บอกเขาที ว่าฉันรัก "เขา" (สัมผัสไอหนาวที่ดอยขุนตาล) รีวิวโดย หญิงเถื่อน Solo Traveler

สวัสดีคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา :) กลับมาเจอกันอีกแล้ว ทริปนี้ บอกเขาที ว่าฉันรัก "เขา" ไปกอดไอหนาวท่ามกลางขุนเขา ดอยขุนตาลนั้นเอง แต่ทริปนี้ไม่ได้ไปคนเดียวนร่ะ มีเพื่อนรักไปอีกคน จะขึ่นเขา ขึ้นดอย เที่ยวแบบนี้ต้องมีเพื่อนที่รู้ใจสไตล์เดียวกันไปด้วย เพราะจะได้เป็นเพื่อนกันและจะได้คอยลาก

บอกเขาที ว่าฉันรัก "เขา" (สัมผัสไอหนาวที่ดอยขุนตาล)

บอกเขาที ว่าฉันรัก "เขา" (สัมผัสไอหนาวที่ดอยขุนตาล)


สวัสดีคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา :)

กลับมาเจอกันอีกแล้ว ทริปนี้ บอกเขาที ว่าฉันรัก "เขา" ไปกอดไอหนาวท่ามกลางขุนเขา ดอยขุนตาลนั้นเอง

แต่ทริปนี้ไม่ได้ไปคนเดียวนร่ะ มีเพื่อนรักไปอีกคน

จะขึ่นเขา ขึ้นดอย เที่ยวแบบนี้ต้องมีเพื่อนที่รู้ใจสไตล์เดียวกันไปด้วย เพราะจะได้เป็นเพื่อนกันและจะได้คอยลากกันขึ้นไป

ให้ถึงบนดอย 5555+ บอกตรงๆ เหมือนตลอดทางแต่ก็ไป ใจก็แบบ ถึงดิมันต้องถึง เพื่อนก็คอยช่วยให้กำลังใจ

"มาแล้วนะ มาทั้งที ขึ้นยอดเลย"

เอาวะ ยอดก็ยอด....แล้วถึงจนได้ เอาละ เข้าเรื่องเลยดีกว่า


วันศูกร์ที่ 9 ธันวาคม 2559 เวลา 22.00 น.

"เข้าสู่โหมดเดินทาง"


ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง

ชมพู่ : ซื้อตั๋วไปขุนตานค่ะ

เจ้าหน้าที่ : ยืนนะครับ ตั๋วนั่ง นอนมดแล้ว

#บรรลัยเกิด 14 ชั่วโมง ขุ่นพระ เอ้า ยืนก็ยืนว่ะ แต่ขึ้นไปก็ไปนั่งเลยกะว่ามีใครเดินมาแสดงความเป็นเจ้าของที่นั่งค่อยลุก

แต่ก็ยังมีความโชคดีอยู่ที่ เรากับเพื่อนไปนั่งฉึ๊บที่ ที่นั่งที่ 15-16 ซึ่งเจ้าหน้าที่มากั้นป้ายที่หลังว่าเป็นที่นั่งสำรองของพระภิกษุ สามเณร หมายความว่า ที่นั่งตรงไม่ขายไง ถ้ามาพระมาเมื่อไรค่อยลุก นั่งยาวไป อากาศเย็นสบายและเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ เริ่มหนาวจนต้องดึงผ้ามาห่มเนี่ยน่าจะช่วงสถานีสวรรคโลก ถ้าไม่ใช่คนติดหรูอะไร เดินทางแบบนี้ก็ได้ฟิวไปอีกแบบ


วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2559 รู้สึกตัวว่าตื่นช่วงประมณ 06.00 น.

"โหมดอดทนรอถึงจุดหมาย"


❄ทริปนี้เริ่มต้นที่ เพื่อนทักแชทมาว่า
เพื่อน:อยากเดินป่า ...
ชม:ป่าไหน
เพื่อน:ดอยขุนตาล.....
ชม:...(ไปหารีวิวอ่านแปป).. .ไปเมื่อไรดีละ...
และลงท้ายคือตกลงปลงใจจัดทร ิป(ใจง่ายเน๊อะไม่มีหยึกยักเลย -..- )

🗻10 ธ.ค 59 ถึงจุดหมายไม่เลทมากนัก สิบเอ็ดโมงกว่าๆเดินถ่ายรูปตั้งแต่ข้างล่าง ทางเดินขึ้นอุทยาน ทางเดินโครตชัน หอบตั้งแต่ยังไม่ถึง1กิโลดี ที่พักของเรา เราเข้าพักเป็นเต้นท์ (270บาทต่อหลังมีแผ่นรองนอนผ้าห่มและหมอนให้) อาหารของที่พักมีไม่กี่เมนู รสชาติก็พอกินให้อิ่มได้ มาม่ามี น้ำร้อนมีบริการ ขนมมีขาย ที่ศูนย์บริการนักทีองเที่ยว ตรงนั้นจะมีชานเล็กไว้นั่งจิบกาแฟ ชาร์ตแบตอะไรก็ได้นะ ตัวเรากางเต้นท์ที่ลานชมดาวข้างศูนย์ฯแหระ กลางคืนก้อมานั่งชาร์ตแบตก่อนเข้าเต้นท์



