เดย์ทริปหมู่เกาะรัง หนึ่งวันในทะเลสวรรค์ของเมืองต้องห้าม... พลาด รีวิวโดย นายสองสามก้าว / A Life, A Traveller

วันว่างวันลาหยุดงานมาถึง คิดจะหาที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจสักที่ มักไม่มีอะไรดีกว่าการเที่ยวทะเล (หรือเปล่า?) โอ้ทะเลแสนงามฟ้าสีครามสดใสคิดว่าใครก็คงต้องชอบ (ล่ะมั้ง?) ปีก่อนผมมีทริปเที่ยวเกาะต่างๆ ในทะเลไทยเยอะมากครับรวมแล้วมากกว่าสิบเกาะ ส่วนใหญ่เป็นทะเลภาคใต้ แต่สำหรับปีนี้หมุดหมายแห่งแรกไม่ใกล้ไม

เดย์ทริปหมู่เกาะรัง หนึ่งวันในทะเลสวรรค์ของเมืองต้องห้าม... พลาด

เดย์ทริปหมู่เกาะรัง หนึ่งวันในทะเลสวรรค์ของเมืองต้องห้าม... พลาด


วันว่างวันลาหยุดงานมาถึง คิดจะหาที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจสักที่ มักไม่มีอะไรดีกว่าการเที่ยวทะเล (หรือเปล่า?) โอ้ทะเลแสนงามฟ้าสีครามสดใสคิดว่าใครก็คงต้องชอบ (ล่ะมั้ง?) ปีก่อนผมมีทริปเที่ยวเกาะต่างๆ ในทะเลไทยเยอะมากครับรวมแล้วมากกว่าสิบเกาะ ส่วนใหญ่เป็นทะเลภาคใต้ แต่สำหรับปีนี้หมุดหมายแห่งแรกไม่ใกล้ไม่ไกล คือการเดินทางสู่เกาะช้าง จังหวัดตราด หนึ่งใน 12 เมืองต้องห้าม... พลาด ของ ททท. ทว่าจุดประสงค์หลักคือการซื้อเดย์ทริปไปดำน้ำตื้นที่หมู่เกาะรังครับ เกาะช้างเป็นเพียงที่หลับที่นอน เลยขอรีวิวเฉพาะส่วนที่ตั้งใจมาเที่ยวแล้วกัน

ต้องออกตัวนิดหน่อยครับว่า การมาสน็อคเกิ้ลที่หมู่เกาะรังเป็นครั้งที่สี่ของผมแล้ว ความตื่นเต้นกับอะไรๆ มันเลยย่อมน้อยลงบ้าง รูปบางส่วนก็อาจขาดหาย ไม่ได้ถ่ายรายละเอียดมาทั้งหมด ไม่ครบถ้วนอย่างไรขออภัยไว้ด้วย

ก่อนจะไปเที่ยวต้องมารู้จักกันก่อนครับว่าเกาะรังเป็นหมู่เกาะหนึ่งในทะเลตราด อยู่ตรงกลางระหว่างเกาะช้าง กับเกาะกูด ใกล้กับเกาะหมาก โดยเกาะทั้งหมดของหมู่เกาะรังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ไม่มีการเปิดสัมปทานให้ใครมาทำรีสอร์ทที่พักจึงรับประกันว่าธรรมชาติสุดๆ เกาะใหญ่สุดคือเกาะรังนั่นแหละ ราวๆ 2.6 ตารางกิโลเมตร จินตนาการเอาครับว่าใหญ่เล็กขนาดไหน

วิธีเที่ยวเกาะรังง่ายที่สุดคือซื้อทัวร์นำเที่ยวหนึ่งวันจากเกาะช้างครับ มีหลายเจ้ามากมายหาซื้อได้ทั่วไป ทั้งเรือใหญ่และสปีดโบ๊ท เรียกว่าทริปดำน้ำสี่เกาะ (เกาะยักษ์ เกาะโล้น เกาะรัง เกาะหวาย หรือบางเจ้าอาจเพิ่มเกาะมะปริงเป็นห้าเกาะ) ซึ่งเกาะทั้งหมดอยู่ในบริเวณเดียวกัน ห่างกันไม่กี่สิบกี่ร้อยเมตร

เรือสปีดโบ๊ตอาจขึ้นได้หลายที่ แต่เรือใหญ่ต้องมาขึ้นที่ท่าเรืออ่าวบางเบ้า ทางตอนใต้สุดของเกาะช้างเหมือนกันหมดทุกบริษัท เท่าที่โทรศัพท์เช็คกับหลายที่มีราคาเท่ากันคือ สปีดโบ๊ท 900 บาท เรือไม้ใหญ่ 650 บาท ต่อคน ซึ่งมีข้อดีข้อเสียไปคนละแบบครับ สำหรับผมขอของถูกเอาไว้ก่อนเป็นหลัก

