สวัสดีครับกลับมาพบกันอีกแล้ว ทริปนี้กรีนซีซั่น หน้าฝนเป็นอีกฤดูที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวภูเขามากๆถึงมันอาจจะเลอะเทอะเฉอะแฉะ แต่มันก็มีธรรมชาติที่สวยงามและคาดไม่ถึงรอให้เราไปสัมผัสกันอยู่ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ ทริปนี้ตะลุยเมืองน่าน ถนนลอยฟ้า นาขั้นบันได และเจ้าไทรทันยังไม่เคยไปเหยียบเมืองน่านเลย ฉะนั้นเป็นการดีเราต้องพาเจ้าไทรทันไปเก็บจังหวัดน่าน เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เรื่องราวจะเป็นยังไงเตรียมไปรับชมได้เลยบอกเลยว่าประทับใจสนุกสุดๆงานนี้

ทริปนี้รูปเยอะมากๆกรุณาเชื่อมต่อ Wi-Fi ก่อนรับชม
ออเดิฟทริปนี้ ตลอดสามวันจะมีหมอกให้ดูตลอดเวลา


วิวระหว่างทางของทริปนี้



วิวจากที่พักสะปันคืนแรก


คืนที่สองนอนเต็นท์



ออเดิฟให้ดูแค่นี้ก่อนพร้อมแล้วมาเริ่มกัน

ตารางทริปนี้ 14-16/9/64
เช้าแรกถนนลอยฟ้า 1081 โค้งเลข 3 นาขั้นบันไดบ้านเวร สะปัน ลานกางเต็นท์หยุดเวลา ที่พักสะปันดาววิวว้าวมาก
วันที่สองชมหมอกจากที่พัก ลงมาบ่อเกลือขึ้นดอยภูคา ถนน1256 ลงมาปัวและขึ้นดอยสกาด และลงมากางเต็นท์นอนที่ ได้ดิบ ได้ดี Farm stay
วันที่สามอยู่ที่พักเล่นน้ำถึงสายๆ ออกมาแวะค่าเฟ่ นาเขาเราน่าน ปิดท้ายด้วย ซุ้มลีลาวดี และกลับ กทม.
รูปทั้งหมดถ่ายจาก Nikon D7200 tokina 11-20 fix35 tamron 70-300 vc
และคลิปจาก Iphone 12
มาดูคลิปกันก่อนอ่านได้จ้าา
เริ่มออกเดินทางทริปนี้เนื่องจากยังเป็นช่วงเริ่มจะคลายล็อคบางจังหวัดยังเคอฟิวฉะนั้นเราจึงต้องวางแผน ไปให้พ้นนครสวรรค์ก่อนสี่ทุ่ม เพราะเลยนครสวรรค์ก็ไม่ใช่สีแดงเข้มแล้วสามาารถเดินทางได้ทั้งคืน ทริปนี้เลยออกจากกทม 5 โมงเย็นเลย
ถึงแรก1670 บาท

วันที่ออกเดินทางวันจันทรรถจากในเมืองจนถึงอยุธยายังหนาแน่น แต่พอเลยยุดยามาแล้วถนนโล่งสบาย ทริปนี้เวลาเหลือเฟือทำความเร็วปกติ 100-130 ผ่านนครสวรรค์ตอน 2ทุ่ม สบายแล้วไม่มีเคอฟิวแล้วจังหวัดต่อไป
เข้าพิจิตรมาเจอพี่ใหญ่กระบะเจ้าถิ่นป้ายพิษณุโลกน่าจะรีบกลับบ้านขับเร็วมาก ตอนนั้นรถก็โล่งก็เลยขอเหยียบตามพี่เขาอย่างห่างๆมีคนเปิดทางให้แบบนี้สบาย ตั้งแต่พิจิตรจนถึงพิษณุโลกยาวๆ 80 โลได้ ทางตรงยาวๆแก้ง่วงได้ดีวิธีนี้ หารถแรงๆและขับตามเขา แต่ไม่ได้ไปจี้ไปแข่งกับเขานะครับ ตามแบบห่างๆเขาช้าเราก็ช้าตามเขาเร่งฉันก็เร่งตามต่อไม่แซง ให้เขาเปิดทางให้วิธีนี้ผมใช้ทุกครั้งเวลาเดินทางไกลแก้ง่วงได้ดี เราจะตื่นตัวไม่ง่วงสมองจะสั่งให้ต้องขับตามคันหน้าให้อยู่ในระยะห่างกำลังดี แต่ต้องดูกำลังรถเราด้วยถ้าคันไหนเขาแรงมากความเร็วสูงเกินที่เราควบคุมรถไหวก็อย่าไปตามนะครับอันตราย อันนี้พี่ใหญ่ขับอยู่120-150 ความเร็วนี้ผมใช้ได้ไม่มีปัญหา
แต่ต้องแลกมากับน้ำมันที่ซดอย่างกับถังรั่วล้อยางเต็นท์ดันกันไป มาถึงแพร่ในเวลา 5 ทุ่มกว่าน้ำมันเหลือ 2 ขีด เดี่ยวจะเข้าเขตภูเขาน่านแล้ว เลยหาปั้มเตฺิมสักรอบ
น้ำมันก็แสนแพงช่วงนี้ รอบแรก1670จากกทม รอบนี้อีก 1600 พึ่งวิ่งไปไม่ถึง600 โล

