 บาท

ค่าที่พัก (เชตวัน โฮเทล) 650 บาท

รวม 1120 บาท




          วันที่ 2 (20/08/63) แพร่ – สะปัน เราเดินทางออกจากที่พักกันประมาณ 9 โมงนิดๆ ไม่รีบไม่ร้อนครับ โลว์ไลฟ์ วันนี้มีแดดอ่อนๆ ฝนน่าจะไม่ตก เราแวะกินอาหารเช้าที่ร้านตำแคปหมู (เจ้าเก่า) โค้งป่าไม้ ผมสั่งขนมจีนน้ำยากระทิ ตำข้าวโพด ชุดขนมจีนน้ำพริกน้ำย้อย อร่อยนะ ราคาถูกด้วย

          เติมพลังเสร็จก็เดินทางสู่จังหวัดน่านต่อ ฝนยังไม่ตกครับ แดดออกบ้าง เมฆครึ้มๆบ้าง สลับกันไป

          เรามาถึงตัวเมืองน่านน่าจะประมาณเที่ยงๆ เลยแวะหาไรเบาๆกินซะหน่อย เป็นอาหารกลางวัน ผมขับรถงงๆกับทางอยู่พักนึงก็ไปเจอร้านกาแฟ Agape Caffe & Eatery อยู่แถวๆถนนเส้นศาลหลักเมือง บรรยากาศดีครับ ช่วงนั้นมีโปรขนมลดราคาพอดีด้วย

          เสร็จแล้วเราก็ออกเดินทางครับ ไปตามทางหลวง 1256 ถนนลอยฟ้า ขับเพลินๆ แดดออกบ้าง ฝนตกบ้าง มีทำทางกันบ้าง ขับไปชิลๆ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆไป

          โค้งหมายเลขสามครับ จริงๆไม่เห็นหรอก มาครั้งก่อนผมก็ไม่เห็น คราวนี้มีคนจอดรถถ่ายรูปกันเยอะ เลยแวะซะหน่อย

          ขับมาเรื่อยๆมันก็มีฝนตกบ้างครับ แต่ตกนิดๆหน่อยๆ แล้วก็หยุด สลับกับแดดออก แต่ก่อนจะถึงบ่อเกลือสัก 7 km ฝนดันตกหนัก ผมเลยจอดพักข้างทางก่อน ดูท่าว่าจะเปียกโชก

          มีเพื่อนมาแวะพักหลบฝนด้วยครับ ^^ พอฝนเริ่มตกปรอยๆ ผมก็ออกเดินทางต่อ อีกนิดเดียวเอง

          ถึงละครับ บ่อเกลือสินเธาว์ ช่วงนี้ไม่มีการต้มเกลือ เค้าบอกว่าหยุดช่วงเข้าพรรษา

          สะพานข้ามน้ำครับ ตอนนั้นน้ำยังไม่สูงมาก

          ของฝากจากบ่อเกลือ ผลิตภัณฑ์จากเกลือสินเธาว์ มีทั้งกินได้กินไม่ได้ ใช้ขัดผิว ขัดเท้า

          แวะส่งโปสการ์ดซะหน่อย ผมพึ่งเคยส่งโปสการ์ดใบแรก ไปเที่ยวที่ไหนไม่เคยส่งเลย

          บ่อเกลืออีกบ่อครับ ใกล้ๆกัน

          เดินเที่ยวได้สักพักก็ออกเดินทางไปบ้านสะปัน วันนี้เราจะพักกันที่นั่นครับ

          ผมจองที่พักไว้ที่ มีสะปัน ข้างๆอุ่นไอมางครับ เป็นบ้านพัก ห้องน้ำในตัว สะอาดสะอ้าน คืนละ 1500 บาท พักได้ 2 คน รวมอาหารเช้า

