หนีเมืองกรุง มาพักกายใจ ให้ธรรมชาติเยียวยา | U Inchantree Kanchanaburi รีวิวโดย เที่ยวแบบเรา : Once-a-month

" U INCHANTREE KANCHANABURI "( ยู อินจันทรี กาญจนบุรี ) โรงแรมสไตล์บูติก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศสงบร่มรื่น เหมาะกับการมาพักผ่อนและยังอยู่ใกล้กับแลนด์มาร์คสำคัญของกาญจนบุรีอย่างสะพานข้ามแม่น้ำแคว ยู อินจันทรี ให้บริการห้องพักเพียง 50 ห้อง ทำให้ผู้เข้าพักได้รับความสงบ และความเป็นส่ว

หนีเมืองกรุง มาพักกายใจ ให้ธรรมชาติเยียวยา | U Inchantree Kanchanaburi

หนีเมืองกรุง มาพักกายใจ ให้ธรรมชาติเยียวยา | U Inchantree Kanchanaburi

 วันพฤหัสที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 22.17 น.

 วันที่เดินทาง 13 พ.ย. 2564

" U INCHANTREE KANCHANABURI "
( ยู อินจันทรี กาญจนบุรี )

โรงแรมสไตล์บูติก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศสงบร่มรื่น เหมาะกับการมาพักผ่อน
และยังอยู่ใกล้กับแลนด์มาร์คสำคัญของกาญจนบุรีอย่างสะพานข้ามแม่น้ำแคว

ยู อินจันทรี ให้บริการห้องพักเพียง 50 ห้อง ทำให้ผู้เข้าพักได้รับความสงบ และความเป็นส่วนตัว ซึ่งห้องพักจะแบ่งเป็น

  • Superior 20 ห้อง
  • Deluxe 26 ห้อง
  • Suite 4 ห้อง

และมีการบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของ U Hotels & Resorts คือ

  • 24 hours use of room เช็คอินเวลาไหน ก็สามารถเช็คเอ้าท์เวลาเดียวกันได้เลย
  • Breakfast whenever whenever เราสามารถเลือกรับประทานอาหารเช้าแบบเซ็ทได้ทุกที่ ทุกเวลา หรือจะทานเป็นบุฟเฟต์ที่ห้องอาหารช่วง 06.30-11.00 น.
  • U choose program-me สามารถเลือกประเภทหมอน กลิ่นสบู่และกลิ่นชาที่ชื่นชอบได้
  • Welcome drink from minibar สามารถเลือกเครื่องดื่มจากมินิบาร์ในห้องพัก
  • บริการยืมจักรยาน และหนังสืออ่านฟรี

เดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็มาถึง โรงแรมจะอยู่ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำแควเพียง 300 เมตร จากถนนหลักที่เข้าเมืองกาญเลี้ยวซ้ายเข้ามาทางสะพานข้ามแม่น้ำแควเรื่อยๆ โรงแรมจะอยู่ทางซ้ายมือมีป้ายใหญ่หน้าโรงแรม มาถึงก็จอดรถแล้วเข้าไปเช็คอินกันเลย

บริเวณล็อบบี้อยู่ระหว่างทางเชื่อมไปยังห้องพัก ด้านหลังล็อบบี้จะเป็นสนามหญ้าโล่งๆ มีต้นไม้ใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่า ต้นไม้ต้นนี้มีชื่อว่า " ต้นอินจัน " ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโรงแรม  และเป็นต้นไม้เก่าแก่ของที่นี่ เอกลักษณ์ของต้นอินจันนี้จะผลิตผล 2 ชนิด คือลูกอิน และลูกจันในต้นเดียวกัน ซึ่งจะสลับกันสุกในแต่ละปี

หลังจากเช็คอินแล้วก็เข้าห้องพักกัน วันนี้เราพักห้อง Suite พร้อมอ่างอาบน้ำ ห้องของเราจะอยู่บนชั้น 2 เดินขึ้นบันไดแล้วเดินเข้ามาสุดทางห้องริมสุดเลย