ตั้งแต่อุตรดิถต์ มีฝนบ้าง ตกๆหยุดๆแต่ไม่แรงเท่าไหร่ มีมาแรงหน่อยตอนมาถึงด่านตรวจหวยน้ำอุ่นก่อนเข้าน่านตอนเที่ยงคืนพอดี ลงทะเบียนมาแล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ดู ไปต่อสบายๆมาถึงอำเภอเมืองน่านประมาณ เกือบตี 1 พอดี เลยหาปั้ม ปตท จอดนอนเอาแรงอากาศเย็นสบายๆไม่หนาวกำลังดี เปิดกระจกแง้มๆหลับสบาย
ตี 5 กว่าๆตื่นมาแปรงฟันเตรียมเดินทางต่อ กะมาเช้าแถวถนนลอยฟ้า ว่าจะดูหมอกที่กิ่วม่วง
ขับออกมาได้แปบเดียวฝนก็ตกปรอยๆมาถึงกิ่วม่วงหมอกขาวโพลนและฝนแรงขึ้น

จอดดูสักพักสงสัยฟ้าจะปิดเลยขยับไปถนน 1081 ซะเลย

ทริปนี้มากับฝนบรรยากาศยามเช้าสายฝนเบาๆ



หลังจากเข้ามาถนนเส้น 1081 ได้ไม่นาน ตามที่ทราบกันดีสองข้างทางถ้าเริ่มจากสันติสุข พอเข้ามานิดเดียวก็จะเจอถนนลอยฟ้าพร้อมวิวสวยๆตลอดสองข้างทาง


กับสายหมอกยามเช้า


ผมขับมาจอดตรงข้างทางจุดหนึ่งจุดที่รอบก่อนมาก็เคยมาจอดพักตรงนี้โดยบังเอิญ คงเพราะเป็นจุดที่มีวิวแอ่งข้างทางสวยงามเป็นวิวภูเขาเชื่อว่าหลายๆคนมาเส้นนี้ก็ต้องจอดเหมือนกัน

ตอนนั้นประมาณ 7 โมงผมตัดสินใจ จอดกินมื้อเช้ารองท้องกันเลยซื้อมาจาก 7-11 ที่ปั้ม เพราะรอดูหมอกให้ฟ้าเปิดอีกหน่อนยน่าจะสวยเลยจุดนี้



ฝนเริ่มหยุดขาดเม็ดท้องฟ้าเริ่มเปิดมากขึ้น

ตรงเห็นมีเป็นที่พักน่าจะพึ่งทำไม่นานมาก ปีก่อนเหมือนจะยังไม่มีผมมาที่นี้เป็นครั้งที่ 3 บรรยากาศรอบนี้สดชื่นที่สุด


ภรรยาแต่งหน้าเสร็จแล้วต้องถ่ายสักชุด


ไอ้ลูกหมูก็ตื่นแล้วใส่ชุดนอนวิ่งเลยละกันยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย

ตื่นเต้นอารมณ์ดีหนูได้เที่ยวอีกแล้ว



เช้านี่แทบไม่มีรถผ่านสัญจร ด้วยความที่เรามาแต่เช้าและเป็นวันอังคาร ผมอยู่ที่นี้เกือบจะชั่วโมง เจอรถแค่ 3 4 คัน