          ผมกำลังจะเอาของเข้ามาเก็บ ฝนก็ตกพอดี ตาลีตาเหลือกเก็บของเลยทีนี้

          เข้ามาพักเหนื่อย รอให้ฝนหยุดตกสักพักผมก็ออกไปขี่รถเที่ยวดูบรรยากาศในชุมชนครับ สักพักฝนตกอีกละ ดีที่ได้ถ่ายรูปตรงจุดแลนด์มาร์คซะก่อน แถมยังมี PR เจ้าถิ่นมาต้อนรับ กระดิกหางใส่ต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นมิตรสุดๆ

          พอเย็นๆหน่อย สัก 6 โมงเย็น ผมก็มากินอาหารเย็นละครับ ร้านของทางที่พักเลย อยู่ริมลำธาร อาหารอร่อยมาก แต่ทำนานนะครับ ต้องใจเย็นๆ กินเสร็จก็รีบลุกให้คนอื่นมานั่งบ้าง เราจะได้ไปพักผ่อนด้วย

ค่าใช้จ่าย

ค่าน้ำมัน (แพร่) 110 บาท

ค่าเครื่องดื่ม+ขนม (Agepa) 180 บาท

ค่าน้ำมัน (น่าน) 100 บาท

ค่าที่พัก (มีสะปัน) 1500 บาท

ค่าอาหาร (มีสะปัน) 430 บาท

รวม 1920 บาท

รวมทั้งหมด (2 วัน) 3440 บาท



          วันที่ 3 (21/08/63) สะปัน – น่าน
เมื่อคืนฝนตกทั้งคืนครับ เช้ามาก็ยังไม่หยุด แถมไฟดับอีกช่วงตี 4 ตี 5 ผมปวดอึต้องอดทนอะ น้ำมันไม่ไหล ไฟมาตอนหกโมงกว่าๆผมรีบเข้าห้องน้ำแล้วก็อาบน้ำเลย

          ผมเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วก็ไปกินอาหารเช้าของทางที่พัก ปรากฎว่าน้ำมาอย่างเยอะ งามไส้ละ น้ำป่าจะมาไหมเนี่ย ฝนก็ยังไม่หยุดตกด้วย

          เรารีบกินอาหารเช้าแล้วรีบออกเดินทางเลยครับ วันนี้เราจะไปนอนในตัวเมืองน่านกัน

          จุดชมวิว 1715 ครับ แวะพักกันก่อน ฝนตกค่อนข้างหนัก สักพักเราก็ออกเดินทางต่อ ดูทรงแล้วฝนคงไม่หยุดง่ายๆ ค่อยๆขับไป ผมใช้ความเร็วประมาณ 40-60 km/hr เพื่อความปลอดภัยครับ ใครรีบแซงไปเลยยยยยยยย 555+ 

          จริงๆผมกะแวะกินข้าวเที่ยงที่ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ แต่ก็ไม่ได้ไปเพราะฝนตก ต้องมาพักรถที่ Amezon อ.ท่าวังผา จ.น่าน แฟนผมบอกอยากได้ไดเป่าผมจัง หนาวววววววว

          ตอนผมมากำลังมีจัดพิธีเปิดงานแสดงผลงานของศิลปินกลุ่มใหม่พอดีครับ

          ร้านของฝากของทางหอศิลป์ครับ

          หลังจากนั้น เราก็มานั่งดื่มน้ำที่ร้านกาแฟ โซนหลังหอศิลป์ครับ

         

          เจ้าของร้านบอกที่นี่น้ำเคยท่วม ท่วมขึ้นมาจนถึงตัวร้านเลย ระดับเกือบถึงเอว

          สักพักเราก็ออกเดินทางต่อครับ อีกยี่สิบกว่าโลจะถึงตัวเมืองน่าน ตอนนั้นมีฝนตกบ้างนิดหน่อย

          พอมาถึงในตัวเมืองน่าน ก็เริ่มมีน้ำท่วมขังบ้างบางจุด จริงๆผมต้องเข้าไปทางนั้นแหละ แต่ต้องอ้อมไปอีกเส้นหนึ่ง

