ไปเที่ยวกาญเถอะ รีวิวโดย กิน จน จน

-ไปเที่ยวกาญเถอะ-             ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่โควิดระบาดไปทั่วโลก ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านออกไปไหนไม่ได้ หนึ่งในปัญหาที่ทุกคนน่าจะรู้สึก คือมันเบื่อมากกก มันเฉาไปหมด จะไปไหนก็ไม่ได้ ชั้นอยากเที่ยว ชั้นอยากออกไปข้างนอก อยากไปกินของอร่อย อยากไปนู่นนี่นั่นไปหม

ไปเที่ยวกาญเถอะ

ไปเที่ยวกาญเถอะ

 วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 16.24 น.

 วันที่เดินทาง 4 ก.ค. 2563


-ไปเที่ยวกาญเถอะ-

            ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่โควิดระบาดไปทั่วโลก ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านออกไปไหนไม่ได้ หนึ่งในปัญหาที่ทุกคนน่าจะรู้สึก คือมันเบื่อมากกก มันเฉาไปหมด จะไปไหนก็ไม่ได้ ชั้นอยากเที่ยว ชั้นอยากออกไปข้างนอก อยากไปกินของอร่อย อยากไปนู่นนี่นั่นไปหมดเลยโว้ยยย ยิ่งคนที่เป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว ยิ่งอยากเที่ยวมากขึ้นอีกเป็นร้อยเท่าแน่ ๆ เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่จองทริปจะไปเที่ยวช่วงเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา แล้วต้องมากักตัวอยู่แต่ในห้องช่วงโควิด คนรอบตัวที่จองไปเที่ยวหรือร้านอาหารดัง ๆ ไว้ตอนต้นปี เกมหมดค่ะ 555555 ต้องยกเลิกทริปบ้าง เลื่อนไปก่อนบ้าง เราก็ลุ้นเหมือนกันว่ามันจะระบาดถึงช่วงไหน หรือทริปชั้นก็จะต้องเลื่อนเหมือนกันคะคุณชาตรี ฮืออออ

           จนกระทั่งถึงช่วงที่โควิดเริ่มซา แล้วได้มีการประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ ทำให้ในช่วงเดือน มิ.ย. เป็นต้นมา คนเริ่มออกไปเที่ยวกันได้มากขึ้น เราเลยสามารถออกไปเที่ยวได้ช่วงต้นเดือน ก.ค. ที่จองไว้ตามเดิม ดังนั้นรีวิวนี้ เราจะมาพูดถึงทริปแรกของเราหลังจากหมดช่วงโควิด ที่จังหวัดกาญจนบุรีค่าาาา


         กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคไหนอะไรยังไง ไปค้นใน Google เอาเองนะคะ 55555 แต่เราอธิบายเมืองกาญฯ ให้เห็นภาพแบบนี้ดีกว่า คือกาญฯ เป็นจังหวัดที่มีที่เที่ยวหลากหลายรูปแบบมาก ๆ เป็นอันดับต้น ๆ ที่คนนึกถึงเลย แล้วก็มีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะ เพราะมีทั้งแม่น้ำแคว อะได้ล่องแพแน่ ๆ ละหนึ่ง มีโบราณสถานเก่าแก่ มีวัด มีตลาดนัดของกิน มีเขื่อน มีวัดใหญ่ มีถ้ำ มีร้านอาหารดัง ๆ คาเฟ่สวย ๆ และอื่น ๆ อีกที่ตอนกำลังเขียนอยู่นี้ยังนึกไม่ออก ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในจังหวัดเดียวอย่างกาญฯ นี่แหละค่ะ เหมาะมากจริง ๆ กับการเป็นที่เที่ยวที่แรกหลังหมดช่วงโควิด ความอดทนหลังจากอุดอู้อยู่แต่ในห้องแคบ ๆ ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยมาเกือบครึ่งปี ทำให้ทริปครั้งนี้ อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมแบบชุดใหญ่ค่ะ 555555 

          และรีวิวนี้ เราจะมาเล่า Process การเที่ยวของเราทั้งหมดของทริปนี้ รวมถึงกิจกรรมที่ควรทำเวลามาเที่ยวที่กาญฯ นะคะ อาจจะมีเคล็ดลับบางอย่างแทรกมาด้วยเผื่อใครเอาไปปรับใช้ดูได้น้า ขอนำพาทุกคน "ไปเที่ยวกาญ" พร้อมกันกับ กิน จน จน ค่าาา