นั้งดูสายหมอกไหลไปมา

มันคือธรรมชาติในแบบที่ผมชอบมากๆเพราะอย่างที่เคยบอกไปหลายครั้งว่าธรรมชาติมันคาดเดาไม่ได้ และไม่เคยจะเหมือนเดิมสักครั้งในแต่ละช่วงเวลาที่เราไป ทำให้ที่เดิมเส้นทางเดิมๆเราสามารถมาได้ไม่รู้เบื่อ เป็นสเหน่ของการท่องเที่ยวแบบธรรมชาตินี้แหละ






ฝนหยุดสนิท ทะเลหมอกเริ่มจับตัวเป็นแอ่งเบื้องล่าง


ก็สวยไปอีกแบบตามแบบฉบับหมอกหน้าฝน

ถ่ายรูปกันจนจะเหนื่อยแค่จุดแรกก็กดไปเป็นร้อยรูป 555

ตั้งกล้องบ้าง


8 โมงพอดีพวกเราก็ออกเดินทางต่อ

ขออีกหน่อยน่ะคนบ้ารถ



ตลอดเส้นทาง 1081 เช้านี้จะมีแต่หมอกคลอเคลียภูเขาตลอดเส้นทาง


ตรงไหนสวยผมก็จอดถ่ายข้อดีคือถนนเส้นนี้มีไหล่ทางที่กว้างและโค้งอับสายตาไม่ค่อยมี สามารถจอดถ่ายรูปได้ง่ายมากถ้าคุณจอดไหว


มาถึงโค้งรูปตัว U อาจจะไม่ค่อยมีคนจอดเท่าไหร่แต่วิวมันก็สวยใช้ได้


เดินมาที่ขอบถนนมองกลับไปทางที่เราวิ่งมาจะเจอวิสวยๆโล่งกว้าง

ซูมไปดูถนนตัว S เส้นทางที่เราพึ่งผ่านมาก่อนหน้านี้



ถ้าไม่ซูมก็ประมาณนี้ เห็นไหมรูปไหนก็มีหมอกติดมาตลอด ถนนสายหมอกของแท้เลย

ไปต่อครับ



จอดอีกแล้ว ก็มันสวยไม่ให้จอดได้ไง





และแล้วก็มาถึงโค้งเลข 3

เช้านี้เป็นของเราเพียงผู้เดียวไม่มีคนเลยจ้า

จัดมุมสวยๆให้พี่ไทรทันก่อน

สวยจริงจะกี่ครั้งก็ยังชอบ




อ้าวเปลี่ยนชุดแล้วหรอเมียจ๋า ไวจริงๆ


เดินไปเรื่อยๆเดี่ยวกดถ่ายรัวๆก็จะเจอรูปที่สวยเอง


อ้าวไอ้หมูของพ่อก็เปลี่ยนชุดแล้ว วิ่งให้เต็มที่เลย แต่ชิดในหน่อยเผื่อรถมา


รองเท้าไม่แดงไม่มีแรงเดิน





ถ่ายอยู่สักพักเอ้าฝนตกอีกและ ไอ้ลูกสาวเข้ารถก่อนพอแล้วเดี่ยวพาไปเดินที่ใหม่

รถเท่ๆกับวิวสวยๆอีกสักรูปไปต่อครับ

สดชื่นเหลือเกินเช้านี้

ฝนยังคงตกๆหยุดๆ ถนนจึงเปียกตลอดเวลา แต่ไม่มีปัญหาเราก็แค่ลดความเร็ว ได้เห็นธรรมชาติมากขึ้นด้วย


ให้ภาพบรรยายตัวมันเอง





แวะจุดชมวิวอีกรอบก่อนถึงบ่อเกลือตรงนี้ก็วิวสวย


ไอมนุษย์ตื่นเต้นอะไรข้าเห็นมาตั้งแต่เกิดทุกวันน





มาถึงบ่อเกลือสักทีใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงกับสันติสุขมาบ่อเกลือ

ตอนนี้ฝนแรงขึ้นหมอกก็เยอะขึ้นไปอีก จะ10โมงแล้วนะยังไม่เห็นแสงแดดเลยวันนี้



สายแวะครับแข่งกันได้เรื่องนี้ จอดมันทั้งทางไม่ถึงสักที 555

ก่อนจะเข้าสะปัน เราจะเลยไปดูนาขั้นบรรไดบ้านเวรครับ เลยสะปันไปประมาณ 30 นาที


ตรงจุดนี้เป็นจุดที่เลยป้ายบ้านเวรมาประมาณ 2-3 โลครับ วิวจะอยู่มุมสูงสวยงามเหมือนกัน