ผมเลือกจองกับเกาะช้าง โบ๊ท ทริป เพราะคราวก่อนเคยมากับที่นี่แล้วโอเค ไม่ได้ดีเลิศเลอแต่ก็ไม่มีข้อเสียหายอะไร โทรศัพท์ไปจองตอนอยู่บนเกาะช้างแล้ว เขาแจ้งมาว่าผมพักอยู่ที่คลองสนพ้นพื้นที่ที่เขาจะรับ-ส่ง ซึ่งผมไม่มีปัญหาเพราะตั้งใจขี่มอเตอร์ไซค์ไปเองแต่แรก ส่วนหากพักตั้งแต่หาดทรายขาวเป็นต้นไป ของบริษัทไหนเขาก็จะรับ-ส่ง ทั้งนั้นครับ

เกริ่นแค่นี้คร่าวๆ พอแล้ว ไปลงทะเลกันเลยดีกว่า

ทริปเริ่มต้นที่อ่าวบางเบ้า ผมขี่มอเตอร์ไซค์มาจากคลองสนประมาณครึ่งชั่วโมง ถนนบนเกาะช้างใครเคยไปจะรู้ว่าชันพอสมควร ใครขับหรือขี่รถเที่ยวก็ระมัดระวังกันหน่อยนะครับ

ตามโปรแกรมบอกว่าเรือออกเก้าโมง พอถึงเวลาก็เลทตามฟอร์ม ผมขึ้นเรือคนแรกนั่งรออยู่ประมาณชั่วโมง กว่าจะเริ่มเดินทางคือเก้าโมงครึ่ง ทั้งลำมีคนไทยอยู่สองกรุ๊ปรวมผมแล้ว ที่เหลือเป็นฝรั่งกับจีนครับ

เรือแล่นมาเรื่อยๆ เอื่อยๆ ชมวิวเพลินเกือบชั่วโมงครึ่งจึงถึงจุดดำน้ำจุดแรก เกาะยักษ์หรือยักษ์ใหญ่ ตลอดทางมาฟ้าเปิดๆ ปิดๆ พอเรือจอดจุดดำน้ำปุ๊บก็โชคดีแดดมาพอดี ประทับใจตาโตต้องร้องว้าว แทนที่จะหยิบสน็อคเกิ้ลก็ต้องสลับมาหยิบกล้องถ่ายรูปมาลั่นชัตเตอร์แบบรัวๆ ก่อนที่แดดจะหลบหลังเมฆ ซึ่งถ้าวันฟ้าเคลียร์แดดสุดๆ รับประกันว่าดูใสกว่านี้อีกหลายดีกรีเชียวล่ะ

ถ้ายรูปข้างบนหนำใจแล้วก็มาว่ากันใต้น้ำบ้าง ถือว่าโอเคสำหรับการดำน้ำที่นี่ มีปะการังให้ดูพอสมควร แต่คงไม่สามารถไปเทียบกับทางใต้ได้นะครับ

เขาปล่อยให้ดำน้ำจุดแรกประมาณ 40 นาที ขึ้นมาก็ใกล้เที่ยงแล้ว พอขึ้นเรือก็ไปตักข้าวกินกันบนเรือนั่นแหละ กับข้าวง่ายๆ ผัดวุ้นเส้น ไข่เจียว แกงเขียวหวาน ก็โอเคนะไม่ได้เลวร้าย ผมไม่ได้ถ่ายรูปมานะครับ เพราะไม่ใช่แนว (ฮา...)

กินไปกันไปเรือก็แล่นมาจอดเกาะที่สองคือเกาะรัง ตรงหาดศาลเจ้า (เพราะมีศาลเจ้าตั้งอยู่) ซึ่งถ้าเป็นสปีดโบ๊ทจะจอดถึงชายหาด แต่เรือใหญ่เข้าไม่ถึงหาดต้องว่ายน้ำเข้าไปอีกนิดหน่อยครับ ดังนั้นใครมีกล้องต้องพกโอเชียนแพ็คมาด้วย คราวนี้ผมไม่พลาด เพราะคราวก่อนพลาดมาแล้วได้แต่ตาละห้อยถ่ายรูปบนเรือไม่ได้ลงหาด

แต่ถึงหนนี้ผมได้ขึ้นหาดได้ก็ต้องมานั่งจ๋อยครับ เพราะฟ้าดันไม่เป็นใจแดดหลบหลังเมฆครึ้ม ความสวยของทะเลเลยหายวับไปหมด แล้วก็เลยแทบไม่ได้ถ่ายภาพมาด้วยครับ ทำใจกดชัตเตอร์ไม่ลง (เศร้า...)

