นั่งรถไฟชั้น 3 ไปแม่กำปองช่วงวันหยุดยาว คนเยอะมากอย่าหาทำ!!!!!! รีวิวโดย หญิงเถื่อน Solo Traveler

          สวัสดีค่ะทุกคน เราก็ได้ห่างหายไปกับการรีวิวมานาน ทั้งด้วยเวลา และโควิด 19 และพอเที่ยวได้เเล้วเราก็เลยออกทริปรัว ๆ ตั้งแต่สตูล เชียงใหม่ น่าน พะเยา แต่ใดใดก็ตามเพิ่งมีเวลามาเขียนรีวิว และเราขอเริ่มที่รีวิวเที่ยวเชียงใหม่ก่อน         

นั่งรถไฟชั้น 3 ไปแม่กำปองช่วงวันหยุดยาว คนเยอะมากอย่าหาทำ!!!!!!

นั่งรถไฟชั้น 3 ไปแม่กำปองช่วงวันหยุดยาว คนเยอะมากอย่าหาทำ!!!!!!

 วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 16.38 น.

 วันที่เดินทาง 4 ก.ย. 2563

          สวัสดีค่ะทุกคน เราก็ได้ห่างหายไปกับการรีวิวมานาน ทั้งด้วยเวลา และโควิด 19 และพอเที่ยวได้เเล้วเราก็เลยออกทริปรัว ๆ ตั้งแต่สตูล เชียงใหม่ น่าน พะเยา แต่ใดใดก็ตามเพิ่งมีเวลามาเขียนรีวิว และเราขอเริ่มที่รีวิวเที่ยวเชียงใหม่ก่อน 

         จริง ๆ ทริปนี้มีคนเฮะฮะห้ามหลายคนแล้ว เพราะมันตรงกับวันหยุดยาว และคนก็อัดอั้นมาจากการเดินทางไม่ได้มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว คาดว่าคนต้องเยอะแน่ ๆ แต่ก็ยังจะไป เพราะก็อยากเดินทางเช่นกัน 

          ความปุปปัปของทริป และบวกกับความเป็นวันหยุดยาวส่งผลให้ ตั๋วเครื่องบินแพง รถทัวร์เต็ม และรถไฟชั้นดี ๆ เต็มหมด เหลือเพียงชั้นสาม ก็ยังจะไปค่ะทุกคน เราตกลงว่า ชั้น 3 ก็ชั้น 3 ตามด้วยการจองรถตู้ และที่พักซึ่งเราจองที่พักเป็น The Garret at Mae Kampong ที่พักสวยสไตล์โบฮีเมียน และจองรถตู้ผ่านเพจ รถตู้น้ำพุร้อนสันกำแพง Van transpot to San Kamphaeng Hot Springs

4 กันยายน 2563

         เริ่มต้นการเดินทางที่รถไฟหัวลำโพง เดินทางรอบบ่าย ถึงในเวลาตีสี่ของวันถัดไป ตัวเราเคยนั่งรถไฟชั้นสามของอินเดีย 21 ชม. มาแล้วก็เลบคิดว่าครั้งนี้คงไม่เท่าไร แต่ก็ทรมานเอาการ เมื่อยก้นมาก อยากเดิน อยากนอนแบบเหยียดขา คือในตอนที่นั่งชั้นสามของอินเดียอ่ะ ชั้นสามของเขามันมีแบบประเภทนั่งนอนด้วย คือเป็นชั้นสามไม่มีแอร์ไม่มีประตูปิดขบวนก็จริงแต่เวลานอนมันปูเตียงนอนเหยีดได้ แต่ของไทยมันไม่ได้ไง เมื่อยไปซิคะ เป็นคืนที่รู้สึกว่ามันยาวนานมากเลยกว่าจะเช้า

5 กันยายน 2563

           พอถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ก็ให้นั่งรถแดงไปที่ตลาดวโรรส ค่ารถ 30 บาท แต่ป้าขอเก็บ 40 บาท เนื่องจากบนรถมีแค่สองคน  แล้วก็เดินไปทางฝั่งริมน้ำ หรือตรงกาดดอกไม้ (กาด คือ ตลาด) มันจะอยู่ตรงถนนริมน้ำ มีสะพานข้ามไปอีกฝาก รถจะจอดอยู่แถว ๆ นั้นเลย หรือถามคนแถวนั้นก็ได้ ทุกคนรู้หมด ติดต่อจองรถตู้ หรือ สอบถามข้อมูลก่อนได้ที่ เพจ  รถตู้น้ำพุร้อนสันกำแพง Van transpot to San Kamphaeng Hot Springs ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่งก็ถึงแม่กำปองแล้ว 

          คนเยอะมาก มากจนถึงมาก ๆ ๆ ที่สุด เราได้พยายามคัดเอาเฉพาะรูปที่ไม่ติดผู้คนมาลง แต่ส่วนใหญ่ก็ติดผู้คนหมด เดินยากมาก เพราะถนนแม่กำปองแคบ รถเยอะมากเต็มสองเลนส์ คนต้องเดินสลับหยุดเพิ่มหาทางหลบรถ 