เขียวมากๆตอนนี้ฝนก็ยังตกไม่หยุด




จากนั้นย้อนกลับมาตรงป้ายบ้านเวรที่ทำเป็นจุดชมวิวตรงนี้อยู่ตรงโค้งพอดีเลย แต่มีไหล่ทางสามารถจอดได้ครับไม่ขัดขวางการจราจรครับ

นาขั้นบันไดกับสายหมอก




ฝนตกปรอยๆถ่ายรูปได้ โดนฝนโดนลมบ้างจะได้แข็งแรง

ให้พ่อมีรูปบ้างน้อ อิอิ


สายน้ำขุนเขานาขั้นบันได ครบเลยจุดนี้









ถ่ายจนหนำใจเรากลับไปที่สะปันที่นอนคืนนี้กัน






ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านสะปัน 11 โมงกว่ามื้อเที่ยงพอดี มื้อนี้เลยฝากท้องที่ร้าน ครัวครูผึ้งที่ใครๆมาก็ต้องกิน

ผัดซีอิ้วอร่อยมากครับชอบมากสั่งใส่กล่องไปกินเสริมมื้อเย็นวันนี้ด้วยอีกกล่อง

ครัวครูผึ้งนี้อยู่ติดสะพานสะปันเลยมาถึงต้องผ่านทุกคนหาไม่ยาก


แหล่งโอโซนชั้นดี เที่ยงแล้วยังมีหมอกอยู่บนยอดเขาให้ดู



ในสะปันคนเริ่มมีพอสมควรถึงจะเป็นวันธรรมดาครับ

แล้วเราก็ขึ้นมาที่วัดสะปันลานกางเต้นท์หยุดเวลา

วิวสวยมากๆ

สมคำล่ำลือจริงๆต้องมาดูกันเองวิวแบบภูเขาอลังการอยู่ใกล้ๆข้างล่างมีนาเป็นมุมที่ลงตัวสวยมากครับ



ขอทางให้หนูเดินหน่อยกำลังหัดวิ่ง หากกดดูในคลิปจะเห็นว่ามือใหม่หัดวิ่งมันก็ต้องเจ็บตัวกันบ้างด้วยความที่เป็นเนินลูกสาวเดินลงเนินเร็วไปหน่อยรองเท้าหลุดหน้าขมำ ปากแตกไปหนึ่งที นี้ละน้าชีวิตต้องเรียนรู้




โอ๋ๆร้องไห้ อยู่แปปเดียวก็หายเจ็บเดี่ยวเดินต่อได้





เดินลงมาบ้านหยุดเวลา



วิวดีสวยงามเราไม่ได้พักไม่กล้าเข้าไปถ่ายข้างๆพอ


ก่อนเข้าที่พักแวะไปน้ำตกสะปันอีกนิด

ด้วยความที่เป็นป่าข้อนข้างดิบชื้นมากบันไดก็ลื่นเราเลยอุ้มลูกไม่ให้เดิน


แต่พอเดินเลยบันไดไปรู้สึกว่ามันมียุงด้วยตัวอย่างใหญ่ ก็เลยกลัวจะกัดลูกสาวเลยตัดสินใจกลับดีกว่าไว้รอเขาโตอีกหน่อยค่อยมาเดิน ป่ามันค่อนข้างทึปไปหน่อยครับ ฝากไว้ก่อนน้ำตกสะปัน



เข้าที่พักเราคืนนี้คืนแรกเราจะนอนรีสอร์ทกันที่ สะปันดาว ที่พักพึ่งเปิดใหม่สดๆร้อนๆเดือนกันยาที่เราไปพอดี ก็เลยจองเลย ที่สะปันดาวตั้งอยู่ใกล้ๆวัดสะปันเลยขึ้นมานิดหน่อย

ที่นี้เป็นคาเฟ่ด้วยแวะมาทานเครื่องดื่มได้ถ้าไม่ได้พัก


วิวจากระเบียงของ Lobby ตรงคาเฟ่



มาดูห้องพัก วันที่ไปเราได้ราคา 2500บาทพร้อมโปรโมชั่นฟรีหมูกระทะชุด599 ก็เลยถือว่าคุ้มอยู่ในงบเพราะมีมื้อเย็นให้ด้วย ห้องของเราชื่อบ้านแมงป่อง

