ชีวิตแต้มสี ที่แดนภารตะ ตอนที่ 25 อินเดียเกท สนามหลวงแห่งกรุงเดลี รีวิวโดย กระทิงเปลี่ยวเที่ยวโลกกว้าง

หยุดพักการใช้บริการรถไฟฟ้าชั่วคราว เพราะจากนี้ห่างจากอินเดียเกท (India Gate) ไม่ไกล ผมจึงเลือกใช้พาหนะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด นั่นคือสองขาเพื่อพาไปยังจุดหมาย แต่กว่าจะถึงจุดหมายผมก็ต้องสอบถามเส้นทางจากชาวอินเดียอยู่หลายหน ซึ่งนอกจากเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่มากไปด้วยตัวควบกล้ำแล้ว การได้พูดคุยกับคนท้อ

ชีวิตแต้มสี ที่แดนภารตะ ตอนที่ 25 อินเดียเกท สนามหลวงแห่งกรุงเดลี

ชีวิตแต้มสี ที่แดนภารตะ ตอนที่ 25 อินเดียเกท สนามหลวงแห่งกรุงเดลี

 วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 10.48 น.

 วันที่เดินทาง 13 ธ.ค. 2553

หยุดพักการใช้บริการรถไฟฟ้าชั่วคราว เพราะจากนี้ห่างจากอินเดียเกท (India Gate) ไม่ไกล ผมจึงเลือกใช้พาหนะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด นั่นคือสองขาเพื่อพาไปยังจุดหมาย แต่กว่าจะถึงจุดหมายผมก็ต้องสอบถามเส้นทางจากชาวอินเดียอยู่หลายหน ซึ่งนอกจากเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่มากไปด้วยตัวควบกล้ำแล้ว การได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นถือเป็นความบันเทิงเล็กๆสำหรับคนเดินทางคนเดียว

สนามหญ้ากว้างที่ชาวอินเดียจำนวนมากใช้ประโยชน์ในการนั่งเล่น หรือกิจกรรมทางกีฬาไม่ต่างจากท้องสนามหลวงในกรุงเทพเผยโฉมให้เห็น   จุดศูนย์กลางสนามหญ้ากว้างนี้คือ   อินเดียเกท   สิ่งก่อสร้างที่เป็นเหมือนแลนด์มาร์คของกรุงเดลี ที่ในเวลานี้มีทั้งชาวต่างชาติและชาวอินเดียที่ต่างนุ่งห่มส่าหรีสีสดมาถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก

อินเดียเกทสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2474 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อินเดียยังตกอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ การต้องส่งทหารเข้าร่วมสงครามจึงมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ในครั้งนั้นจึงมีนายทหารอินเดียกว่าแปดหมื่นคนที่ต้องจบชีวิตลง บนผนังด้านในของอินเดียเกทจึงมากไปด้วยรายชื่อของทหารเหล่านั้น

ผมใช้บริการ Metro อีกครั้งโดยมีจุดหมายที่วัดดอกบัว (Lotus Temple) แม้จะเห็นวัดดอกบัวอยู่แค่เอื้อม แต่เหตุการณ์วันจันทร์แห่งชาติก็เกิดขึ้นกับผมอีกครั้ง เพราะวัดดอกบัวนั้นเปิดให้เข้าชมภายในทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์!

เอาอีกแล้ว ผมต้องชะเง้อมองวัดดอกบัวจากภายนอกอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ต้องใช้ความพยายามมากเท่ากับอักซาร์ดัม เพราะสนามหญ้าและสวนโดยรอบวัดดอกบัวนั้นไม่กว้างใหญ่เท่า ถึงแม้จะปิดไม่ให้เข้าชมภายในที่ว่ากันว่าจุคนได้ถึง 2,500 คน แต่การชมจากภายนอกก็สามารถเห็นความงามของวัดดอกบัวได้อย่างเต็มตา

วัดดอกบัวนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางของศาสนาใหม่ของโลกนามว่า บาไฮ (Bahai) ที่เพิ่งถือกำเนิดในปีพ.ศ.2387 ในประเทศอิหร่าน โดยพระบาฮา อุลละห์ ที่ยึดหลักไม่แบ่งแยกศาสนา เชื้อชาติ และชั้นวรรณะ ภายในอาคารที่ถูกสร้างให้มีลักษณะเหมือนดอกบัวสีขาวที่กำลังแง้มกลีบบาน อันเป็นตัวแทนของความสวยงามและความบริสุทธิ์ จึงเปิดต้อนรับคนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา อีกทั้งรูปแบบความงามอย่างเรียบง่ายหากแต่ลงตัวนี้ ทำให้วัดดอกบัวได้รับรางวัลด้านสถาปัตยกรรมระดับโลกหลายรางวัล จนถือเป็นหนึ่งใน 100 ผลงานมาตรฐานแห่งศตวรรษที่ 20


บทความของผู้เขียน
ความคิดเห็น