Road Trip ll ขับรถเที่ยวน่าน - พะเยา EP 2 : ภูลังกา - ดอยสกาด - กทม รีวิวโดย หญิงเถื่อน Solo Traveler

มาจ้ามาต่อ EP 2 ของการ Road Trip ll ขับรถเที่ยวน่าน - พะเยา ขออภัยด้วยที่มาช้ามา ๆ เลย พอดีไม่มีเวลา แต่ก็มาแล้วน้าาาา  อ่าน EP 1  ได้ที่นี่เลย  > Road Trip ll ขับรถเที่ยวน่าน - พะเยา EP 1  📜 สรุปคร่าว ๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบอ่านแนว Story เราสรุปไว้คร่าว ๆ ประมาณนี้ .

Road Trip ll ขับรถเที่ยวน่าน - พะเยา EP 2 : ภูลังกา - ดอยสกาด - กทม

Road Trip ll ขับรถเที่ยวน่าน - พะเยา EP 2 : ภูลังกา - ดอยสกาด - กทม

 วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 13.02 น.

 วันที่เดินทาง 11 ก.ย. 2563

มาจ้ามาต่อ EP 2 ของการ Road Trip ll ขับรถเที่ยวน่าน - พะเยา

ขออภัยด้วยที่มาช้ามา ๆ เลย พอดีไม่มีเวลา แต่ก็มาแล้วน้าาาา 

อ่าน EP 1  ได้ที่นี่เลย  > Road Trip ll ขับรถเที่ยวน่าน - พะเยา EP 1 


📜 สรุปคร่าว ๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบอ่านแนว Story เราสรุปไว้คร่าว ๆ ประมาณนี้ ....
✔ เราเช่ารถขับกันนะคะ ไปกับน้อง(สาว) ไปกัน 2 คน
✔ เช่ารถกับ หจก.น่านทูคาร์ ที่เพจ "รถเช่าน่าน เหมาเที่ยว แท๊กซี่เข้าเมืองน่าน"
✔เช่ารถ Honda City เช่าวันละ 900 บาท (มัดจำตอนจองอีก 1000 รับคืนตอนคืนรถ)
✔ ระยะเวลา 3 คืน 4 วัน ช่วงวันที่ 10 - 13 กันยายน 2563
✔ ไปด้วยรถสมบัติทัวร์ กลับกทม ด้วย แอร์เอเชีย
✔ คืนแรกที่น่าน บ่อเกลือ พักที่ อาโปเดอมาง
✔ ไปภูลังกา พักที่ โอโซนโฮมสเตย์ 
✔ คืนที่ 3 ไปดอยสกาดพักที่ บ้านพิทักษ์ไพร

👉 คาเฟ่สวยที่พลาดไม่ได้
📎 คาเฟ่เดอะวิว@กิ่วม่วง
📎 คาเฟ่ Magic Mountain ภูลังกา
📎 คาเฟ่ สกาด กม.8 ดอยสกาด

👉 สถานที่สำคัญ ๆ
📍 สะปัน l น้ำตกสะปัน l วัดบ้านสะปัน l ดอยสกาด l วัดศรีมงคล l วัดภูเก็ต l วัดภูมินทร์ l โค้งเลข 3 l บ่อเกลือ l ลูป 1148 l จุดชมวิว 1715 ดอยภูคา l ภูลังกา
📷 ใช้กล้อง l Sony a 5100 l Lumix GF8 l Oppp A12 l Vivo (รุ่นไหนไม่รู้ของน้อง)
💰💰💰 ค่าใช้จ่ายสรุปปิดท้ายล่างสุดนะคะ


12 กันยายน 2563

ภูลังกา ไป ดอยสกาด

เช้านี้เราตื่นมาด้วยเสียงกรี๊ดกราดของน้อง เพราะว่าเราก็ลุ้นตุ้มต่อมกันตั้งแต่ตอนมาว่าที่ภูลังกาแต้มบุญของพวกเราจะสูงพอได้เจอหมอกรึป่าว สรุปว่าได้เห็นหมอกก็เลยกรี๊ดกราดกัน 

