ผู้หญิงคนเดียว เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย รีวิวโดย My Travelholic Diary

ในยุคที่ผู้หญิงเริ่มออกเดินทางคนเดียวกันมากขึ้น สาวๆอย่างเราต้องมีข้อควรรู้และเตรียมตัวกันอย่างไรบ้าง เพื่อความปลอดภัย ในระหว่างการเดินทาง เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ 01 บอกแผนการเดินทางแบบละเอียดกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท หลังจากออกเดินทางแล้ว พยายามติดต่อส่งข่าวเป็นระยะๆ เท่าที่จะทำได้ ว่าตอนนี้เดินทางอ

ผู้หญิงคนเดียว เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย

ผู้หญิงคนเดียว เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย

 วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 17.29 น.

 วันที่เดินทาง 1 ส.ค. 2562

ในยุคที่ผู้หญิงเริ่มออกเดินทางคนเดียวกันมากขึ้น สาวๆอย่างเราต้องมีข้อควรรู้และเตรียมตัวกันอย่างไรบ้าง เพื่อความปลอดภัย ในระหว่างการเดินทาง เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

01 บอกแผนการเดินทางแบบละเอียดกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท หลังจากออกเดินทางแล้ว พยายามติดต่อส่งข่าวเป็นระยะๆ เท่าที่จะทำได้ ว่าตอนนี้เดินทางอยู่ที่เมืองไหน พักที่ไหนบ้างค่ะ

02 ไม่พาตัวเองไปในที่เสี่ยง เช่นที่เปลี่ยวในเวลากลางคืน ย่านที่ไม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว และรวมถึงการเดินทางในตอนกลางคืนถ้าหลีกเลี่ยงได้ อย่างเช่นทริปจีนเรามีแผนเดินทางไปต้าหลี่จากลี่เจียงโดยรถไฟซึ่งก็ยังทันรอบสุดท้าย แต่จะไปถึงต้าหลี่ก็เกือบเที่ยงคืน คิดว่าอาจจะไม่ปลอดภัยนัก ก็เลยตัดสินใจค้างที่ลี่เจียงอีกคืนแล้วค่อยหาบัสไปต้าหลี่ในเช้าวันถัดมา ดูจะปลอดภัยกว่าเพราะเป็นตอนกลางวันค่ะ

03 เลือกที่พักให้เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องทำเลที่ตั้งให้อยู่ในย่านที่ปลอดภัย สะดวกในการเดินทาง ร้านค้า ร้านอาหาร ซึ่งหาข้อมูลได้จากรีวิวในเวปไซต์จองที่พักต่างๆ เช่น Booking, Agoda, Hostelworld, Airbnb และ Lonely Planet เป็นต้น ถ้าเป็นโฮสเทลก็ควรเลือกเป็นแบบห้องหญิงล้วน หรือว่าต้องนอนห้องรวมจริงๆ เราจะมีเชือกตากผ้ายาวๆ พกไปด้วย สามารถนำมาขึงรอบเตียงแล้วเอาผ้าเช็ดตัวมาแขวนเป็นผ้าม่านบังไว้ ก็จะเหมือนได้ห้องส่วนตัวเลย ^^ และโฮสเทลส่วนใหญ่จะสื่อสารภาษาอังกฤษ และเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของเรา ซึ่งจะช่วยเราได้เยอะถ้าไปในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเท่าไร สามารถสอบถามได้ว่าบริเวณไหนไม่ปลอดภัย ช่วยเรียกแท็กซี่ หาเบอร์โทร เขียนภาษาท้องถิ่น แนะนำการเดินทาง ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวหรือทัวร์ที่น่าสนใจให้ได้เป็นอย่างดีค่ะ

04 ไม่รับอาหารหรือเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า หรือถ้ากลัวเสียน้ำใจก็รับไว้ แต่ไม่ต้องทานก็ได้ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าสะอาดแค่ไหน ผสมสารอะไรมาบ้างรึเปล่า ข้อนี้เราโดนสอนกันมาตั้งแต่เด็กแล้วเนาะ ^^

05 พกนกหวีดหรืออุปกรณ์ที่ใช้เป็นอาวุธได้ ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิดเช่น หลงทาง เกิดอุบัติเหตุ หรือโดนขโมยของ เราสามารถเป่านกหวีดเพื่อขอความช่วยเหลือ ส่วนอุปกรณ์บางอย่างที่พกติดตัวระหว่างเดินทาง เช่นขาตั้งกล้องก็อาจจะใช้เป็นอาวุธได้เมื่อถึงคราวจำเป็นค่ะ แต่ต้องดูสถานการณ์ด้วยถ้าผู้ร้ายมีอาวุธ เราก็ต้องยอมให้เอาของไปเพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน

06 ไม่ดื่มแอลกอฮอร์จนเมาขาดสติ ต้องรู้ลิมิตตัวเอง อย่าให้เกินเลยจนขาดสติควบคุมตัวเองไม่ได้ ถ้าถึงขนาดพาตัวเองกลับที่พักไม่ไหว แบบนี้ไม่ปลอดภัยแน่นอนค่ะ