การเดินทาง การไปเที่ยวกาญฯ แนะนำให้เช่ารถไป จะคุ้มที่สุดค่ะ เพราะต้องไปหลายที่แน่นอน ใครที่เป็นคน
ขี้เกียจเดินทางแวะเยอะ ๆ เราก็จะแนะนำให้ไปหลายที่อยู่ดีค่ะ 55555 เพราะกาญฯ มีที่เที่ยวหลากหลายแบบ และแต่ละแบบก็โดดเด่นเกินกว่าจะมองข้าม เดี๋ยวไม่คุ้มนะ 555555 ส่วนจะเป็นรถแบบไหนขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ไปด้วยกัน ถ้าไม่เกิน 5-6 คนก็เช่ารถเก๋งไปคันเดียว เหลือเฟือ ส่วนทริปนี้เรามีสมาชิกร่วมชะตากรรมทั้งหมด 13 คน เพราะงั้นเราเลยเช่ารถตู้แบบ 14 ที่นั่งพร้อมคนขับค่ะ หารต่อคนคุ้มสุดแล้ว 

ค่าใช้จ่ายในการเช่ารถ ครั้งนี้เราเช่ารถตู้ 14 ที่นั่ง พร้อมคนขับ วันละ 1,500 บาท (3 วัน เป็น 4,500 บาท) ค่าน้ำมันแยกต่างหากตลอดทั้งทริปอีก 2,000 บาท หารกันก็ตกประมาณคนละ 500 กว่าบาท เที่ยวกาญฯ 3 วันเต็ม จ่ายคนละ 500 อะ ไม่ต้องขับเองด้วย ถ้าสนใจรายละเอียดการเช่ารถตู้ติดต่อมาหลังไมค์ได้นะคะ เป็นคนรู้จักของเพื่อนในกลุ่มเราเอง 5555555           


Day 1

            วันแรก เรานัดรถตู้มารับประมาณ 8 โมงนิด ๆ ที่ BTS หมอชิต โดยให้ทุกคนมารอพร้อมกันหมดเลย อย่าลืมกินไรรองท้องมาก่อนนะคะ เพราะว่าใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพถึงกาญฯ ก็ประมาณ 3 ชั่วโมงเศษ เดี๋ยวจะหิวซะก่อน ซึ่งที่แรกที่เราจะแวะกันทันทีที่ถึงกาญฯ ก็คือ สะพานข้ามแม่น้ำแคว Landmark สำคัญที่ใครมากาญฯ ก็ต้องมาถ่ายรูป เป็นเพื่อนรักกันมากี่สิบปี แต่พอมาถึงที่นี่ แยกย้ายกันไปถ่ายรูปกับคู่ตัวเองกันทั้งนั้นค่ะ 555555 ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยมิตรภาพที่คบมา แน่สิ คำว่าเพื่อนมันสั้น ส่วนคำที่ยาวคือคำว่า เพื่อนนนนนนนนนน ค่ะ 55555555

สะพานข้ามแม่น้ำแคว


สะพานข้ามแม่น้ำแควค่ะ เรามาตอนเกือบจะเที่ยงร้อนมาก เพิ่งพ้นช่วงโควิดคนเลยยิ่งเยอะ

แยกย้ายมาถ่ายกับคู่ตัวเองเหมือนกันค่ะ เพื่อนคืออะไรหายไปก่อน 555555555

           และนี่คือโฉมหน้าของผู้ร่วมชะตากรรมในทริปนี้ค่ะ เข้ากล้องไม่ครบทุกคนเพราะเพื่อนอายกลัวถ่ายแล้วอ้วน เราเลยต้องเพิ่มความมั่นใจเพื่อนค่ะ ถึงอยู่หลังกล้องเป็นคนถ่าย ก็อ้วนอยู่ดีค่ะ รูปเลยออกมาเบลอสงสัยมันแก้แค้นเราค่ะ 🤓

           สำหรับที่เที่ยวที่เป็น Landmark ไว้ถ่ายรูปเฉย ๆ พอได้รูปครบทุกมุมที่พอใจแล้ว ให้ย้ายที่ไปต่อค่ะ จะได้ไปหลาย ๆ ที่ เพราะไฮไลท์สำคัญของเราจะอยู่ที่ Landmark ที่มี activities ให้ทำมากกว่าถ่ายรูปค่ะ

📌 พิกัด: สะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี

🚗 https://goo.gl/maps/h3AzSnKZcK...

