การเดินทางของคุณชายกับนายติดดิน ชุด ฟิลิปปินส์ เพื่อนใกล้ที่ไกลห่าง ตอนที่ 13 ไก่ย่างแห่งกรุงมะนิลา รีวิวโดย กระทิงเปลี่ยวเที่ยวโลกกว้าง

วันนี้เรามีแผนเที่ยวในเขตรอบนอกของตัวเมืองมะนิลา โดยเดินทางด้วยรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย จนเกือบจะวนรอบกรุงมะนิลาเลยก็ว่าได้ แต่อยู่กรุงมะนิลาเป็นวันที่ 3 แล้ว ทั้งๆที่โรงแรมที่พักอยู่ในเขตมาลาเต้ ซึ่งใกล้กับโบสถ์มาเลเต้ (Church of Malate) ชนิดเดินไม่ถึง 50 ก้าวก็ถึงประตูโบสถ์ แล้วจะรอช้าไปใย เราจึงไปโบสถ์ม

การเดินทางของคุณชายกับนายติดดิน ชุด ฟิลิปปินส์ เพื่อนใกล้ที่ไกลห่าง ตอนที่ 13 ไก่ย่างแห่งกรุงมะนิลา

การเดินทางของคุณชายกับนายติดดิน ชุด ฟิลิปปินส์ เพื่อนใกล้ที่ไกลห่าง ตอนที่ 13 ไก่ย่างแห่งกรุงมะนิลา

 วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564 เวลา 10.46 น.

 วันที่เดินทาง 13 ก.พ. 2560

วันนี้เรามีแผนเที่ยวในเขตรอบนอกของตัวเมืองมะนิลา โดยเดินทางด้วยรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย จนเกือบจะวนรอบกรุงมะนิลาเลยก็ว่าได้ แต่อยู่กรุงมะนิลาเป็นวันที่ 3 แล้ว ทั้งๆที่โรงแรมที่พักอยู่ในเขตมาลาเต้ ซึ่งใกล้กับโบสถ์มาเลเต้ (Church of Malate) ชนิดเดินไม่ถึง 50 ก้าวก็ถึงประตูโบสถ์ แล้วจะรอช้าไปใย เราจึงไปโบสถ์มาลาเต้ตั้งแต่ประตูโบสถ์ยังไม่เปิด

โบสถ์มาลาเต้เมื่อมองจากระยะไกลเหมือนมีช่องหน้าต่างจำนวนหลายบาน แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆพบว่าช่องหน้าต่างที่เห็นนั้นส่วนใหญ่เป็นการสลักหินให้ดูคล้ายหน้าต่าง โดยมีช่องหน้าต่างจริงๆเพียงไม่กี่บานเท่านั้น โบสถ์นี้ไม่มีหอระฆัง หรือตัวโครงสร้างอาคารที่ยื่นออกมาจากตัวโครงสร้างหลัก จึงให้ความรู้สึกเหมือนป้อมปราการขนาดใหญ่ ที่ดูแน่ๆตันๆ แต่ก็พอมีลวดลายแกะสลักรูปทรงเลขาคณิตบาง ซึ่งช่วยเสริมให้ตัวโบสถ์ลดความขึงขังลง อันเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์บารอค ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1588

เราเดินชมความแข็งแกร่งที่ผสมกับความงามภายนอกสักพัก ประตูโบสถ์ด้านข้างก็ถูกเปิด เห็นว่าพอมีคริสต์ศาสนิกชนเข้าไปสวดมนต์และสงบนิ่งอยู่ภายในโบสถ์บ้าง เราจึงถือโอกาสเข้าไปภายใน จึงพบว่าสิ่งที่เห็นภายนอก กับความเป็นไปภายในนั้นแตกต่างกันลิบลับ เพราะแม้ภายนอกจะดูขึงขัง แต่ภายในกลับงดงามและอ่อนโยนยิ่งนัก ทั้งจากโครงสร้างโดมโค้ง และภาพกระจกสีแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซูที่บานหน้าต่าง