ห้องไม่ใหญ่มากพอประมาณ มีแอร์มีอาหารเช้า

แต่มีระเบียงหน้าห้องที่วิวสวยมาก

นั่งเล่นชิวๆริมระเบียง

วิวจากระเบียงหน้าห้องพัก





นั้งเล่นนอนเล่นตามสบายอากาศเย็นๆหนาวนิดๆ



ตกเย็นกินหมูกระทะ



ชุดนี้สำหรับสองคนอิ้มแปล้ะครับ

ตกกลางคืนฝนตกลงมาอีกแล้วทำบรรยากาศหนาวเย็นเข้าไปอีก

มาดูความโกลาหลของอากาศยามค้ำคืนหลังจากฝนตกๆหยุดๆ หมอกก็พัดไปมาตลอดเวลาและมีไฟดับไปแปบนึง




ดื่มด่ำบรรยากาศอยู่แล้วก็เข้านอนกันคืนแรกครับ

หลับสบายมากเมื่อคืน ความขี้อ้อนของลูกสาวเช้าๆจะมาเปิดแขนนอนกับแขนพ่อแขนแม่ตลอด ขี้อ้อนจริงๆ

อรุณสวัสดิ์เช้านี้ตื่นมากับสายฝนและสายหมอกจะไม่ให้เห็นพระอาทิตย์กันเลยใช่ไหมทริปนี้

ตื่นแต่เช้าเลยลูกสาวแอร์เย็นเจี้ยบเทื่อคืน

มานั้งดูสายหมอกยามเช้าหน้าห้องกันหน่อย






ซูมไปดูใกล้ๆ




คุยกะหนุ่มข้างห้อง






ทั้งหมดนี้ถ่ายจากระเบียงห้องพักหมดเลย







ฝนกระหนำอีกชุดครับเดินมากินมื้อเช้าอาหารแบบบุฟเฟต์


รสชาติอร่อยตามตราฐานทั่วไปครับ












กลับมาห้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดเตรียมเช็คเอ้าไปต่อ




หมอกยังมีตลอดเวลา



บันไดตรงนี้มันเปียกฝน ทำแม่ฟางดูเกร็งๆนะ มันสูงจะเสียวหน่อย555


สรุปเลยสะปันดาวเป็นที่พักที่วิวว้าวมากๆ อุปกรณ์ครบครัน
ถ้าบ้านหลังใหญ่จะมีอ่างน้ำด้วย เป็นอีกตัวเลือกที่ดีครับ


ฝนหยุดพอดี

อดทนเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เผ้ารอ








อันนี้ถ่ายจากในรถตอนขับลงจากบ้านสะปันดาว

บ้ายบายสะปันและจะกลับามาใหม่เพราะยังไม่ได้ไปบ้านห้วยโทนและห้วยหมี ทริปนี้ระบบขับ4เจ้าไทรทันเสีย ตัวโซลีนอยซ์พังรออะไหล่ อะไหล่มันมาตอนกลับจากน่านได้ 2 วัน เสียดายถ้าขับสี่ไม่พังจะขึ้นไปห้วยโทนสะหน่อย แปะไว้ก่อน

ลงมาแวะบ่อเกลือสินเธาว์ในวันที่เงียบเหงา



ร้านค้าร้านรวงต่างปิดกันเกือบหมดคงด้วยเพราะโควิดที่ปิดบ่อเกลือมานาน

ออกจากบ่อเกลือมุ่งหน้าทะลุหมู่บ้านมาเรื่อยๆเพื่อมาออกถนนอีกที



วันนี้เราจะไปนอนปัว โดยใช้เส้น 1256ขึ้นผ่านดอยภูคา

ขับมาไม่นานก็แวะพักที่จุดชมวิว 1715 มาทีไรไม่เห็นวิวสะทีจุดชมวิวนี้สงสัยไม่มีดวง




ตลอดถนน 1256 ก็มีหมอกให้ดูตลอดทางแต่ว่าถนนจะค่อนข้างแคบไม่มีไหล่ทางมากจอดถ่ายรูปไม่ได้


จนมาเจอจุดนี้ที่เป็นทางตรงยาวสามารถจอดถ่ายรูปได้และมีทางเข้าสวนของชาวบ้านเลยแอบจอดซะหน่อย

