เพลงใบไม้ร่วงที่รัสเซีย ตอนที่ 15 โบสถ์ออร์โธดอกซ์ที่สูงที่สุดในโลก รีวิวโดย กระทิงเปลี่ยวเที่ยวโลกกว้าง

เราใช้บริการรถไฟใต้ดินเพื่อเดินทางกลับที่พัก ผ่านไปผ่านมาหลายรอบตั้งแต่วันแรกที่เหยียบกรุงมอสโก แต่เราก็ยังไม่ได้เข้าไปชมภายในโบสถ์คริสต์ซาวิเออร์ หรือโบสถ์เซนต์ซาเวียร์ (Christ the Saviour catheral) ซึ่งอยู่ใกล้ hostel ที่เราพักกันเสียที เข้าทำนองใกล้เกลือกินด่าง ก่อนโบกมือลากรุงมอสโก เราจึงขอเข้าไ

เพลงใบไม้ร่วงที่รัสเซีย ตอนที่ 15 โบสถ์ออร์โธดอกซ์ที่สูงที่สุดในโลก

เพลงใบไม้ร่วงที่รัสเซีย ตอนที่ 15 โบสถ์ออร์โธดอกซ์ที่สูงที่สุดในโลก

 วันพฤหัสที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2564 เวลา 11.42 น.

 วันที่เดินทาง 12 ก.ย. 2560

เราใช้บริการรถไฟใต้ดินเพื่อเดินทางกลับที่พัก ผ่านไปผ่านมาหลายรอบตั้งแต่วันแรกที่เหยียบกรุงมอสโก แต่เราก็ยังไม่ได้เข้าไปชมภายในโบสถ์คริสต์ซาวิเออร์ หรือโบสถ์เซนต์ซาเวียร์ (Christ the Saviour catheral) ซึ่งอยู่ใกล้ hostel ที่เราพักกันเสียที เข้าทำนองใกล้เกลือกินด่าง ก่อนโบกมือลากรุงมอสโก เราจึงขอเข้าไปชมโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงมอสโกเป็นการทิ้งทาย

โบสถ์เซนต์ซาเวียร์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมอสควา ที่สามารถมองเห็นพระราชวังเครมลินได้อย่างชัดเจน เป็นโบสถ์ในคริสตศาสนานิกายออร์โธดอกซ์ สร้างขึ้นในปีค.ศ.1883 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 40 ปี ถูกทำลายโดยคำสั่งของสตาลินในปีค.ศ.1931 แต่ก็ได้รับการสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1937 แล้วก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากนาซีเยรมันในปีค.ศ.1941 จนในปีค.ศ.1995 จึงได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ แล้วเสร็จในปีค.ศ.2000 จนมีความสูงถึง 103 เมตร นอกจากเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในมอสโกแล้ว ยังเป็นโบสถ์ออร์โธดอกซ์ที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย

โบสถ์แห่งนี้งดงามทั้งภายในและภายนอก ตัวโบสถ์สีขาวสะอาดตา ด้านบนมีโดมบริวารสีทองอร่าม 4 อันอยู่ในทิศทั้ง 4 ตรงกลางเป็นโดมประธานขนาดใหญ่ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งมั่นคง และเมื่อเราเดินเข้าสู่ภายในโบสถ์ ก็สัมผัสได้ถึงความสวยงามและความศักดิ์สิทธิ์ในพิธีที่คริสต์ศาสนิกชนกำลังประกอบพิธีกรรมอยู่ในขณะนั้น

เวลาในกรุงมอสโกของเราใกล้สิ้นสุดลง กระเป๋าเดินทางถูกลากอีกหนจากห้องแคบๆในโฮสเทล สู่ถนนใหญ่และชานชลารถไฟใต้ดิน วันนี้เราใช้เวลาอย่างคุ้มค่าแบบทะลุทะลวงทั้งใต้ดินและบนดิน จนแข้งขาเริ่มโอดครวญ เมื่อถึงสถานี Kurskaya เราจึงขอนั่งพักแข้งพักขาสักพัก ก่อนที่จะเดินลากกระเป๋าไปขึ้นรถไฟสีแดงแป๊ดเพื่อเดินทางไปยังเมืองวลาดิมีร์ และเมื่อประตูรถไฟปิดลง เสียงของการเสียดสีระหว่างล้อรถกับรางรถไฟดังขึ้น ก็คือเวลาที่เราโบกมือลาจากกรุงมอสโกอย่างแท้จริง

ความคิดเห็น