เพลงใบไม้ร่วงที่รัสเซีย ตอนที่ 10 ไฟที่ไม่เคยดับ หน้าสวนดอกไม้ที่ไม่เคยโรย รีวิวโดย กระทิงเปลี่ยวเที่ยวโลกกว้าง

ตามแผนที่ตั้งใจไว้วันนี้เราจะเจาะไข่แดงกรุงมอสโก นั่นคือเข้าชมสถานที่สำคัญต่างๆรอบจัตุรัสแดงอันเป็นใจกลางของเมืองหลวง นั่นรวมถึงพระราชวังเครมลิน แต่เอาเข้าจริงๆ ดูจากเวลาแล้ว หากเราเข้าไปในพระราชวังคงได้วิ่งท่องเที่ยว แทนการเที่ยวแบบดื่มด่ำและเนิบช้าอย่างที่เราต้องการ จึงเปลี่ยนแผนเป็นวันพรุ่งนี้แทน

เพลงใบไม้ร่วงที่รัสเซีย ตอนที่ 10 ไฟที่ไม่เคยดับ หน้าสวนดอกไม้ที่ไม่เคยโรย

เพลงใบไม้ร่วงที่รัสเซีย ตอนที่ 10 ไฟที่ไม่เคยดับ หน้าสวนดอกไม้ที่ไม่เคยโรย

 วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 20.13 น.

 วันที่เดินทาง 11 ก.ย. 2560

ตามแผนที่ตั้งใจไว้วันนี้เราจะเจาะไข่แดงกรุงมอสโก นั่นคือเข้าชมสถานที่สำคัญต่างๆรอบจัตุรัสแดงอันเป็นใจกลางของเมืองหลวง นั่นรวมถึงพระราชวังเครมลิน แต่เอาเข้าจริงๆ ดูจากเวลาแล้ว หากเราเข้าไปในพระราชวังคงได้วิ่งท่องเที่ยว แทนการเที่ยวแบบดื่มด่ำและเนิบช้าอย่างที่เราต้องการ จึงเปลี่ยนแผนเป็นวันพรุ่งนี้แทน วันนี้จึงขอเที่ยวชมสวนอเล็กซานเดอร์หน้าพระราชวังเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกัน แต่น้องเนขอตัวไม่ตามไป โดยของเดินเตร็ดเตร่เหล่หนุ่มๆชาวรัสเซียแถวจัตุรัสแดง โดยเธอบอกว่า งานเค้าดีจริงๆ

สวนอเล็กซานเดอร์ (Alexander) สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของรัสเซียเหนือกองทัพนโปเลียนในปีค.ศ.1812 เปิดให้บริการในปีค.ศ.1821 บรรดาไม้ดอกไม้ใบยังคงได้รับการดูแลรักษาและผลัดเปลี่ยนให้สวยงามตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเกือบ 200 ปี

ตำแหน่งที่ตั้งของสวนทอดยาวไปตามแนวกำแพงพระราชวังเครมลิน แต่ก่อนที่จะได้พบความสวยงามของดอกไม้ บริเวณทางเข้าจะพบทหาร 2 นาย ยืนอยู่หน้ากำแพงพระราชวัง ตรงกลางของทหาร 2 นายนี้มีแท่นสี่เหลี่ยมตั้งอยู่พร้อมไฟลุกโชนที่ไม่เคยดับ บริเวณนี้คือ Tomb of the Unknown Soldier เพื่อระลึกถึงทหารที่พลีชีพในสงครามโลกครั้งที่ 2 ถัดไปเป็นถ้ำที่เกิดจากการนำเศษซากปรักหักพังของอาคารต่างๆที่ถูกทำลายโดยกองทัพนโปเลียน จึงเป็น 2 สถานที่เพื่อการระลึกถึงสงครามที่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายแพ้ หรือชนะ ก็ต้องพบกับความสูญเสียและคราบน้ำตา

สถานที่อันเป็นเหมือนแลนด์มาร์คของสวนแห่งนี้คือ รูปปั้นม้าสำริด 4 ตัวในท่วงท่าวิ่งกระโจน โดยมีน้ำพุพวยพุ่งขึ้นมาสร้างความฉ่ำเย็นในสายตาของผู้มาเยื่อน ชีวิตยังคงเดินไป การเดินทางยังคงเดินต่อ แต่ตอนนี้ผมขอหยุดพักการเดินด้วยการนั่งบนเก้าอี้ใต้ร่มเงาไม้ และปล่อยสายตาให้สัมผัสความสวยงามของไม้ดอกหลากสีนานาพันธุ์