พอเห็นว่ามีหมอกหนาเลย เราก็รีบลุกขึ้นมาเก็บภาพไว้ก่อนเลยแล้วหลังจากนั้นก็รับไปล้างหน้าล้างตาแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อไปนั่งจิบกาแฟมองหมอกที่เมจิคเมาท์เท่น

เป็นวิวที่ดีมาก ๆ เรามาร้านเช้ามาก ๆ นะคะ คือร้านเปิด  06:30 น. เราก็มาประมาณนี้ 06:35 - 06:38 น. ประมาณนี้ไม่เกิน 06:40 น. แต่คือคนจะเต็มร้านแล้ว ที่นั่งที่มองเห็นวิวกว้าง ๆ ก็มีคนจับจองไปตามระเบียบ ก็ถ้าอยากได้ภาพแบบมีหมอก ก็ต้องไปเช้า ๆ แล้วคงจะต้องเช้ามาก ๆ ไม่งั้นอาจจะไม่ได้ที่นั่งดี ๆ ที่มองเห็นวิว 

พอเริ่มสาย ๆ คนก็หลั่งใหลมาเยอะขึ้น ๆ ก็เลยตัดสินใจกลับห้องเพื่อให้คนอื่นได้มีโต๊ะนั่งบ้าง กลับห้องมาดูหมอก แล้วก็ทานอาหารเช้าต่อ บอกเลยว่าโอโซนโฮมสเตย์นี่คือดีมากจริง ๆ สวยคุ้มราคาไม่แพง

นี่คือวิวจากห้องราคา 900 บาท อ่อ ราคานี่ใช้สิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกันนะคะ ข้าวเช้าของวันนี้คือ ข้าวต้มจ้า ข้ามต้มที่ไม่มีเครื่องปรุงอะไรให้นอกจาก ซีอิ้ว  พริกไทย น้ำปลา น้ำส้มสายชู คือคนทั่ว ๆ ไปเขาคงไม่ปรุงอาหารเช้ารสจัดล่ะมั้ง แต่เราเป็นคนชอบรสจัดมาก ๆ =..= เลยกินแค่พอรองท้องพอ 

หลังจากอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาเช็คเอาน์และเดินทางต่อ ซึ่งวันนี้เราก็จะกลับเข้าน่าน เพื่อไปดอยสกาด และไม่ลืมที่จะแวะแชะภาพที่ลูป 1148 ขาไปก็แวะถ่ายนะ แต่ไม่ได้เช็คภาพ ภาพมันเบลอ ขากลับเลยต้องถ่ายใหม่


แต่ก่อนจะไปดอยสกาดนั้นเราก็ได้ไปแวะชมวัดศรีมงคลก่อน วัดที่ใคร ๆ ก็บอกว่า มาน่านแล้วอย่าลืมแวะวัดศรีมงคลด้วย ต้องไปให้ได้นะ เราก็เลยหยิบมาวางในแพลนด้วยเลย


ที่วัดมีร้านขายเสื้อผ้าไท และแบบผ้าล้านนาเยอะมาก มีตั้งแต่ราคาเบา ๆ 150  บาทไปจนถึงหลักพัน สวยมาก ซื้อไปฝากพ่อแม่ได้นะคะ และวัดก็จะมีเขียงนาให้เดินถ่ายรูปเล่นด้วยนะ ต้องถูกใจคนชอบถ่ายรูปแน่ ๆ 


เดินทางต่อไปยังดอยสกาด เส้นทางขึ้นดอยค่อนข้างแคบ และโค้งเยอะมาก ๆ แนะนำให้ขับอย่างระมัดระวัง และทางบางช่วงก็เป็นรุกรังขับผ่านที่ฝุ่นตลบไปหมด แอบสงสารรถหนักมาก และก็กลัวไปทำรถเช่าพังมากบอกเลย แต่ทางที่ว่าแย่นี่ไม่ได้มีเยอะนะคะ มีเป็นช่วงสั้น ๆ สักสองสามช่วงได้ นอกนั้นก็ลาดยางทางดีหมดค่ะ

มาทางนี้อย่าลืมแวะคาเฟ่ สกาด กม. 8 อีกหนึ่งคาเฟ่สวยชิค ท่ามกลางขุนเขา มองไปทางไหนก็เจอแต่ภูเขาสีเขียว มองแล้วสบายตาสุด ๆ 