ห้อง Suite นี้มีอยู่เพียง 4 ห้องเท่านั้น ห้องมีขนาด 36 ตร.ม. กว้างขวางสำหรับ 2 คน เปิดเข้ามาก็จะเจอกับเตียง King size

ด้านข้างเตียงมีชุดโต๊ะเก้าอี้ พร้อมการ์ดต้อนรับ และน้ำดื่ม

อีกฝั่งของเตียงเป็นตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของต่างๆ และมีประตูกั้นแยกเป็นห้องนั่งเล่น

เข้ามาห้องนั่งเล่นก็กว้างขวางไม่แพ้กันเลย มีโซฟาสามารถเข้ามานั่งพักผ่อนดูทีวี หรือจะจิบกาแฟ อ่านหนังสือก็ได้ ซึ่งทางโรงแรมก็มีมินิบาร์ในตู้เย็น และเครื่องทำกาแฟสดอัตโนมัติจัดบริการไว้ด้วย

ห้องน้ำ มีพื้นที่ใช้สอยอยู่พอสมควร แบ่งแยกโซนเปียกแห้ง และความพิเศษของห้องเรามีอ่างอาบน้ำไว้แช่น้ำด้วย

เดินดูภายในห้องกันเรียบร้อยแล้ว เราพาไปเดินชมบรรยากาศรอบๆ โรงแรมกันต่อเลย ด้านหน้าห้องมองลงไปจะเจอกับสนามหญ้า มองแล้วสบายตาดีจัง

เราเดินเข้ามาในส่วนของห้องพักอีกโซนที่อยู่ด้านหลัง พื้นที่ส่วนนี้ก็ให้ความร่มรื่นไม่แพ้กันเลย

เดินกลับมาที่สวนกลางที่มีต้นอินจัน เย็นๆ แบบนี้มานั่งพักสายตาอยู่ตรงนี้ก็ชิวดีเหมือนกัน

ต้นอินจันที่เราพูดถึง ต้นใหญ่มากและดูเก่าแก่มาก น่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็นผลของมัน ถ้าอยากเห็นลูกอินลูกจันจะต้องมาในช่วงเดือนเมษายน

เดินต่อมาด้านหลังตามทางเดินไป ทั้ง 2 ข้างของทางเดินเป็นสวน ในโรงแรมยังมีบริการในส่วนอื่นๆ ทั้งห้องประชุม ห้องสมุด ห้องออกกำลังกาย ห้องอาหาร สระว่ายน้ำ

ที่สวนริมแม่น้ำ ยังมีพื้นให้นั่งชมวิวแม่น้ำแบบ Outdoor อยู่หลายจุดด้วยกัน ทั้งในสวน ทั้งบริเวณชานที่ยื่นออกไปจากสวนด้วย

เย็นวันนี้เราจะทานอาหารเย็นกันที่โรงแรม นั่งชิวที่ริมน้ำ มองดูพระอาทิตย์ตก

อาหารเย็นของเราพร้อมแล้ว บรรยากาศก็กำลังดี พระอาทิตย์กำลังตกดิน

วันนี้เราทานเป็นสเต็ก มี 2 แบบทั้งสเต็กหมู และสเต็กปลา พร้อมทั้งสลัดผัก ส่วนซุปก็จะเป็นซุปเห็ด และซุปมะเขือเทศ

ทานของคาวเสร็จก็ต่อกันที่ของหวาน ของหวานของเรามี 2 เมนู จานแรกเป็นไอศครีมอินจัน เสริฟพร้อมกล้วยชุบเกล็ดขนมปังทอด และลูกชุบอินจัน ส่วนจานที่สองเป็นบราวนี่ลาวา พร้อมทองม้วนกรอบ และไอศครีมวนิลา

หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จเราก็กลับไปพักผ่อนที่ห้อง เจอกันพรุ่งนี้เช้านะ นอนหลับฝันดี