🗻 วันที่ 11 ธ.ค 59 ตั้งใจจะเดินขึ้นไปบนยอดดอย ตีสามครึ่งแต่ทว่า เราไม่ได้เอาไฟฉายมากัน มองรวมๆแล้วมันมืดมาก เลยรอเปนตีห้า แต่ก็ยังมืดอยู่ดี ผีเผอไม่กัวหรอกกลัวตกเขาตายเลยรอฟ้าสว่าง สรุปแล้วตื่นหกโมงล้างหน้ากินข้าวเริ่มเดินแปดโมงเกือบครึ่ง ถึงยอดดอยประมาณสิบเอ็ดโมงกว่าๆน่าจะได้แล้วใช้เวลาลงมาถึงข้างล่างบ่ายสองนิดๆซัดมาม่าอาบน้ำ แล้วลงมาที่สถานีรถไฟ เวลา15.30น.โดยประมาณ ใช้เวลาเดินลงประมาณ20นาที(เร็วกว่าตอนขึ้นอีก)


((ย. 1 ))

ย 1 ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการวนอุทยานฯ ราว 1,100 เมตร เมื่อเดินทางขึ้นไปถึง ย. 1 จะพบพลับพลาที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับ 1 หลัง และที่พักของการรถไฟฯ 3 หลัง



ถึงย.2 ที่โครตจะวังเวง

ย 2 ตั้งอยู่ห่างจาก ย. 1 ไปราว 800 เมตร เมื่อไปถึงจะเห็นสวนลิ้นจี่และต้นไม้เมืองหนาว เช่น ลูกแพร์ ลูกพลับและทุ่งสน แต่สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็คือ บ้านพักของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แต่ไม่เปิดรับรองแก่นักท่องเที่ยวทั่วไป


โอ่ยยยยยย ย.3. อภิมหึมามหาโหด ห่างจากย.2 สามกิโล ย.อื่นๆเค้าห่างจากกันกิโลกว่าๆ

ย. 3 อยู่ถัดจาก ย. 2 ขึ้นไปประมาณ 3,600 เมตร เป็นที่ตั้งของบ้านพักมิชชันนารี


จากนี้ก็มุ่งขึ้น ย.4

เนินวัดใจ แทบจะคลานขึ้นไปนะเทอ


และแล้วเราก็หอบลมหายใจติดๆขัดๆมาถึง ย.4 มันก็คุ้มนะที่เหนื่อยขุ้นมา

เย็นสบาย วิวสวย ถ้าชอบมองภูเขา ชอบธรรมชาติ มันคุ้มที่จะยอมเหนื่อยขึ้นมา

ย 4 อยู่ถัดจาก ย. 3 ขึ้นไปอีกราว 1,500 เมตร เป็นยอดสูงที่สุดของดอยแห่ง นี้ แม้ระยะจะไม่ไกลกันนักแต่เป็นช่วงที่ชันมาก เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางถึงบนยอด ย. 4 แล้ว สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้เป็นมุมกว้าง ส่วนมากมักนิยมไปเฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ซึ่งมีความสวยงามน่าประทับใ


🚂ขอบอกตั๋วรถขากลับนี้ไปขอเบอร์นายสถานีกับเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อขอจอง และลุงเขาก็ใจดีมาก นำตั๋วขึ้นมาให้พร้อมเกบตังส์ข้างบนดอย ไม่ต้องลงไป เลยรอดจากการยืนกลับ

🚂 ขึ้นรถไฟกลัยโบกี้2/1 ขบวน52 เชียงใหม่-กรุงเทพ นายรถไฟโบกี้นี้หน้าตาน่ารักมากกก(ตอนไม่ถอดหมวดอ่ะนะ) มองเพลินไปเลย 5555+ #ต่อมแรดทำงานอีกแหระ ว่ากันไป ขำๆนร่ะ


อาหารของตู้เสบียง อย่าได้หลงเข้าไปเชียว จานละ100 ข้าวกระเพรา บ้านๆเรานี้ละ

วิวพระอาทิตย์ตกดิน บนรถไฟ

ถ้านั่งเครื่อง รึรถยนต์คงไม่ได้เหนวิวแบบนี้
รถไฟนะการเดินทางมันเริ่มตั้งแต่ออกจากสถานีเรย เมื่อยก้นก้อจิงแต่ได้รุปเปนร้อย

🚈 ถึงกทม.หกโมงเช้าของวันที่ 12 ธ.ค 59 เป็นอันจบทริป ขาลาก ขาระบมกันทีเดียวเชียว และล่าสุด เพื่อนรักนักเดินทางของเราเพิ่งจะส่งลิงก์ ดอยเสมอดาวกับผาหัวสิงห์ให้ในไลน์ เอิ่มมมมม ขอเวลาเกบตังส์แปปนะคร่ะ ใจเย็นๆนะคุลเพื่อน ทริปหน้ามีแน่นอน

ขอบคุณนะคร้าบที่อ่านจนจบ จบทริปแล้วคร้าบ

เจอกันใหม่ทริปหน้า

ฝากติดตามเพจ หน่อยนร้า >> แบกกล้องชิว เที่ยวคนเดียว <<

บรัยบายคร้าบป๋ม :)




ความคิดเห็น