🌻 คะแนนความน่าตามมา : 7/10 Landmark เมืองกาญฯ อะเนาะ ถึงจะมีแต่วิว แต่ไม่มาเหมือนมาไม่ถึงกาญฯ





Kan Machi Cafe ☕️

           ที่ต่อไปที่เราตั้งใจไปกันคือ คาเฟ่ที่กำลังฮิตในตอนนี้เลย ชื่อว่า “Kan Machi Cafe” ที่นี่เป็นคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่แรกของกาญฯ ตกแต่งแนวญี่ปุ่นชนิดที่ว่า ให้ลืมคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นทุทที่ที่เคยไปมาให้หมด เพราะที่นี่เหมือนยกญี่ปุ่นมาไว้ในร้านเลยค่ะ ที่ร้านมีเนื้อที่ค่อนข้างเยอะ พื้นที่ถ่ายรูปเยอะมาก และคนก็เยอะด้วยค่ะอะไรกันเนี่ย 55555 สาว ๆ มาเที่ยวรับรองได้รูปเป็นร้อยแน่นอน ส่วนเพื่อนเราชื่ออ้อมได้เป็นพันค่ะ 5555555555

ทางเข้าด้านหน้าคาเฟ่ และคุณอ้อม 1,000 รูปค่ะ 555555 มีที่จอดรถให้พอสมควร

แค่พื้นที่ด้านหน้าคาเฟ่ ก็น่าจะได้หลายสิบรูปแล้วค่ะ

กว่าจะได้เข้าร้าน อยู่ตรงนี้มาครึ่งชั่วโมงค่ะ 5555555

            มาถึงภายในคาเฟ่แล้วเข้าไปสั่งเครื่องดื่มและของหวานกันก่อนค่ะ ที่ร้านมีที่นั่งทั้งพื้นที่ indoor และ outdoor ส่วนของพื้นที่ indoor ไม่ได้กว้างมากนะคะ

ของหวานที่นี่ก็มีให้เลือกเยอะเลย น่ากินทุกอย่าง ราคาแอบแรงทุกอย่าง 555555

ธีมของขนมก็เน้นเค้กแบบญี่ปุ่นค่ะ มีของหากินยากอย่างไดฟุกุสตรอว์เบอร์รี่ด้วย 


           ถึงแม้ว่าไฮไลท์ของที่นี่จะอยู่ที่พื้นที่ถ่ายรูป แต่สิ่งที่เกินคาดมากก็คือรสชาติของขนมค่ะ เรากับเพื่อนพยายามสั่งขนมให้ต่างกัน เพื่อจะได้ลองชิมหลาย ๆ อย่าง พบว่าขนมทุกอย่างอร่อยมากกก คือไม่มีอันไหนหวานโดดเลย เหมือนทางร้านจงใจทำขนมทุกอย่างให้หวานแค่นิดเดียว บางร้านเราจ่ายเงินซื้อน้ำซื้อขนมเพื่อแค่ให้นั่งในร้านได้ แต่ร้านนี้อร่อยแบบไม่เสียดายเงินเลยอะ จ่ายเงินเพื่อกินขนมก็คุ้ม

           จากนั้นก็ไปถ่ายรูปกันได้ค่าาาา 📸                  

📸 เกือบร้อยรูปภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงจริง ๆ ค่ะ

            แนะนำเลยว่าที่นี่เป็นคาเฟ่ที่น่ารัก เหมาะกับการถ่ายรูปมากค่ะ มีมุมเล็กมุมน้อยให้ถ่ายเต็มไปหมด สาว ๆ ยังไงก็ชอบ ส่วนของหวานนี่ คาดเดารสชาติไว้แบบไหน ให้บวกความอร่อยจากที่คิดไปอีก 30% ค่ะ ใครมาเที่ยวกาญฯ นี่เป็น Landmark สำคัญที่ต้องมาให้ได้