          เรามาพักที่ อภิรตา รีสอร์ท ครับ ที่พักสวยดี เป็นเรือนไม้ แต่งสไตล์ล้านนา ราคา 2 คน แค่ 700 บาทเอง

          เราจัดข้าวของแล้วก็อาบน้ำกันใหม่เพราะตากฝนกันมาตลอดทางครับ แล้วก็ไปเที่ยววัดพระธาตุเขาน้อยก่อน เพราะอยู่ใกล้ๆที่พักเลย ตอนไปฟ้าก็ครึ้มตามประสาช่วงพายุเข้า

          น้องแมวววววว เวลาไปเที่ยว ผมชอบไปเล่นไปถ่ายรูปกับหมาแมวครับ สนุกดี

          หลังจากนั้นก็ลองไปดูถนนคนเดินครับ เผื่อมี แต่คิดในใจว่าไม่น่ามีแน่นอน พอไปจริงๆก็ไม่มีครับ 555+ ฝนตกซะขนาดนั้น จะไปมีได้ไง แต่เราไปเจอตลาดถนนคนเมืองพอดี เป็นตลาดขายเสื้อผ้า ของฝาก แถวศาลหลักเมือง

          เดินได้สักพักก็เริ่มหิว ผมกะจะไปกินที่ร้านเฮือนเจ้านาง เห็นว่าเป็นร้านขึ้นชื่อของน่าน แต่พอไปจริง น้ำท่วมทางขาดครับ ต้องหาร้านใหม่

          เรากลับมากินกันที่ร้านเฮือนฮอม ตรงข้ามถนนคนเมืองเมื่อกี๊แหละครับ

          กินข้าวเสร็จเราก็ไปขับรถเพื่อดูสถานการณ์น้ำกันครับ ชาวบ้านแถวนั้นก็เริ่มกังวลว่าจะท่วมไหม เพราะระดับน้ำมันสูงจนจะล้นอยู่แล้ว แฟนผมก็กลัวจะออกจากตัวเมืองน่านไม่ได้

          เรากลับมาที่พัก มาตามดูสถานการณ์น้ำในทีวีและเฟสบุ๊ค เพจที่นี่เมืองน่านเค้าบอกว่าทางไป อ.เวียงสา น้ำท่วมทางขาด แฟนผมนี่อย่างกังวล นอนไม่หลับ แต่ผมต้องหลับอะ ไม่งั้นขับรถไม่ไหว ภาวนาขอให้พรุ่งนี้น้ำเริ่มลดเถอะ

ค่าใช้จ่าย

ค่าชา+ขนม (Amezon) 200 บาท

ค่าเข้าหอศิลป์ริมน่าน 40 บาท

ค่าน้ำ (หอศิลป์ริมน่าน) 70 บาท

ค่าที่พัก (อภิรตา รีสอร์ท) 700 บาท

ค่าอาหาร (เฮือนฮอม) 570 บาท

รวม 1580 บาท

รวมทั้งหมด (3 วัน) 5020 บาท



          วันที่ 4 (22/08/63) น่าน-แพร่ ตื่นเช้ามาก็เช็คข่าวเรื่องน้ำท่วม ทางเพจที่นี่เมืองน่านบอกว่าเส้นทาง อ.เวียงสา ถนนปกติแล้ว เราก็อาบน้ำ แต่งตัว เก็บข้าวของแล้วออกเดินทาง ตอนเก็บของฝนไม่ตกนะ แดดออกด้วย พอแพ็คของเสร็จกำลังจะสตาร์ทรถ ฝนตก!!! ตามสบายเลยละกัน เราไปแวะกินอาหารเช้าที่ร้านข้าวซอยต้นน้ำก่อนครับ เห็นบอกกันว่าเป็นข้าวซอยทางเหนือแท้ๆ กลิ่นนี่หอมมาก ต่างจากข้าวซอยที่บ้านผมเลย