อรุณสวัสดิ์เช้าที่สดใส เริ่มต้นวันด้วยการใส่บาตร ซึ่งเป็นบริการของทางโรงแรม เราสามารถสั่งชุดใส่บาตรกับทางโรงแรมได้เลย ชุดนี้ก็ 199 บาทเท่านั้นเอง เป็นชุดอาหารพร้อมกับดอกไม้ ซึ่งพระจะมารับบิณฑบาตตอนประมาณ 7.40 น. ด้วยเรือจากวัดท่ามะขามที่อยู่ข้างๆ

มีครอบครัวต่างชาติมาพัก ก็อยากใส่บาตรบ้าง ความเก้ๆกังๆของพ่อแม่ลูกเพราะไม่เคยทำก็ดูน่ารักดี ทำให้เราอดอมยิ้มไม่ได้

หลังจากใส่บาตร รับพร กรวดน้ำเสร็จเรียบร้อยเราก็เข้าไปทานอาหารเช้ากันต่อเลย วันนี้เราเลือกทานเป็นบุฟเฟต์ที่ห้องอาหาร

อาหารเช้าก็จะหลากหลาย ด้านนี้จะเป็นพวกนมและซีเรียลต่างๆ 

ถัดมาก็จะเป็นส่วนของแพนเค้ก และวาฟเฟิล ซึ่งเราสามารถลงมือทำด้วยตนเองได้เลย เดี๋ยวไว้เรามาทำกินกัน

ถัดมาก็จะเป็นพวกขนมปังต่างๆ

อีกด้านก็จะเป็นโซนของสลัดผัก และผลไม้ต่างๆ

อีกด้านก็จะเป็นส่วนของชา กาแฟ มาเป็นเครื่องเลยนะ บดกันสดๆ กาแฟหอมๆเลย

ด้านอาหารก็มีกับข้าวพวกแกง ผัด และหมี่ซั่ว

เดินออกมาทางด้านนอก จะเป็นโซนของเมนูไข่และเครื่องเคียง สามารถสั่งกับเชฟได้เลย

ถัดมาอีกนิดจะเป็นส่วนของข้าวต้ม และซุป ข้าวต้มก็จะเป็นข้าวต้มพร้อมเครื่องเคียง

และสุดท้ายเครื่องดื่ม จะเป็นน้ำฝรั่ง น้ำส้ม และน้ำเปล่า

พาชมรอบห้องอาหารกันแล้วก็ได้เวลาไปสนุกกับการทำแพนเค้กแล้ว

และนี่ก็คือผลงานที่เราได้ ดูออกกันมั้ยว่าคือรูปร่างอะไร รูปหน้าเราเอง 555

เราไปทานกันดีกว่า มื้อเช้านี้อร่อยถูกปาก อ้อ มีข้าวเหนียวหมูปิ้งด้วยนะ อร่อยเลยทีเดียว

หลังจากที่ทานอาหารกันเสร็จก็กลับเข้าห้องพัก ไปเคลียร์งานต่ออีกนิดหน่อย ส่วนใครที่อยากไปชมบรรยากาศยามเช้าตรงสะพานข้ามแม่น้ำแควก็สามารถมายืมจักรยานปั่นไปได้ หรืออยากเดินออกกำลังกายก็ไม่ไกลนะ

เรากลับมาที่ห้องก็เจอกับลูกชุบอินจันวางไว้ในตู้เย็น พอดีเลยนั่งทำงานไปก็มีขนมไว้กินระหว่างทำงาน

หลังจากเคลียร์งานเสร็จก็ได้เวลาเช็คเอ้าท์ ถึงเวลากลับบ้านกันแล้วเรา วันพักผ่อนของเราหมดลงแล้ว แต่การมาพักที่นี่ถือว่าเราได้พักผ่อนจริงๆ ห้องอยู่สบาย บรรยากาศภายในโรงแรมร่มรื่น สบายตา ทำให้เราได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากจะมาพักผ่อนแบบเรา สามารถติดต่อจองที่พักได้ที่ ยู อินจันทรี กาญจนบุรี 




ความคิดเห็น