🌞 เวลาเปิด-ปิด : เปิดเวลา 10.00น.-19.00น. **** หยุดทุกวันพุธ*****(( เว้นแต่วันพุธที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ))

📌 พิกัด: Kan Machi Cafe 55/55 หมู่2 ถนนแม่น้ำแคว ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 71000

🚗 https://goo.gl/maps/4DAiNg6A6fRGAiMR7

🌻 คะแนนความน่าตามมา : 10/10 คนชอบถ่ายรูปยังไงก็ชอบ ถึงไม่ชอบถ่ายรูป ขนมก็อร่อยมากอยู่ดี


ไทรโยควิวรีสอร์ท

            จากนี้จะเป็นการออกจาก Kan Machi Cafe เพื่อเดินทางเข้าที่พักที่เราจองไว้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอไทรโยค ไกลจากตัวเมืองกาญฯ ไป 100 กม. ร้อยโลนี่เหมือนข้ามอีกจังหวัดเลยนะ 55555 สาเหตุที่ต้องมาพักไกลขนาดนี้เพราะว่า การจะได้ชื่อว่าได้มาเที่ยวเมืองกาญฯ เราต้องมานอนที่พักริมน้ำค่ะ แล้วไทรโยคเป็นพื้นที่ที่มีแม่น้ำแควน้อยไหลผ่าน ซึ่งการล่องแพที่แม่น้ำแควน้อย เป็นไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของทริปนี้ค่ะ มากาญฯ แล้วไม่ได้นอนริมน้ำมันอยู่ไม่ด๊ายยย


            ที่จริงแล้ว ริมแม่น้ำแควน้อยมีที่พักแบบรีสอร์ทริมแม่น้ำอยู่หลายที่เลย โดยเราเลือกเข้าพักที่ "ไทรโยควิวรีสอร์ท" เป็นแพที่พักขนาดใหญ่ที่อยู่ริมแม่น้ำแควน้อย มีทั้งห้องพักแบบติดแม่น้ำเลยและโซนที่ไม่ติดน้ำก็มี ตอนเลือกไปเราก็ไม่รู้หรอกค่ะ ว่าแต่ละที่แตกต่างกันขนาดไหน แต่ที่นี่ดูแล้วหน้าตาห้องพักและบรรยากาศโอเคมาก ราคาก็ไม่แพงซึ่งรวมอาหารเช้าและอาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์ อีกอย่างที่นี่มีกิจกรรมล่องแพเปียกให้เล่นด้วยนะ ที่อื่นเป็นไงไม่รู้แต่ถูกใจที่นี่ที่สุดแล้ว 55555  เดี๋ยวตอนท้ายเราจะสรุปราคาและรายละเอียดต่าง ๆ ของที่พักให้อีกทีนะคะ


          เริ่มจากพื้นที่ส่วนกลาง บริเวณนี้จะเป็นจุดแรกที่จะเจอหลังจากลงมายังพื้นที่แพที่พักค่ะ ตรงนี้จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นและกินข้าว มีสระว่ายน้ำเด็กประมาณ 2 สระมั้ง 


          ถัดจากสระเด็กก็เป็นศาลากินข้าวค่ะ ที่นั่งมีทั้งในและนอกหลังคา อาหารเช้าและเย็นจะจัดไว้ตรงศาลาด้านซ้ายนี้เลย

ตรงนี้เป็นห้องคาราโอเกะ น่าจะต้องจ่ายเพิ่มนะคะถ้าจะใช้ เดาล้วน ๆ

            มาถึงพื้นที่ห้องพักค่ะ แก๊งเราเลือกห้องแบบริมน้ำ ห้องมีทั้งแบบคู่ ห้อง 3 คน (สองห้องนี้ขนาดไม่ต่างกันมาก) และแบบเป็นหลังใหญ่ด้วยค่ะ ห้องพักเป็นห้องสไตล์ไม้ๆ ตกแต่งด้วยสีโทนสีอบอุ่น สบายตา ประตูด้านหลังเปิดออกไปเป็นระเบียงติดแม่น้ำ