          เสร็จแล้วก็ไปเที่ยววัดภูมินทร์ครับ สภาพอากาศอย่างนี้ แต่คนก็ยังเยอะอยู่ครับ

          หลังจากนั้นก็ไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ครับ

          ซุ้มลีลาวดีครับ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปกัน ตอนผมไปเจอนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง มากันเกือบสิบคนได้มั้ง คนถ่ายรูปก็ปูเสื่อตั้งป้อมถ่ายรูปให้เพื่อนๆทีละคน ผมก็ยืนรอถ่าย มีอยู่คนหนึ่งหันมาบอก ไปล็อกอื่นก่อนเลยค่ะ น่าจะนาน มาไกลค่ะ เจริญ PornHub ได้แต่นึกในใจ เค้าคงคิดว่าเราอยู่ใกล้ๆ เดินมาจากปากซอยข้างๆนี้อะมั้ง T^T ผมก็เลยไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์ก่อน แล้วค่อยออกมาถ่าย เจอช่างภาพคู่สามีภรรยาคู่หนึ่ง ถ่ายรูปกันอยู่ เค้าถ่ายรูปเสร็จก็หลบให้คนอื่นถ่ายบ้าง ผมก็ไปถ่ายรูปสองรูป แล้วก็ขอบคุณเค้าครับ ^^

          ผมกะจะไปพระธาตุแช่แห้ง มากี่ครั้งก็ยังไม่ได้แวะ แต่ทางขาดครับ น้ำยังท่วมอยู่เลย นี่เป็นระดับน้ำของแม่น้ำในตัวเมืองน่านครับ

          ไม่เป็นไร เดี๋ยวคราวหน้าค่อยมาใหม่ เราไปกินของหวานเจ้าดังของน่านครับ ร้านบ้านป้านิ่ม กระทิหอมมาก แค่ตักขึ้นมายังได้กลิ่นหอมแล้ว

          หลังจากนั้นเราก็ไปโฮงเจ้าฟองคำครับ โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านของเจ้าฟองคำ เชื้อสายของเจ้าอนันตวรฤทธิเดชเจ้าผู้ครองนครองค์ที่ 62 ครับ บ้านเป็นไม้สักอายุจะ 200 ปีแล้วครับ

          ตอนผมไปมีพี่ไกด์กำลังบรรยาย พี่เค้าบรรยายสนุกมาก เหมือนพี่เค้ามีความสุขกับการได้อธิบายวิถีชีวิตชาวเมืองน่านในอดีต และประวัติของบ้านหลังนี้ หลังจากบรรยายเสร็จ พี่เค้าก็ลงมสาธิตการปั่นฝ้ายและดีดพิณให้เราฟังครับ

          หลังจากแวะชมโฮงเจ้าฟองคำเสร็จ ก็ได้เวลาอาหารกลางวัน เราไปกินกันที่ร้านเฮือนเจ้านางครับ น้ำลดพอดี

          ร้านเป็นร้านติดริมแม่น้ำ จะเห็นระดับน้ำของเมื่อวานด้วยครับ

          พอท้องอิ่มเราก็ไปศาลหลักเมืองน่านกันครับ ขอพรก่อนออกเดินทาง

          ก่อนจะออกจากเมืองน่าน ผมไปแวะ Swenzen's น่าน ก่อน เป็นที่ที่แฟนผมเค้าอยากมา ร้านสวยสไตล์ล้านนา พนักงานพูดจาเพราะ ต้อนรับอย่างดี ดีจนผมเกรงใจ

          บรรยากาศภายในร้าน มีจุดให้ถ่ายรูปเยอะอยู่ครับ อาคารเป็นอาคารสองชั้น

          มาละครับไอศครีม จริงๆยังอิ่มกันอยู่เลย แต่ถ้าไม่สั่งมันจะยังไงๆอยู่

          กินไอศครีมเสร็จ ผมก็ออกเดินทางไปจังหวัดแพร่ละครับ Go Go Go มุ่งสู่จังหวัดแพร่กันครับ