หลังจากพักจนหายเหนื่อยแล้ว ผมก็ก้าวเท้าเดินชมดอกไม้ต่อจนสุดเขตสวน ซึ่งก็สุดเขตพระราชวังเครมลินด้วยเช่นกัน บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เจ้าชายวลาดิมีร์ (Monument to Prince Vladimir) เป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 17 เมตร มือซ้ายกำดาบที่ชี้ลงดิน ส่วนมือขวาถือไม้กางเขนที่มีขนาดใหญ่กว่าตัว ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนิน

การขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งนี้สามารถเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ทั้งแนวกำแพงพระราชวังเครมลินเกือบทั้งแนว รวมไปถึงโบสถ์เซนต์ซาเวียร์ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับโฮลเทลที่เราพัก จากการคาดคะเนด้วยสายตา ณ ตำแหน่งที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ การเดินไปยังโบสถ์เซนต์ซาเวียร์ นั้นใกล้กว่าการเดินย้อนกลับไปจัตุรัสแดงเสียอีก นี่หากไม่ได้นัดน้องเนไว้ว่าจะกลับไปเจอกันที่จัตุรัสแดง ผมคงได้เดินกลับที่พักไปนอนพักร่างแล้ว

สาเหตุที่ผมกับน้องเนเลือกจุกนัดพบที่จัตุรัสแดงบริเวณหน้าห้างกุม นอกจากเป็นบริเวณที่เรารู้จักและหาได้ง่ายแล้ว เราสองคนต่างมีวาระซ่อนเร้น หากแต่เหมือนกัน นั่นคือการกลับมาต่อแถวเพื่อซื้อไอศครีมในห้างกุม ก็มันอร่อยจริงๆนี่นา คิดๆอยู่ว่าหากมาอยู่มอสโกสัก 10 วัน เราคงได้ลิ้มลอง 10 รส เป็นอันครบทุกรสชาติที่มี

ดูจากเวลา เราน่าจะพอได้เตร็ดเตร่สถานที่สำคัญใกล้ๆได้อีกสักที่ ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ โรงละครบอลซอย (Bolshoi) ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสแดงในระยะเดินเท้าถึง แม้เราจะไม่ได้จองตั๋วเพื่อเข้าไปดูบัลเลต์หรือโอเปร่าที่จัดแสดงอยู่ภายใน แต่การได้มาเห็นสถาปัตยกรรมการก่อสร้างจากภายนอกก็คุ้มค่าแล้ว โดยโรงละครแห่งนี้มีอายุในการเปิดแสดงมาแล้วกว่า 200 ปี

โรงละครบอลซอยสร้งขึ้นในปีค.ศ.1776 ผ่านเหตุการณ์เพลิงไหม้มาแล้วถึง 3 ครั้ง โรงละครที่เห็นในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่เมื่อปีค.ศ.1856 ด้านหน้าต้อนรับผู้มาเยือนด้วยน้ำพุ และสวนดอกไม้ จะนั่งมุมไหน เมื่อหันไปมองโรงละครก็สวยงามไปเสียหมด โดยสถาปัตยกรรมการก่อสร้างได้รับอารยธรรมกรีกโรมันค่อนข้างมาก เห็นได้ชัดจากเสา หน้าบัน จนไปถึงรูปปั้นเทพเจ้าอพอลโล่บนรถเทียมม้า แต่เอ๊ะ ภาพโรงละครที่เห็นนั้นคุ้นตายิ่งนัก สาเหตุเป็นเพราะ หากพลิกด้านหลังธนบัตรใบละ 100 รูเบิล จะพบภาพโรงละครบอลซอยอยู่บนนั้น

วันนี้เราทั้งอิ่มตา อิ่มใจกับการเที่ยวชมสถานที่ต่างๆรอบจัตุรัสแดง อันเป็นเหมือนไข่แดงใจกลางกรุงมอสโก ก่อนปิดฉากของวันนี้ เราขอไปอิ่มท้องกับความหอมหวานแบบเบาๆกับเบเกอรี่ที่ร้าน Daily เป็นการส่งท้าย

ความคิดเห็น