         ออกประตูหลังห้องมาจะเจอพื้นที่ระเบียงติดแม่น้ำเลย วิวดีมากกก โคตรแกรนด์

ถ้าเธอทุกข์ใจให้ลองเอาเท้าจุ่มน้ำ ลองแล้วไม่หายค่ะ 5555555

            หลังจากนี้เป็นกิจกรรมสำคัญของไทรโยควิวรีสอร์ท นั่นคือการเล่นแพเปียก เราจะไปล่องแพใหญ่ไปตามแม่น้ำกันค่ะ ที่นี่แพจะมีวันละแค่ 2 รอบ ช่วง 4-5 โมงเย็นค่ะ

            มาใส่เสื้อชูชีพกันก่อนค่ะ เค้าจะลากไปกลับใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ใครที่ว่ายน้ำไม่เป็นหรือไม่อยากเล่นน้ำก็มานั่งเอาเท้าแช่น้ำได้ค่ะ แนะนำเลย ไม่ต้องกลัวตก เพราะแพที่นี่เป็นแพใหญ่เหมือนศาลาลอยน้ำเลย

ได้เวลาแพออกแล้วค่ะ ลุยกัน


          และแล้วก็มาถึงไฮไลท์ หลังจากแพยูเทิร์นกลับ จะให้เราโดดลงแม่น้ำ แล้วแม่น้ำจะพาเราลอยคอไหลตามน้ำไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องออกแรงเลย ไม่เคยเล่นแบบนี้เลย นี่มันสุดยอด Exclusive ที่ทะเลไหน ๆ ก็ให้เราไม่ได้ค่ะ แล้วแพจะล่วงหน้าไปรอรับเราที่ปลายทางค่ะ ก่อนถึงแพชิดซ้ายแล้วจับให้ทันนะ ไม่งั้นเดี๋ยวโผล่อ่าวไทย 555555

โดดสิคะ 5555555

เป็นกิจกรรมที่เราให้เป็นอันดับ 1 ของทริปนี้ค่ะ ไม่เคยเล่นแบบนี้เลย สนุกมาก มากันหลาย ๆ คน ยิ่งสนุกค่ะ

ลอยน้ำแควแล้วก็ล้างตัวมาเล่นในสระว่ายน้ำใหญ่ด้านบนต่อค่ะ สระใหญ่นี้พื้นสระสีสวย

ทำไรกันอ่ะ

วิ่งแข่งกันในน้ำค่ะ คนแพ้ไปขนของจากรถ สำคัญกว่าเหนื่อยคือศักดิ์ศรีค่ะ 555555

บรรยากาศช่วงหัวค่ำค่ะ เงียบสงบมาก

            หลังจากเล่นน้ำเสร็จทุกคนก็จะเหนื่อยและหิวมาก อาหารเย็นจะเริ่มในเวลา 6 โมงเย็นเป็นต้นไปค่ะ อาหารส่วนใหญ่จะเป็นอาหารไทย เช่นพวกผัดผักรวมมิตร แกงจืด ต้มข่าไก่ ไก่ทอด อะไรประมาณนี้ แล้วก็มีผลไม้ให้ค่ะ ซึ่งรสชาติก็ใช้ได้อยู่ เป็นแบบบุฟเฟ่ต์นะคะ เติมได้ตลอดเลย ส่วนพวกขนมขบเคี้ยว ไอศกรีม น้ำหวานต่าง ๆ จะมีขายค่ะ ส่วนอาหารเราลืมถ่ายไว้ค่ะ ตอนนั้นหิวมาก ลืมทุกสิ่งอย่าง 5555555555

            ที่พักที่นี่ไม่เก็บเสียง ดังนั้นทางรีสอร์ทจึงขอความร่วมมืองดใช้เสียงหลัง 4 ทุ่ม หลังสี่ทุ่มปุบพวกเราก็เลยเก็บของเข้าห้องไปเล่นเกมและสังสรรค์กันต่อในห้อง พอจองห้องติดกันรอบข้างก็จะมีแต่พวกเราเลยช่วยเรื่องเสียงรบกวนได้บ้าง 


Day 2

            ตื่นมาเช้าวันที่สองของทริปค่ะ วันนี้เรามีแพลนจะไปเที่ยวที่อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ และก็ไปต่อที่เขื่อนศรีนครินทร์และกินข้าวกันที่นั่น ทริปนี้อาจจะไม่ได้ไปหลายที่เท่าไหร่ ที่อื่นที่จะไปคือไปเก็บ landmark เฉย ๆ เป็นเพราะเราคิดว่าได้อยู่ในรีสอร์ทก็เหมือนได้เที่ยวได้พักผ่อนกับธรรมชาติแล้วค่ะ 