07 ถ่ายเอกสารที่สำคัญเก็บไว้อีกชุด เช่นพาสปอร์ต วีซ่า ตั๋วเครื่องบิน ใบจองที่พัก แผนการเดินทาง ใบขับขี่สากล เก็บแยกไว้กับตัวจริง เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินตัวจริงหายไป ก็ยังมีสำเนาไว้ยืนยัน อีกวิธีนึงคือถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือหรือส่งไปไว้ในอีเมลก็ได้ค่ะ

08 แยกเงินเก็บไว้หลายๆส่วน เผื่อว่าเกิดเหตุเงินบางส่วนหายไป อาจเพราะโดนล้วงหรือทำหายเอง ก็ยังพอเหลืออีกส่วนไว้ฉุกเฉิน อาจจะซ่อนเงินโดยใช้กระเป๋าคาดอก คาดเอวบางๆ แนบกับตัวแล้วใส่เสื้อทับ ตามก้นกระเป๋าเครื่องสำอางค์ อีกอย่างถ้านอนโฮสเทลห้องที่ต้องแชร์กันหลายคน บางที่จะมีล๊อกเกอร์ให้สามารถเอาของมีค่าเก็บในนั้นได้ ควรพกกุญแจส่วนตัวไปด้วยเพราะบางโฮสเทลมีแค่ล๊อคเกอร์ให้แต่ไม่มีกุญแจ แต่ถ้าไม่มีจริงๆ แล้วเวลาที่เราต้องไปอาบน้ำหรือทำธุระข้างนอกก็ให้พกของมีค่าติดตัวไปด้วยเสมอ ไม่ทิ้งไว้ในห้องเด็ดขาดนะคะ

09 เตรียมข้อมูลที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ของสถานฑูตไทยในประเทศที่เดินทางไป เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพาสปอร์ตหาย ภัยธรรมชาติ หรือการก่อการร้ายต่างๆ สถานฑูตจะให้ความช่วยเหลือเราได้ค่ะ หรือถ้าสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานีตำรวจท้องที่ที่เราเดินทางไว้ด้วยก็จะดีมากเลย

10 ผูกมิตรกับนักเดินทางด้วยกัน ที่เจอกันตามโฮสเทล หรือระหว่างการเดินทาง การสร้างมิตรภาพดีๆกับเพื่อนใหม่ นอกจากจะทำให้เราไม่เหงาแล้วยังมีเพื่อนเดินทางไปด้วยกัน ช่วยเหลือกันได้ อย่างในระหว่างทริปจีนเราได้เพื่อนใหม่คนจีนที่คอยช่วยเหลือมากมาย ทั้งให้ขึ้นรถไปด้วยกัน เทรคกิ้งขึ้นเขาเป็นเพื่อนกัน แบ่งขนมน้ำกันทาน แปลภาษาจีนให้เวลาซื้อตั๋ว ทานข้าว ช่วยแนะนำเรื่องต่างๆ หายเหงาและอุ่นใจขึ้นเป็นกองเลย ^^

11 ระวังสิ่งของมีค่าในกระเป๋า ถ้าอยู่ในสถานที่คนพลุกพล่าน เช่นในเมืองใหญ่ สถานีรถไฟใต้ดิน ถ้าเป็นกระเป๋าเป้ก็เอามาสะพายไว้ด้านหน้า กล้อง มือถือ ถ้ายังไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องเอาออกมาถือ เก็บใส่กระเป๋าไว้ก่อน อย่างทริปที่เราไปอเมริกาใต้ช่วงที่ต้องนั่ง Night Bus ข้ามเมืองในประเทศเปรู จะมีการเตือนกันมาว่าให้ระวังกระเป๋าที่ถึงแม้ว่าจะอยู่กับตัวเราก็ตาม ถ้าเผลอหลับอาจจะโดนยกไปทั้งกระเป๋าเลย เราใช้วิธีซื้อกุญแจล๊อคแบบมีโซ่ยาวๆ แล้วคล้องกระเป๋าทั้งหมดของเรา 3 ใบไว้ด้วยกัน แล้วล๊อคกับเก้าอี้ไว้ ทุกกระเป๋าก็จะล๊อคด้วยกุญแจอีกอย่างล่ะอัน ก็ต้องทำถึงขนาดนี้เลยทีเดียว 😅

12 แต่งกายให้เหมาะสม ไม่ล่อแหลม และถูกกาลเทศะกับสถานที่ๆ เราเดินทางไป มีประสบการณ์ของเพื่อนที่ใส่ขาสั้นไปวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้าที่ทะเลสาบเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ถูกมองเป็นเป้าสายตาจากคนทั้งเมือง จนต้องรีบหาโสร่งมานุ่งแทน ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องธรรมดาของประเทศเรา แต่อาจจะเป็นเรื่องไม่เหมาะสมในบางประเทศค่ะ