หมอกสวยๆข้างทางตรงนี้ระหว่างทาง




วิวมันว้าวสดชื่นมากๆ





อีกด้านก็เขียวขจีสุดๆ




ลงมาถึงปัวก็ขึ้นไปดอยสกาดทันที ระยะทางไม่ไกลจากปัวประมาณ 30นาที เส้นทางตรงนี้ก็สวยเหมือนกันแต่ทางแคบจอดไม่ได้และโค้งมุมอับเยอะ



หมู่บ้านใหญ่เหมือนกันนะเนี้ย


มาแวะที่สกาดคอฟฟี่ กินมื้อเที่ยงด้วยเลย มาถึงตอนบ่ายโมงกว่า

ผัดไทยอร่อยครับ




พึ่งจะเห็นแดดจัดๆก็บนสกาดนี้แหละทริปนี้






วิวสวยครับวิวภูเขาเด็ดจริงแนะนำขึ้นมาเที่ยวกันหรือจะนอนสักคืนก็ได้แล้วแต่จัดทริปกันเลย


โอ้ยแดดแรงพ่อแสบตา






ลงมาถึงปัวคืนนี้จะไปกางเต็นท์แวะซื้อเสบียงอาหารเย็นวันนี้ง่ายๆข้าวกล่อง 7-11


มาถึงที่นอนคืนนี้เกือบบ่ายสี่ ได้ดิบได้ดีฟาร์มสเตย์เดินเล่นทุ่งนาก่อน ที่นี้เป็นคาเฟ่มีร้านอาหารพิซซ่าเตาฟืนด้วยแต่ดั้นร้านอาหารปิดวันพุธวันที่เรานอนพอดี ก็เลยอดกินพิซซ่าเลย








มีรุ้งกินน้ำด้วยหลังฝนหยุดพอดี



ที่นี้มีลำน้ำต้องข้ามด้วยแต่ถ้าไม่ใช่รถกระบะก็จอดฝั่งที่เราจะกางเต็นท์และเดินข้ามสะพาน




กางเต็นท์เสร็จสี่โมงกว่า พอไม่มีฝนก็ร้อนเลย

ช่วงที่ไปฝนเยอะไปหน่อยทำให้น้ำแดงแต่เล่นได้อยู่เดี่ยวจะพาลูกสาวเล่นน้ำกับควายหน่อย




สีเหลือง = yello




แม่ฟางหน้าเริ่มเนื่อยๆ



แม่เริ่มเหนื่อยวิ่งตามจับเกลไม่ไหวแล้วนะ 555




ก็มันซนอย่างกะลิงแบบนี้





วิวดีไหมละ


เริ่มเย็นแล้วอากาศกำลังดี


เหมาลานคืนนี้






พี่เอาควายมาอาบน้ำแล้ว








เราก็เลยพาไอหมูเกลไปเล่นน้ำกะพี่ควาย


น้ำเย็นสดชื่นมาก






เล่นน้ำกันเส็รจทั้งคนทั้งควายก็ไปอาบน้ำกัน

มื้อเย็นวันนี้กินของ่ายที่ซื้อมาก่อนเข้า วันนี้มีแค่ผมที่มากางเต็นท์ที่นี้เหมาลานไปเลย

วันที่ไปพระจันทรสว่างมากรูปนี้ถ่ายตอน สามทุ่มแต่แสงสว่างมากไม่มีไฟถนนสักดวงมีแค่ไฟในเต็นท์





แล้วก็เข้านอนอากาศตอนกลางดึกหนาวพอสมควรเลยนอนสบายมาก ลูกสาวตื่นมางอแงหน่อยตอนตี 4 แล้วก็หลับต่อถึงเช้า


อากาศหนาวต้องใช้ผ้าห่มพัดลมเปิดเบาๆให้ลูกคนเดียว

อรุณสวัสดิ์เช้านี้สายหมอกเบาๆคลอเคลียเขา

ลืมบอกค่ากางเต็นท์คนละ 150 บาท มีห้องน้ำเดินข้ามไปเข้าฝั่งคาเฟ่ครับ ไม่มีไฟฟ้าต่อมาที่กางเต็นท์ แต่ชาร์จไฟที่ตรงคาเฟ่ร้านพิซซ่าได้พี่เขามีไฟโซล่าเซล