70% ของรูปในกล้องตลอดทริปนี้ อยู่ที่ที่พักนี่แหละค่ะ

อาหารเช้าก็จะเป็นพวกข้าวต้ม ขนมปัง กับ American breakfast ค่ะ 🍳


อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

            สถานที่แรกที่เราจะไปกันในวันนี้คือ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ค่ะ อยู่ห่างจากที่พักเราประมาณร้อยกว่าโล จริง ๆ ทุกที่ก็ห่างจากที่พักเราเป็นร้อยโลหมดนั่นแหละค่ะ เพราะที่พักเราโคตรไกล 55555555 ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงนิด ๆ อุทยานนี้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์แนวศิลปะขอมที่เดียวในกาญจนบุรี เอาจริงๆ ที่เลือกไปที่นี่เพราะเห็นว่าอยู่ในโซนไทรโยค ใกล้แม่น้ำแควน้อยเหมือนที่พักเรา แต่พอดูเป็นกิโลเมตรละรู้เรื่องเลย 55555 มีค่าเข้าชมอุทยานคนละ 20 บาทจ้า

ถึงแดดจะแรง แต่บริเวณรอบ ๆ อุทยานร่มรื่นค่ะ คนไม่เยอะ


          เทียบง่าย ๆ ฟีลจะเหมือนโบราณสถานแล้วอยุธยาค่ะ คล้าย ๆ กัน เอาจริง ๆ จะเหมือนกันก็ไม่แปลก เพราะรูปแบบสิ่งก่อสร้าง รวมถึงวัฒนธรรมหลายอย่าง ๆ ของบ้านเราได้รับอิทธิพลจากขอม ในขณะที่รักของผมได้รับอิทธิพลจากคุณ เห้ยยยย 55555555

เหม็นความรักค่ะ

            คาแรคเตอร์สำคัญของ landmark ที่ไปเที่ยวเพื่อถ่ายรูปอย่างเดียว อยู่ไม่เกินชั่วโมงก็ย้ายที่ได้แล้วค่ะ เดี๋ยวเที่ยวไม่คุ้ม 555555

📌 พิกัด: อุทยานแห่งชาติเมืองสิงห์

🚗 https://goo.gl/maps/t5wNLSpSpG...

🌻 คะแนนความน่าตามมา : 7/10 ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ แต่ถ้าใครชอบเที่ยววัดเก่า เที่ยวอยุธยาไรงี้ น่าจะชอบ


เขื่อนศรีนครินทร์

          หลังเสร็จจากถ่ายรูปที่อุทยาน สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันก็คือ เขื่อนศรีนครินทร์ แล้วก็กินข้าวเที่ยงกันที่นี่เลย นี่ก็อีกหนึ่ง landmark สำคัญของกาญฯ เหมือนกัน อยู่ห่างจากอุทยานเมืองสิงห์ประมาณ 50 กว่ากิโล ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบชั่วโมงค่ะ ถึงกาญฯ จะมีทุกอย่าง แต่ว่าแต่ละอย่างอยู่ห่างกันพอสมควร ไม่รู้เราพลาดเรื่องลำดับการเดินทางมั้ย ถ้าใครมาเที่ยวกาญฯ วางแผนดีดีนะคะ เดี๋ยวได้ขับอ้อม 555555

เขื่อนใหญ่มากเลยค่ะ กว้างกว่าบางทะเลสาบอีก ไม่รู้ว่ากลางเขื่อนตรงนั้นจะเรียกว่าเกาะหรือภูเขา ถ้าเป็นเกาะก็ไม่ใช่เขา ทำให้ตายยังไงเธอคงจะไม่รักเรา เห้ยเอาอีกแล้ว 555555555

📌 พิกัด: เขื่อนศรีนครินทร์

🚗 : https://goo.gl/maps/9LJvvfKZ2P...