หรือถ้าไปเมืองหนาว อุปกรณ์กันหนาวต้องเตรียมไปให้เพียงพอร่างกายอบอุ่น ตอนที่เราไปภูเขาไฟโบรโม่ อินโดนีเซีย อากาศจะหนาวมากช่วงเช้ามืดและตอนพระอาทิตย์ตกดิน แต่เตรียมแค่แจ๊คเก็ตยีนส์ตัวเดียว เพราะไม่อยากแบกเสื้อโค้ชไป เพราะคิดว่าพอสายๆ หน่อยอากาศก็จะอุ่นแล้ว ปรากฏว่าช่วงที่ต้องตื่นเดินทางออกจากที่พักมารอพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ตี 3 – 6 โมงเช้า หนาวทรมานมากจนแทบยกกล้องถ่ายรูปไม่ไหว ยังดีที่ไม่ถึงกับเจ็บไข้ได้ป่วย 😔

13 เช็คลิสต์เตรียมของใช้และยาประจำตัว ที่จำเป็นให้ครบก่อนการเดินทาง อย่างเช่นพวกผ้าอนามัย ทิชชู่เปียก ยาแก้เมารถ แก้แพ้ความสูง แก้ไข้ แก้แพ้ แก้ท้องเสีย ฯลฯ

มีข้อแนะนำอีกอย่างคือยาที่เตรียมไป ให้มีฉลากยาเป็นภาษาอังกฤษหรือถ้าเป็นเม็ดใส่ซองมาก็ให้เภสัชกรช่วยเขียนเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้วย และตรวจสอบว่าไม่เข้าข่ายเป็นยาต้องห้ามสำหรับประเทศที่จะเดินทางไปนะคะ

14 เตรียมข้อมูลชื่ออาหารหรือยาที่แพ้เป็นภาษาของประเทศที่เดินทางไปด้วย เพราะถ้าสื่อสารกันไม่เข้าใจ แล้วทานอาหารหรือยาที่เราแพ้เข้าไป คงเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ เลย

15 ศึกษาข้อมูลของประเทศที่เราจะไป เกี่ยวกับการเตือนภัยเรื่องต่างๆ อย่างเช่นที่โฮจิมินห์ เวียดนามใต้ มีการตั้งกระทู้เตือนกันมาเยอะเกี่ยวกับเรื่องระวังกล้องถ่ายรูปหรือมือถือ ในระหว่างเดินถนน การโดนโก่งราคาเวลานั่งรถซิโคล่ หรือที่ลาวใต้ ด่านช่องเม็กเข้าไปปากเซ มีคนไทยมากมายที่ต้องโดนเสียค่าปรับหลายหมื่น เพราะไม่ได้ประทับตราพาสปอร์ตเข้าด่านลาว เนื่องจากตรงบริเวณนั้นสามารถเดินเข้าประเทศลาวได้โดยไม่มีที่กั้นเหมือนประเทศอื่นๆ หรือการขึ้นแท็กซี่ที่เมืองลิม่า ประเทศเปรู ที่ควรเรียกแท็กซี่จากบริษัทในสนามบินที่เชื่อถือได้แทนการมาเรียกด้านนอกสนามบิน เพราะขนาดว่าอยู่บนแท็กซี่ยังมีนักท่องเที่ยวโดนปล้นอยู่บ่อยๆ และอาจจะโดนโกงข่มขู่เอาค่าโดยสารแพงกว่าที่ตกลงกันไว้ น่ากลัวมาก 😖

16 ประกันการเดินทาง นอกจากเหตุผลที่ต้องมีประกันการเดินทางเพราะต้องใช้เป็นเอกสารในการขอวีซ่าในบางประเทศแล้ว ประกันการเดินทางจำเป็นกับผู้หญิงเดินทางคนเดียวอย่างพวกเรามาก ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าหาย โรคภัยไข้เจ็บหรือเรื่องความปลอดภัย หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ประกันการเดินทางสามารถช่วยเราได้ค่ะ เมื่อเทียบกับจำนวนเงินที่ต้องจ่ายค่าประกันไป ถือว่าคุ้มค่าค่ะ

17 ถ้าต้องเดินทางไปในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา มีวัคซีนที่นักเดินทางจำเป็นต้องได้รับก่อนการเดินทางตามกฎอนามัยระหว่างประเทศคือวัคซีนไข้เหลือง และมีวัคซีนที่แนะนำให้ตามความเหมาะสมโดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงหลายๆ อย่าง สามารถสอบถามข้อมูลและไปรับวัคซีนได้ที่คลินิคเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง เมื่อได้รับวัคซีนเรียบร้อยก็ได้รับสมุดเหลืองมาด้วย ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีเหมือนกับพาสปอร์ต เพราะสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในบางประเทศอาจจะขอดูก็ได้ค่ะ

การเตรียมตัวไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะผู้หญิงเดินทางคนเดียว อาจจะเป็นเป้าหมายของคนที่ไม่หวังดีและหากมีอะไรฉุกเฉินเฉพาะหน้า การช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น จะทันท่วงทีมากกว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการมีสติ รู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไร สังเกตุสถานการณ์รอบข้าง แต่ก็ไม่ถึงกับต้องหวาดระแวงจนทำให้การเดินทางดูเครียดจนเกินไปนะคะ

ความคิดเห็น