          ฝนตกอีกแล้วววววว

          แวะสักการะศาลหลักเมืองแพร่กันก่อนครับ

          ผมพักที่ Come Moon Loft Hotel ที่พักสไตล์ Loft ราคา 590 บาท 2 คน เจ้าของน่ารักเป็นกันเองครับผม

          จัดข้าวจัดของแล้วเราก็ออกมาเดินกาดกองเก่ากันครับ โหดมากอะ ขนาดฝนตกยังตั้งตลาด ถึงจะมาไม่ครบก็เถอะ ยอมใจเลยผมอะ

          เสร็จแล้วเราก็ไปขับรถดูสถานการณ์น้ำในตัวเมืองแพร่กันครับ เพราะยังอิ่มจากจังหวัดน่านอยู่ เอาเรื่องอยู่นะครับระดับอะน้ำนี่จะล้นแม่น้ำแล้วครับ หลายซอยน้ำท่วมไปแล้วเพราะระบายไม่ทัน ซอยที่พักผมก็โดนครับ โชคดีที่มีอีกทางอ้อมไปได้

          เราไปกินอาหารเย็นที่ร้านร่มไม้ใหญ่กัน บรรยาการดี มีดนตรีฟัง แต่ยุงเยอะไปหน่อย

          รออาหารไม่นานครับ อาหารอร่อยมาก กินเสร็จแล้วก็กลับไปฟังสถานการณ์น้ำที่ที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัยครับ

ค่าใช้จ่าย

ค่าดอกไม้ (วัดภูมินทร์) 40 บาท

ค่าอาหาร (ข้าวซอยต้นน้ำ) 180 บาท

พวกกุญแจ 90 บาท

ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์แพร่ 40 บาท

ค่าขนม (ร้านป้านิ่ม) 100 บาท

ค่าอาหาร (เฮือนเจ้านาง) 610 บาท

ค่าดอกไม้ (ศาลหลักเมืองน่าน) 40 บาท

ค่าที่พัก (Come Moon Loft Hotel) 590 บาท

ค่าดอกไม้ (ศาลหลักเมืองแพร่) 70 บาท

ค่าน้ำมัน 130 บาท

ค่าน้ำมัน 100 บาท

Swenzen น่าน 200 บาท

ค่าอาหาร (ร้านร่มไม้ใหญ่) 600 บาท

รวม 2790 บาท

รวมทั้งหมด (4 วัน) 7810 บาท



          วันที่ 5 (23/08/63) แพร่-สุโขทัย เช้านี่เราอาบน้ำเก็บของแล้วมากินอาหารเช้าที่ร้าน Hom 2493 ครับ ร้านเป็นร้านไม้ สไตล์ล้านนา เก่าๆ สวยดีครับ ชอบๆ

          อาหารมาละครับ อร่อยมากกกก โดยเฉพาะส้มตำอย่างเด็ด

          เติมพลังเสร็จเราก็ไปเที่ยวคุ้มวงศ์บุรีครับ คุ้มวงศ์บุรี สร้างขึ้นตามดำริของแม่เจ้าบัวถา ชายาองค์แรกในเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย เพื่อเป็นของกำนัลในการเสกสมรสระว่างเจ้าสุนันตาผู้เป็นบุตรีเจ้าบุรีรัตน์ และหลวงพงษ์พิบูลย์ บรรยากาศภายในจะมีเพลงเหนือบรรเลงตลอด เข้ากับบรรยากาศครับ

          ต่อมาเราไปเที่ยว พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ คุ้มเจ้าหลวง

          เสร็จแล้วเราไปร้านกาแฟบ้านเบ้วกันครับ ร้านน่ารักๆ นึกว่าจะเล็กพอเข้าไป เค้ามีโซนหลังร้านด้วย

           เติมน้ำตาลในเลือดเสร็จ เราก็ไปหอศิลป์เมืองแพร่กันต่อ ภาพแต่ละภาพผมนึกวาภาพถ่าย

        