เราเดินออกจากโบสถ์โดยใช้ประตูด้านข้าง บริเวณนี้มีรูปปั้นของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอุ้มอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ในสภาพใกล้ความตาย นี่คืออนุสาวรีย์เพื่อระลึกถึงชาวมาลาเต้จำนวนมากที่สังเวยชีวิตให้กับสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุการณ์อันน่าโศกเศร้าในอดีต ก่อนที่มาลาเต้จะกลายเป็นหนึ่งในย่านธุรกิจของกรุงมะนิลาในปัจจุบัน

“ไปกินไก่กัน” จุ๋ยชวนขณะที่ผมกำลังกำลังยืนชมความงามของโบสถ์มาลาเต้จากด้านข้าง

“ไก่อะไร ไก่ทอด Jallibee อีกหรอ ไม่เอาแล้ว เค็ม”

“ไม่ใช่ ไก่ย่างร้าน Aristocrat ร้านดังของย่านมาลาเต้ต่างหาก”

ร้าน Aristocrat ตั้งอยู่ใกล้ๆกับโบสถ์มาลาเต้ บริเวณอ่าวมะนิลา ร้านนี้ติดสโลแกนไว้หน้าร้านว่า “Home of the best chicken barbeque in town” เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในฟิลิปปินส์ จากปีค.ศ.1936 ที่เริ่มจากการขายแซนวิชบนรถที่ขับไปขายยังที่ต่างๆ จนปีค.ศ.1945 ได้เกิดเมนูไก่บาบีคิวที่อร่อยจนโด่งดังไปทั่วฟิลิปปินส์ จนเรียกได้ว่าหากมามะนิลาแล้วไม่ได้ลิ้มลองไก่บาบีคิวของร้าน Aristocrat เรียกว่ายังมาไม่ถึงมะนิลาอย่างแท้จริง เพราะร้านนี้ไม่มีสาขา มีร้านเดียวตั้งอยู่ริมอ่าวมะนิลาที่ย่านมาลาเต้นี้เท่านั้น

แม้ร้านจะมีเมนูหลากหลาย เพราะเปิดขายตลอด 24 ชั่วโมง แต่แน่นอนว่าเราสองคนจะสั่งเมนูอื่นใดได้ นอกจาก ไก่บาบีคิว เมนูขึ้นชื่อของร้าน แต่ดูแล้วไก่บาบีคิวเสียบไม้ย่างนี้เสริฟ 3 ชิ้นในไม้เดียว ผมจึงคิดจะแบ่งกับจุ๋ย แต่เพื่อนร่วมทางที่เป็นเพื่อนร่วมทานบอกว่า ไม่เอา ไม่แบ่ง กินคนเดียวทั้งไม้เลย เป็นอันว่าเราสองคนสั่งไก่บาบีคิวมากินคนละไม้

ไก่ย่างเสียบไม้ถูกยกมาเสริฟด้วยกลิ่นที่หอมฉุย มีชิ้นน่อง สะโพกและปีก นอกจากไก่ 3 ชิ้นแล้วยังมีข้าวผัดขมิ้นที่มาในจานเดียวกัน แถมเรายังสั่งซุปปูอีก แม้ปริมาณจะเยอะ แต่เพราะรสชาติไก่บาบีคิวที่หมักจนเข้าเนื้อ พร้อมด้วยซอสชวาที่รสชาตินุ่มลิ้น สมแล้วที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นร้านไก่บาบีคิวที่อร่อยที่สุดในฟิลิปปินส์

จุ๋ยถามว่าอร่อยไหม

“ก็งั้นๆแหละ สู้ไก่ย่างนิตยาหรือไก่ย่างวิเชียรบุรีบ้านเราไม่ได้หรอก” ตอบไปผมก็ตัดส่วนที่ไหม้ทิ้งไป ตัดเนื้อไก่กินไป อร่อยและสนุกดีแท้ จนไก่ย่างทั้ง 3 ชิ้นหมดเกลี้ยงจาน

ความคิดเห็น