สดชื่นมากเช้านี้อากาศเย็นๆสบาย


น้ำค้างที่ยอดข้าว









กลางดึกมีฝนตกนิดหน่อยเบาๆ

ขึ้นมาดูไอลูกสาวมันยังไม่ตื่นเลยสงสัยทดเวลาบาดเจ็บอยู่ดีๆก็งอแงตอนตี 4 ตื่นมาครึ่งชั่วโมง

หรือว่าอากาศมันดีหนูเลยยังนอนต่อต่างหาก

ตื่นแล้วลูกสาวเดินล่นนกันหน่อย





กล้วยหอมมื้อเช้าแสนอร่อยของหนู

เก็บเต็นท์เสร็จสายๆขับข้ามไปอาบน้ำ





ถ่ายรูปเล่นกันก่อน





ก่อนอาบน้ำขอเล่นน้ำอีกรอบนะคะคุณพ่อ


หวงยางประจับกายของหนูเอง





ตอนเช้าน้ำใสขึ้นแต่ยังแดงๆหน่อย แต่เย็นมากๆถ้าตอนน้ำใสๆจะแจ่มเลย



อาเกลหนาววพ่อพอดีกว่า






อาบน้ำเปลี่ยนชุดกันหมดแล้วเตรียมกลับ




ขอตั้งกล้องถ่ายรูปครอบครัวหน่อย เกลไม่ให้ความร่วมมือเลยย 555




ชิลสุดๆวันนี้กว่าจะออกได้ 10โมงกว่า

บรรยากาศดีมากจริงๆ


ออกมานิดเดียวเจอร้านก๋วยเตี๋ยวแวะเติมพลังมือ้เช้าก่อน


ก๋วยเตี๋ยวเรือลั่นทุ่ง รสชาติอร่อยมาก

อาหารเสร็จตบด้วยคาเฟ่เอาใจแม่บ้าน ที่ นา เขา เรา น่าน


ค่าเฟ่กลางหุบเขาในปัวความสูงนิดหน่อยมีวิวทุ่งนาสวยๆ













อยู่กันจนถึง11.30 ก็ได้เวลาเดินทางกลับบ้าน

ท้ายสุดแวะเข้าเมืองอีกนิด

ปิดท้ายเมืองน่านทริปนี้ด้วยซุ้มลีลาวดี



สวยงดงามเหมือนเดิมครับ







เวลาหนูยิ้มโลกสดใสมากพ่อชอบ










หนูหิวอ่ะขอกินใบไม้ได้ป่ะ

ออกจากเมืองน่านบ่ายโมงพอดี ยิงยาวเข้า กทม

มาแวะเติมน้ำมันถังที่3 ที่เด่นชัยตอนบ่าย 3 โมง

และกินข้าวที่ร้านตามสั่งตรงหน้าปั้มเลย กระเพราเนื้อเด็ดมาๆใครผ่านเด่นชัยแวะทานกันได้


กระเพราเนื้อสีออกจะคล่ำๆแต่เนื้อนุ่มหอมมันมาก


จากนั้นก็ยิงตรงถึงบ้าน 3ทุ่มกว่าเวลากำลังสวยงาม จบทริปอย่างสวยงามครั้งนี้เป็นอีกทริปที่ประทับใจสุดวิวสวยมากๆตลอดทั้งทริปได้พาลูกเมียเปลี่ยนบรรยากาศบ้างอยู่แต่บ้านทั้งวันบางทีก็สงสารเมีย
สรุปค่าใช้จ่าย
เอาหลักๆ
ค่าน้ำมัน 5000 พอดีเป๊ะ
เติมไป 187.35 ลิตร วิ่งไป1650 โล
เท่ากับ โลละ3.03บาท ตก 8.8โลเมตรต่อลิตร
ค่าที่พักสะปันดาว 2500 บาท
ค่ากางเต็นท์ ได้ดิบได้ดี 300 บาท
ที่เหลือค่ากินค่าคาเฟ่ รวมๆแล้วทริปนี้หมดประมาณ 10000 พอดี โอ้ยจุกเลยไม่มีคนช่วยหารทริปนี้ ทริปหน้าว่ากันใหม่หาคนไปเที่ยวด้วยดีกว่า 555
แล้วพบกันใหม่กับคู่รักตะลอนเทัวร์ครอบครัวตะลอนเที่ยว วันนี้สวัสดีจ้า
#เที่ยวทั่วไทยไปกับไทรทัน #เหลี่ยมพาเที่ยว

เหลี่ยมพาเที่ยว
วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 13.44 น.