          สิ่งแรกที่ทำคือไปหาน้ำเงี้ยวกินก่อนเลย ก็เลือกร้านที่คนน้อย ๆ มีที่นั้งเหลือ ไม่อยากรอนาน ก็ได้เป็นร้านข้าวซอยกลอยใจ และหลังจากนั้นก็เดินไปที่พัก เพื่อเช็คอิน อาบน้ำก่อน

ชิมข้าวจีหน่อยมั้ย

เข้าเช็คอินที่พักที่

The Garret at Mae Kampong ที่พักสวยสไตล์โบฮีเมียน

บรรยากาศที่พักดีมาก ๆ เย็น สบาย และสงบเงียบมาก ๆ 

ที่พักมีคาเฟ่ด้วยนะคะ ถ้าไม่พักที่นี่ก็ไปนั่งชิลที่คาเฟ่ได้ แต่ต้องสั่งอะไรทานด้วยนะคะ ไม่เอาแบบเข้าไปถ่ายรูปเฉย ๆ นะคะ

          หลังจากอาบน้ำ รีแลกซ์เสร็จก็ออกไปเที่ยวชมหมู่บ้าน แต่ก็ไปไหนไดไม่เยอะ เพราะ ค่อนข้างเที่ยวลำบาก เหมารถเช่ารถไม่ได้เพราะรถติดหนักมาก เดินเที่ยวอยากจะนั่งคาเฟ่ ส่วนใหญ่ก็เต็มไปหมดต้องนั่งรอคิว 

          เราแวะไปที่ Teddu Coffee คาเฟ่สวยท่ามกลางธรรมชาติ คนเยอะมากจริง ๆ ต้องออเดอร์อาหารก่อนนะคะ เขาถึงจะให้คุณเข้าไปรอคิวโต๊ะว่าง ซึ่งนั่งดูดจนกาแฟหมดโต๊ะยังไม่ว่างเลยจ้า ที่นี่ไฮไลต์ของเขาคือ สะพานแขวน สูงนะคะ เดินขึ้นบันได ลงบันไดกันหอบเลย ก็เตรียมร่างกายก่อนไปหน่อยก็ดีนะ

          เมื่อรออยู่นานแล้วและคิดว่าที่น่าจะไม่มีว่างให้เราแล้ว เราก็ยอมแพ้ยอมเดินออกมาไปเดินเที่ยวในตัวเมืองต่อ เราเป็นสาย Cafe Hopping นะ แต่มันเต็มทุกคาเฟ่เลย ร้องไห้หนักมาก สุดท้ายเลยเดินเที่ยวเก็บบรรยากาศ เท่าที่จะสามารถถ่ายมาได้ ถ่ายไปต้องระวังรถไป 

          ปิดท้ายด้วยการหาหมูกระทะเยียวยาจิตใจ ต้องไปแต่หัววันอีกแหละ เพราะยิ่งเย็นคนยิ่งเยอะ ได้เป็นร้านลุงหมานหมูจุ่มแม่กำปอง ชื่อเป็นหมูจุ่มแต่มีเซ็ตหมูกระทะด้วยค่ะ 

6 กันยายน 2563

ลงจากแม่กำปอง ชิล ๆ ที่ตัวเมืองต่อ

          วันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ เราพักในตัวเมืองใกล้ ๆ ประตูท่าเเพ เพราะว่ามาเชียงใหม่บ่อยแล้ว แต่ในแต่ละครั้ง ไม่เคยมาเดินถนนคนเดินและถ่ายรูปกับประตูท่าแพเลย ครั้งนี้เลยอยู่ตัวเมืองต่ออีกวัน 

ไปถนนคนเดินต่อ

           เดินทางกลับกรุงเทพในวันที่ 7 กันยายน 2563  ด้วยรถสมบัติทัวร์ จบทริปนี่คือพูดกับตัวเองเลยว่า จะไม่ไปไหนในวันหยุดยาวอีกแล้ว ดังนั้น Road trip น่าน พะเยา เราจึงเลือกลางานเที่ยว เดี๋ยวไว้คัดรูปเสร็จจะมาทำการเขียนรีวิวให้ได้อ่านกันนะคะ 

ยังไงสามารถไปติดตามในเพจเราก่อนได้เลยนะค ที่เพจ แบกกล้องชิลเที่ยวไปเรื่อย

ช่องทางอื่นๆในการติดตามผู้เขียน


สรุปค่าใช้จ่าย

  • ค่ารถไฟชั้นสาม 231 บาท
  • ค่ารถแดงและตุ๊ก ๆ 160 บาท
  • ค่ากินเฉพาะของเรา 1000 บาท
  • ค่ารถขากลับ สมบัติทัวร์ 840 บาท
  • ค่าที่พักที่แม่กำปอง 3900 บาท หารสอง 1950 บาท
  • ค่าที่พักที่ตัวเมือง 500 ค่าที่พักที่ หารสอง 250 บาท
  • รวมทั้งหมด 4,431  บาท

ความคิดเห็น