          แหล่งท่องเที่ยวสุดท้ายที่เราไปกันครับ วัดพระธาตุช่อแฮครับผม ไปสักการะก่อนเดินทางกลับบ้านกันครับ เซียมซีที่นี่ใช้ระบบจับสลากจากบาตรเอานะครับ ผมลืมถ่ายรูปมา ผมชอบนะ เพราะบางคนอย่างแม่ผม เขย่าทีร่วงมาหมดติ้วเลย

ค่าใช้จ่าย

ค่าอาหาร (Hom 2493) 220 บาท

ค่าเข้าคุ้มวงศ์บุรี 60 บาท

ค่าชา+ขนม (ร้านกาแฟบ้านเบ้ว) 160 บาท

รวม 440 บาท

รวมทั้งหมด (5 วัน) 8250 บาท



@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

             จบละครับสำหรับทริปนี้ เปียกโชกกันตลอดเส้นทาง กลัวจะกลับบ้านไม่ได้ด้วย ต้องคอยฟังข่าวสถานการณ์น้ำกันตลอด คอยติดต่อที่บ้านเรื่อยๆ เดี๋ยวเค้าเป็นห่วง ถามว่าทริปนี้กร่อยไหม ผมว่าไม่นะ ผมชอบกว่าทริปอื่นๆอีก ถึงที่เที่ยวที่แพลนไว้บางที่จะไม่ได้ไป สภาพอากาศก็ไม่เหมาะกับการขับรถมอเตอร์ไซค์เที่ยวเท่าไหร่ แต่จุดประสงค์จริงๆ คือการออกมาพักสมองจากงาน แค่ได้ออกขับรถออกไปในเส้นทางที่สวยๆ แปลกตา ไปเจอผู้คน เจอมิตรภาพระหว่างทาง ระหว่างนักท่องเที่ยว (ถึงบางครั้งจะเจอดาร์กๆมาบ้าง) ความเป็นกันเองจากเจ้าของที่พัก วัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่เราอยู่ มันก็สนุก ก็มีความสุขแล้วครับ อย่างตอนที่ผมแวะเติมน้ำมันที่น่าน มีตายายสองคนเดินมาตบกล่องหลังรถผม แล้วถามเป็นภาษาเหนือว่า “ไปแอ่วดอยมาหรอฯ” (ประมาณนี้แหละ ผมจำไม่ค่อยได้ละครับ 555+) ผมก็งงๆยืนสตั้นไปแป๊บนึงนะ เพราะฟังภาษาเหนือไม่รู้เรื่อง พอตั้งสติได้ จับคำถูกก็ยาวเลยทีนี้ คุยสนุกสนาน น่ารักดีครับ ผมชอบมาก อีกอย่างครับ ผมว่าผมโชคดีนะ ที่แฟนผมเป็นคนชอบขับมอเตอร์ไซค์เที่ยว ไม่ค่อยซีเรียสเรื่องแดดเรื่องฝน ลุยไหนลุยกัน เลยไปเที่ยวสไตล์อย่างนี้สบาย จริงๆเราไปเที่ยวกันมาหลายทริปละ ขับมอเตอร์ไซค์ไปกันเนี่ยแหละครับ แต่ผมไม่ได้เอามาเขียนกระทู้ จังหวัดที่แฟนผมชอบมากที่สุดคือจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะเส้นทางขับรถสวย เต็มไปด้วยต้นไม้ คนไม่พลุกพล่านมาก

          เอาละครับสุดท้ายนี้ก็อยากฝากไว้ว่าจะไปเที่ยวให้เช็คสภาพอากาศกันดีๆนะครับ เดี๋ยวจะเละเทะแบบผม เราไม่รู้ว่าข้างหน้ามันจะเจออะไรบ้าง และก็ให้ติดต่อกับทางบ้านอยู่เรื่อยๆ ยังไงพ่อแม่เค้าเป็นห่วงเราครับ ถึงเราจะโตขนาดไหนแล้วก็ตาม ก็คนเป็นพ่อเป็นแม่อะเนาะ ขอบคุณครับผม

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@


ความคิดเห็น