แต่ตอนที่เราไปนั่น ไฟดันดับทั้งดอย =..= ก็เลยสั่งอาหารอะไรมากไม่ได้ ได้แค่เบอเกอรี่ 1 ชิ้น กับเครื่องดื่ม เราชอบสับประรดโซดาของที่นี่มาก ๆ เลย หวานอมเแรี้ยวช่วยให้อาการเมาโค้งดีขึ้นเลย 

ขับต่อจากสกาด กม.8 อีกสักพัก ไม่นานเราก็ถึงบนดอยสกาด โดยคืนนี้เราเลือกพักที่ "บ้านพิทักษ์ไพร" 

เข้าเช็คอินที่พักก่อนเลย สำหรับบ้านพิทักษ์ไพรนั้น เป็นอีกหนึ่งโฮมสเตย์ที่มีการรีวิวอย่างมากมาย หากใครที่อยากจะได้ที่พักราคาไม่แรง อารมณ์เหมือนกลับไปพักผ่อนที่บ้านญาติ นอนสบาย ๆ เงียบสงบ มองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามในราคาไม่ถึงพัน เราขอแนะนำว่าคุณต้องไม่พลาดที่จะจองที่พักของบ้านพิทักษ์ไพรแห่งนี้เลย

ด้วยความตื่นเช้ามาก ๆ มาหลายวันแล้ว มาถึงเช็คอินเสร็จเราก็นอนหลับสักงีบก่อน และก็ตื่นมาตอนที่รู้สึกหิว และตื่นมาไฟก็ยังไม่มา แต่ไม่มีไฟก็ไม่ใช่ปัญหานะคะ คืออาการเย็นสบายแบบไม่ต้องเปิดพัดลมก็อยู่ได้ แต่ที่เป็นปัญหาเหมือนจะเป็นเรื่องอาหารมากกว่า เพราะใช้ไฟฟ้าประกอบอาหารไม่ได้ ตัวเลือกเมนูที่พักจะสักได้เลยจำกัด และบางคาเฟ่ บ้านร้านก็ปิดตัวเลือกก็ยิ่งน้อยยยยลงไปอีก 

อย่างเช่น สกาดคอฟฟี่ คือคาเฟ่ที่ไฮไลต์คือมีสะพานเชื่อมเดินถ่ายรูปชิคๆ ได้ ก็มีปิดในวันนั้น Sad หนักมาก เพราะตั้งใจจะไปมาก ๆ เเต่ยังดีที่ บ้านจักษ์กะพัฒน์ยังคงเปิด

แต่ก็สั่งอะไรมากไม่ได้ ก็ไฟมันดับอ่ะเน๊อะ ก็เลยสั่งเป็นน้ำผึ่งมะนาวมาจิบ ๆ นั่งสักพักมองวิวชิล ๆ แต่ก็นั่งไม่ได้นาน หงุดหงิดแก๊งส์คุณป้าที่มานั่งใกล้ ๆ ไม่ใช่แค่เสียงดังโหวกเหวกตะโกนคุยกัน แต่ยังโยนขยะลงเขาอีก ถึงแม้ที่โยนไปมันจะเป็นขยะชิ้นไม่ใหญ่แต่มันก็คือขยะอ่ะนะ จะว่าว่าเป็นคนเรื่องเยอะก็ได้นะ แต่เราจะไม่ชอบให้คนมักง่ายทิ้งขยะ เด็ดดอกไม้ต้นไม้เล่นอะไรแบบนี้ เราควรรักษาธรรมชาติไว้ ไปเที่ยวเพราะอยากชมธรรมชาติสวย ๆ ก็ควรปล่อยให้มันสวย ๆ แบบนั้นต่อไปอย่าไปทำลายมันเลย บ่นแค่นี้พอ 