🌻 คะแนนความน่าตามมา : 6.5/10 ในส่วนของเขื่อน ถ่ายรูปเอาวิวค่ะ แต่ถ้าน้ำตกเอราวัณเปิดให้เข้าชม แล้วได้ไปทั้ง 2 ที่นี้พร้อมกัน จะให้ 9/10

           จริง ๆ ตั้งใจว่าจะไปน้ำตกเอราวัณต่อนะคะ อยู่ใกล้เขื่อนนี่แหละ ทางเดียวกัน แต่วันที่เราไปเค้าปิดอยู่ไม่ให้เข้า อย่างแห้ง 555555 ไปกินข้าวเถอะค่ะ ร้านที่เราไปกินอยู่ทางลงเขื่อนนะคะ เป็นโซนร้านอาหารธรรมดาตั้งอยู่สองฝั่งถนนเลยค่ะ กินอาหารง่าย ๆ เลย พวกไก่ย่างส้มตำ ลาบ อาหารอีสานนี่แหล่ะ ไก่ขายกันเป็นตัวเลยค่ะ อารมณ์เหมือนพวกไก่ย่างเขาสวนกวาง ไก่ย่างวิเชียรบุรีอะไรแบบนี้ รสชาติอาหารใช้ได้เลย อาหารไม่ได้ถ่ายมา แต่ไก่ย่างก็คือไก่ย่างแหละค่ะ ค่าเสียหายประมาณ 1,800 กินสิบสามคน จนรับเงินทอนก็ยังไม่รู้ชื่อร้านเลยค่ะ 555555

            เสร็จจากกินข้าวเป็นเวลาประมาณบ่ายสองกว่า ๆ หลังจากนี้เราจะตรงกลับที่พักเลยค่ะ ที่รีบกลับเพราะว่ายังติดใจล่องแพกับลอยคอแม่น้ำแควอยู่ จะไปเล่นอีกรอบต่อจากเมื่อวาน 555555 บอกแล้วว่านี่ไฮไลท์สุดของทริปนี้เลยยยย


Day 3

            วันสุดท้ายของทริป หลังจาก check out จากรีสอร์ทในช่วงเช้า ที่ต่อไปที่จะแวะคือ ต้นจามจุรียักษ์เดินทางประมาณชั่วโมงนิด ๆ เพราะรถติดมากกกกกกก มาถึงนี่แล้วคนก็เยอะอีกเหมือนกัน มาถึงแล้วมองหาแปปเดียวก็เจอแล้วค่ะต้นจามจุรียักษ์ที่ว่า ต้นที่ใหญ่ขโมยซีนชาวบ้านมีต้นเดียว 5555555


            ที่นี่จะมีตลาดเล็ก ๆ ขายของกินในบริเวณต้นจามจุรียักษ์ด้วยนะคะ ของกินเยอะแยะ แถวนี้ไม่มีตู้ ATM เลย ถ้าใครมาให้เตรียมเงินสดมาด้วยนะคะ เดี๋ยวเดือดร้อนเพื่อนเหมือนเรา 555555

📌 พิกัด: ต้นจามจุรียักษ์

🚗 : https://goo.gl/maps/AuPK3EN5vy...

🌻 คะแนนความน่าตามมา : 8.5/10 ถึงจะถ่ายรูปอย่างเดียว แต่ต้นไม้ยักษ์นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะพบเห็นได้ทั่วไป


กลับบ้านกัน

            จริง ๆ ในแพลนมีอีก 1 คาเฟ่กับวัดถ้ำเสืออีก แต่ว่าสมาชิกแก๊งค์มีคนเคยไปมาแล้วเกินครึ่ง ก็เลยตัดสินใจเท เป็นเหตุผลรองค่ะ ที่จริงเทเพราะขี้เกียจแล้ว 55555555