เดินเล่นแบบซึมๆ เล็กน้อยบนเกาะรังก็ได้เวลาไปต่อ เกาะต่อมาอยู่แค่นิดเดียวนั่นแหละครับ คือเกาะยักษ์เล็ก หรืออีกชื่อว่าเกาะโล้น ตอนมาถึงแดดยังไม่มาเลยกระโดดตูมลงน้ำดีกว่า ดำผุดดำว่ายเพลินสนุกสนานมาก สวยกว่าจุดแรกนิดหน่อย

ครบกำหนดเวลา ขึ้นมาบนเรือ ใกล้เวลาเรือจะออกปรากฏว่าจู่ๆ ฟ้าเปิดโล่งซะอย่างนั้น พอได้แดดมาทะเลเลยสวยใสสุดๆ ผมรีบกระโจนไปกดชัตเตอร์แบบมือเป็นระวิง ได้มาไม่กี่มุมแต่พอปลอบใจได้อยู่ ทะเลตราดนี่พอได้แดดดีๆ แล้วงามล้ำจริงครับ

หลังออกจากเกาะโล้น ฟ้าเปิดใสเชียว เรือวิ่งไปเรื่อยๆ กลับไปทางเกาะช้าง มีเป้าหมายอยู่ที่เกาะหวาย เป็นเกาะที่สี่และเกาะสุดท้าย ระหว่างทางมีการแจกของว่าง บาร์บีคิวไก่ไม้นึง ข้าวโพดต้มหนึ่งในสี่ของฝัก แตงโมสองชิ้น สับปะรดสองชิ้น หมดภายในพริบตา

สักพักใหญ่มาถึงแล้วครับเกาะหวาย เกาะนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ (แต่ไม่ใช่อยู่ในหมู่เกาะรัง) เล็กกว่าเกาะรังนิดหน่อย มีรีสอร์ทเปิดให้บริการอยู่บ้าง สองครั้งแรกผมมาสปีดโบ๊ตจะไปจอดที่หาดหน้าเกาะหวาย รีสอร์ท ส่วนครั้งก่อนกับครั้งนี้มาเรือใหญ่จอดที่เกาะหวาย ปะการัง ทั้งสองหาดเป็นทรายสีน้ำตาลแดงเหมือนกันครับ ตัวผมชอบที่เกาะหวาย ปะการัง มากกว่า

ชายหาดตอนน้ำลงกว้างขวาง นักท่องเที่ยวสนุกสนานถ่ายรูปกันไป จนเรียกขึ้นเรือล่ะครับ บนเกาะมีที่พักไม่กี่แห่ง ไม่หรูหรามาก แต่ราคาก็ไม่ได้สูงมากนักเช่นกัน หวังว่าจะมีโอกาสมานอนติดเกาะกลางทะเลตรามแห่งนี้สักครั้งในอนาคตนะ

เดินทางกลับจากเกาะหวายสู่เกาะช้างก็ใกล้เย็นย่ำพอดี จบหนึ่งวันกับทริปหมู่เกาะรังแบบสนุกสนานเหมือนเคยครับ แม้แอบเคืองท้องฟ้าบางช่วงเวลาที่ไม่เป็นใจก็ตาม (ฮา...)

ขากลับจากเกาะช้างวันถัดมา ได้คุยกับทางที่พัก เขาบอกว่าตอนนี้อุทยานฯ สร้างบ้านพักที่เกาะรังเสร็จแล้ว หากใครอยากค้างที่เกาะก็ลองติดต่อไปเดย์ทริปกับทัวร์ต่างๆ ให้เขาไปส่งที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พอวันกลับเดี๋ยวเขาก็มารับเรา เป็นวิธีเดียวกับหมู่เกาะอ่างทองและบางเกาะในทะเลใต้ ใครอยากไปเที่ยวแบบนี้ลองติดต่อกับทัวร์ที่เลือกซื้อและทางอุทยานฯ ดูนะครับ

สำหรับผม ตอนแรกคิดว่าบางทีคงเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับเกาะรัง เพราะเป็นรอบที่สี่แล้ว แต่พอรู้ว่ามีแบบนี้ เดี๋ยวอีกสักสองสามปีมีแววได้กลับมาอีกแน่เลย (ฮา...)

ซัมเมอร์นี้ไม่ว่าจะเลือกเที่ยวทะเลที่ไหนขอให้สนุกสนานนะครับ


ใครสนบล็อกรีวิวอื่นของผม อยากคุยเรื่อยเปื่อย สอบถามข้อมูล (ถ้าผมมีให้นะ) ชวนเที่ยว ก็ยินดียิ่งครับ

>>> https://www.facebook.com/alifeatraveller

หรือ

>>> https://alifeatraveller.wordpress.com



ความคิดเห็น