ได้น้ำไปสักแก้วแต่ความหิวมันก็ไม่ได้ลดลง เลยเดินหาร้านอาหารที่มีเมนูหนัก ๆ ท้องกินต่อ ก็ได้เป็นร้าน "อึ่ง อบ โอ่ง" โอ้โห้ ๆ ตกใจชื่อร้านใช่มั้ย มันไม่ใช่ร้านที่มีแต่อึ่งนะคะ แว๊บแรกเราก็งง ๆ แหละ แต่หิวอ่ะก็เลยเข้าไปถามว่ามีเมนูอะไรบ้างคะ ร้านก็บอกเมนูตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว แต่ไฟดับสั่งได้แค่ก๋วยเตี๋ยว ก็เลยจัดมา 1 ถ้วย

 

อิ่มแล้วก็เดินย่อยซึมซับบรรยากาศ ก่อนจะมาก็ไปฟิตร่างกายกันนิดหนึ่งก็ดีนะคะ เพราะทำเลของที่นี่คือเดินขึ้นเนิน ลงเนิน ก็อาจจะเหนื่อยนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับเหมือนเหมือนเดินป่า แต่น่องก็จะตึง ๆ หน่อยแหละ ฮ่าๆ

แล้วก็กลับไปถ่ายรูปเล่นที่ที่พักต่อ สำหรับบ้านพิทักษไพร เป็นที่พักในรูปแบบโฮมสเตย์นะคะ ที่พักออกแนวเป็นบ้านทรงกระท่อมไม้ ลมโกรก เย็นสบาย ไม่มียุงนะคะ ตอนแรกที่ชาวบ้านและเจ้าของที่พักเขามาบอกว่า ที่นี่ไม่มียุง เราก็งงค่ะ เพราะมันคือดอย คือป่าเน๊อะมันจะไม่มียุงได้ไง แต่! มันไม่มียุงจริง ๆ จ้า ดีงามมาก

บรรยากาศตอนเย็น พระอาทิตย์เริ่มตกคือสวยมาก อ่อ ถ้าใครแรงเหลือแนะนำให้เดินขึ้นไปชมวิถีชีวิตของคนเเมือง และชนเผ่าบนดอยต่อได้เลย ต้องเดินขึ้นไปอีกนะคะ อย่างที่บอกถ้าเเรงเหลือก็ลุยเลยจ้า แต่ทางนี้แรงหมดแล้ว ขอถ่ายรูปชิล ๆ มองพระอาทิตย์ตกแทนนะ

ก็จบแพลนโร้ดทริป น่าน - พะเยา ไว้เท่านี้ อ่อขากลับกทมนี่ขึ้นเครื่องกลับนะคะ โดยสายการบินแอร์เอเชียค่ะ คืนรถที่สนามบินเลย ยังไงถ้าใครกำลังมองหารถเช่าก็แนะนำ หจก.น่านทูคาร์ ที่เพจ "รถเช่าน่าน เหมาเที่ยว แท๊กซี่เข้าเมืองน่าน" จบทริปไว้เท่านี้นะคะ ทริปหน้าครั้งหน้าจะไปไหน สามารถไปติดตามเราได้ในช่องทางตามด้านล่างนี้ได้เลยจ้า

ช่องทางอื่นๆในการติดตามผู้เขียน



สรุปค่าใช้จ่าย

  • ค่ารถทัวร์ 540 บาท(ต่อคน)
  • ค่าเครื่องบิน 1300 บาท(ต่อคน)
  • ค่าที่พักอาโปเดอมาง 2200 บาท หาร2 = 1100 บาท
  • ค่าที่พักที่โอโซนโฮมเสตย์ 900 บาท หาร 2 = 450 บาท
  • ค่าที่พักที่ดอยสกาด 1500 บาท หาร 2 = 750 บาท
  • ค่าเช่ารถ 2700 บาท + มัดจำ 1000 บาท(ได้คืน)
  • ค่าน้ำมันรถ 1000 บาท (เติม 2 ครั้งครั้งละประมาณ 500 รวมเติมคืนตอนคืนรถด้วย)
  • ค่ากินประมาณ 2000 บาท ( 2 คน)
  • อื่น ๆ ( ซื้อเสื้อผ้า ผ้าไท ของฝาก ) 500 บาท
  • ค่าประกันการเดินทาง 2 คน 240 บาท
    • รวม 7,110 บาท (ต่อคน) ราคานี้โดยประมาณ และไม่รวมมัดจำเช่ารถนะคะเพราะมันได้คืน
ความคิดเห็น