เพลงใบไม้ร่วงที่รัสเซีย ตอนที่ 1ึ7 ซุสดัลบนเส้นทางดอกไม้บาน รีวิวโดย กระทิงเปลี่ยวเที่ยวโลกกว้าง

เราเดินย้อนกลับไปยังพระราชวังเครมลินแห่งซุสดัล (Suzdal Kremlin Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในคริสตศตวรรษที่ 10 ถือเป็นพระราชวังเครมลินแห่งแรกในประเทศรัสเซีย โดยสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยที่แต่ละเมืองยังเป็นแคว้น เป็นรัฐอิสระก่อนที่พระเจ้าปีเตอร์มหาราชจะสามารถรวมรัฐอิสระเหล่านี้เป็นประเทศรัสเซีย

เพลงใบไม้ร่วงที่รัสเซีย ตอนที่ 1ึ7 ซุสดัลบนเส้นทางดอกไม้บาน

เพลงใบไม้ร่วงที่รัสเซีย ตอนที่ 1ึ7 ซุสดัลบนเส้นทางดอกไม้บาน

 วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2564 เวลา 14.39 น.

 วันที่เดินทาง 13 ก.ย. 2560

เราเดินย้อนกลับไปยังพระราชวังเครมลินแห่งซุสดัล (Suzdal Kremlin Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในคริสตศตวรรษที่ 10 ถือเป็นพระราชวังเครมลินแห่งแรกในประเทศรัสเซีย โดยสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยที่แต่ละเมืองยังเป็นแคว้น เป็นรัฐอิสระก่อนที่พระเจ้าปีเตอร์มหาราชจะสามารถรวมรัฐอิสระเหล่านี้เป็นประเทศรัสเซีย

พระราชวังแห่งนี้เป็นทั้งศูนย์กลางการปกครองและศาสนา พระราชวังเป็นอาคาร 3 ชั้นสีขาว ปัจจุบันถูกปรับให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ผมใช้เวลาเดินชมโบราณวัตถุภายในส่วนพิพิธภัณฑ์ไม่นานนัก เพราะหากเทียบกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่กรุงมอสโกที่ต้องเดินชมจนขาลากแล้ว โบราณวัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พระราชวังเครมลินแห่งนี้ก็คงประมาณเดินให้พอเรียกน้ำย่อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพและสิ่งของที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ นอกจากนี้ยังมีภาพวาดสีสันสดใสบอกเล่าวิถีชีวิตในอดีตของชาวเมืองซุสดัล ที่ผูกพันกับธรรมชาติและวิถีชีวิตแบบชนบทมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ด้านหลังพระราชวังเป็นที่ตั้งของโบสถ์พระประสูติ (Cathedral of Nativity of the Virgin) ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองซุสดัล เพราะมีความแปลกจากโบสถ์ทั่วๆไปในรัสเซียตรงที่โดมเป็นสีฟ้าสดใส อีกทั้งยังประดับด้วยดวงดาวสีทองขนาดเล็กจำนวนมาก โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1222 และได้พังทลายลงในปีค.ศ.1445 โดยโบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่เมื่อปีค.ศ.1528 หรือเกือบ 5 ร้อยปีมาแล้ว

หลังจากแวะเข้าไปทานอาหารเที่ยงจนพอมีเรี่ยวแรง เราก็เดินชมซุสดัล เมืองเล็กที่น่ารักกันต่อ หากถามว่าสิ่งไหนที่น่าสนใจที่สุดในการมาเที่ยวซุสดัล คงตอบได้อย่างง่ายๆว่า คือการเดินเล่นแบบไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา ไม่ต้องกังวัลเรื่องตามเก็บสถานที่ท่องเที่ยวให้ครบ แต่เป็นการชมวิถีชีวิตแบบชนบท สัมผัสสายลมเย็นที่พัดผ่านยอดหญ้า ชมร้านรวงของชาวบ้านที่วางสินค้าขายกันแบบง่ายๆ ในราคายอมเยาว์ สินค้าส่วนใหญ่นอกจากของที่ระลึกแล้วจะเป็นผลิตผลจากธรรมชาติหรืองานหัตถกรรม และหากเดินจนเหนื่อยก็มีรถม้าควบเสียงกุบกับคอยให้บริการ

เราเดินเล่นจนมาถึงสวนสาธารณะใจกลางเมือง ซึ่งมากไปด้วยประติมากรรมไม้แกะสลัก หน้าตาน่ารักทั้งรูปสัตว์รูปคน เราเดินไปตามถนนสายเล็กๆ เข้าชมโบสถ์หลังน้อยหลายต่อหลายหลัง ว่ากันว่าเมืองเล็กๆแห่งนี้มีจำนวนโบสถ์ต่อจำนวนประชากรสูงสุดในรัสเซีย เพราะเมืองที่มีประชากรไม่ถึงหมื่นคนนี้ มีโบสถ์มากถึง 30 แห่ง แถมแต่ละแห่งยังสวยงามจากดอกไม้นานาพันธุ์ที่ต่างแข่งกันผลิดอกสีสันงดงาม จนไม่แน่ใจว่าเรากำลังอยู่ในพื้นที่โบสถ์ของศาสนาคริสต์ หรืออยู่ในอุทยานดอกไม้

ความคิดเห็น