            สรุปการมาเที่ยวกาญฯ ครั้งนี้ สำหรับเราทริปนี้เป็นทริปที่พิเศษที่สุดที่เราเคยเที่ยวมา หลาย ๆ คนน่าจะเคยไปมาหมดแล้วแหละ ทั้งภูเขา ทะเล ล่องแพ ตั่งต่าง ๆ แต่ละที่ก็จะมีความสนุกแตกต่างกันไป อย่างล่องแพงนี่เราก็เคยไปมานะ อันนั้นเป็นแบบนั่งบนเรือล่องน้ำเชี่ยว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการลงไปว่ายในแม่น้ำ แล้วปล่อยตัวให้ไหลไปตามน้ำแบบไม่ต้องออกแรงว่าย คือมันโคตรพิเศษเลยนะสำหรับเรา เป็นความพิเศษเฉพาะตัวที่ทะเลและภูเขาให้แบบนี้ไม่ได้ แน่นอนว่าไฮไลท์สำคัญที่สุดของทริปนี้ คือกิจกรรมที่ไทรโยควิวรีสอร์ทค่ะ ในราคาคืนละแค่ 2,000 กว่าบาท กับการตื่นมาตอนเช้า ออกระเบียบมาเจอแม่น้ำ วิวดี บรรยากาศดี และกิจกรรมล่องแพ ลอยคอแม่น้ำแควนี่ สนุกมากกก สำหรับใครที่มองหาที่เที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ไกลจากกรุงเทพมาก และไม่กลัวน้ำ 55555 แนะนำมาเที่ยวกาญจนบุรีนะคะ พักรีสอร์ทริมแม่น้ำด้วยนะ ทิ้งท้ายรีวิวนี้ด้วยรายละเอียดของ ไทรโยควิวรีสอร์ท ที่เราก็อปมาอีกทีวางไว้ด้านล่างเลย 5555555 เผื่อใครสนใจไปตำค่ะ เจอกันใหม่รีวิวต่อไปกับ "กิน จน จน" น้า บ๊ายบายยยย

✉️ รายละเอียดที่พัก 

Villa
โซน villa ใกล้สระน้ำ(บนฝั่ง)
-พักห้องละ 1 ท่านราคา 2,750.-
-พักห้องละ 2 ท่านราคา 3,500.-
-พักห้องละ 3 ท่านราคา 4,500.-
-เด็กต่ำกว่า 5ขวบฟรี, 5-10ปีครึ่งราคา

มีรายละเอียดดังนี้
-ห้องพักเป็นแอร์ ,น้ำอุ่น ทีวี ตู้เย็น มีอ่างอาบน้ำ
-อาหารเย็น(buffet) เริ่ม 18.30น.-20.30น.
-อาหารเช้า(buffet) เริ่ม 7.00น-9.30 น.

**************************************************************

แพริมน้ำ
-พัก1ท่าน/ห้อง ราคา1,700.-(นอนท่านเดียวบวกซิงเกิ้ล500.-)
-พัก2ท่าน/ห้อง ราคา 2,400.-
-พัก3ท่าน/ห้อง ราคา 3,600.-
-เด็กไม่เกิน5ขวบฟรี ไม่มีเตียง มีอาหาร
-เด็ก 5-10ปีครึ่งราคา มีเตียง มีอาหาร

มีรายละเอียดดังนี้
-ห้องพักเป็นแพห้องแอร์ ,น้ำอุ่น ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น พัก2,3ท่าน/ห้อง
-อาหารเย็น(buffet) เริ่ม18.30น.-20.30น.
-อาหารเช้า(buffet)แล้วเริ่ม7.00น-9.30 น.

**************************************************************

กิจกรรม
-แพลากไปกระโดดน้ำตอนเย็นวันที่เข้าพักแพออกเวลาประมาณ 16.00 น. ใช้เวลา ประมาณ 40นาที ระยะทางไป-กลับ ประมาณ 1กม.
-check in : 14.00น. Check out : 12.00 น.
-สามารถนำเครื่องดื่ม สุรา มาเองได้
-มีสระว่ายน้ำบริการสามารถเล่นได้ทุกสระ (สวมชุดว่ายน้ำ)
-ฟรี wifi
**ไม่อนุญาตสัตว์เลี้ยงเข้าพัก**
***ไม่อนุญาตให้ลูกค้านำคาราโอเกะมาเอง***
*** ห้องพักไม่เก็บเสียง *****
- งดใช้เสียงดัง เวลา 22.00 เป็นต้นไป

**************************************************************

Location : https://goo.gl/maps/sWmBUKd16x...

inbox page : https://www.facebook.com/saiyo...

🌻 คะแนนความน่าตามมาพัก : 9.5/10 บรรยากาศดีมาก ราคาไม่แพง พนักงานเต็มใจบริการ แต่ไม่ให้เต็ม 10 เพราะหักคะแนนน้ำอุ่นระบบ Manual ค่ะ 555555555


ความคิดเห็น