“ดอยหลวงไม่ต้องการผู้พิชิต แต่ต้องการผู้พิทักษ์”
ประโยคสั้นๆ แต่มากด้วยความหมายจาก พี่เหลิม ‘นักสื่อความหมายธรรมชาติ’ อาจประทับอยู่ในใจของใครหลายคน ก่อนที่นักท่องเที่ยวกว่าร้อยชีวิตในห้องอบรมนี้ จะได้ก้าวเดินเข้าสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
‘ดอยหลวงเชียงดาว’ คือ ‘พื้นที่สงวนชีวมณฑล’ แห่งที่ 5 ของประเทศไทย ได้รับการรับรองจาก UNESCO ภายใต้โครงการ Man and the Biosphere Programme (MAB) ที่บูรณาการเรื่องการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างสมดุล
ความพิเศษของดอยหลวงคือระบบนิเวศแบบ ‘กึ่งอัลไพน์’ ซึ่งหาได้ยากในไทย เป็นพื้นที่ๆ มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีพืชพันธุ์หายากและพืชเฉพาะถิ่นอย่าง เทียนนกแก้ว, ค้อเชียงดาว และยังเป็นบ้านของกวางผา สัตว์ป่าสงวนของไทยที่กำลังตกอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อีกด้วย
เบื้องหน้าของดอยหลวงเชียงดาวนั้น คือความงดงามยิ่งใหญ่อลังการ แต่เบื้องหลังพื้นที่เปราะบางแห่งนี้ ยังคงต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวจึงให้ความสำคัญกับระบบการจัดการที่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบที่ชัดเจน การจัดการขยะที่เข้มงวด การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว รวมถึงการให้ทุกๆ คนผ่านการอบรมจากพี่ๆ นักสื่อความหมาย 1 วันก่อนเดินทาง
ช่วงเวลาเกือบครึ่งวันในห้องอบรมนั้น คือการเปลี่ยน ‘นักท่องเที่ยว’ ให้เป็น ‘นักศึกษาธรรมชาติ’ เมื่อทุกคนได้เรียนรู้และมองเห็นความสำคัญของธรรมชาติ ความรักและหวงแหนก็จะตามมา ท้ายที่สุดจึงเกิดเป็นจิตสำนึกที่อยากปกป้องและรักษาไว้ สิ่งนี้คือหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
‘เชียงดาวโมเดล’ คือบทพิสูจน์ว่า ‘การอนุรักษ์’ และ ‘การท่องเที่ยว’ สามารถหลอมรวมเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว เมล็ดพันธุ์แห่ง ‘จิตสำนึก’ ที่ถูกหว่านลงในใจของนักศึกษาธรรมชาติทุกคน จะเติบโตและหยั่งรากลึกเป็นฐานที่มั่นคงให้กับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของไทยในอนาคต เพราะยอดดอยหลวงอันยิ่งใหญ่ได้สอนบทเรียนล้ำค่าแก่เราว่า... ความยั่งยืนที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการทำตามกฎระเบียบที่เขียนไว้บนแผ่นกระดาษ หากแต่เริ่มต้นจาก ‘จิตสำนึก’ เล็กๆ ในใจของผู้คน ที่พร้อมจะก้าวเดินและช่วยกันดูแลรักษาเส้นทางสายอนุรักษ์นี้... ด้วยหัวใจ

สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต่างสัมผัสได้ในห้องอบรมนั้น คือความกระตือรือร้นของเหล่านักศึกษาธรรมชาติ ที่พร้อมจะเรียนรู้และปฎิบัติตามคำแนะนำของพี่ๆ นักสื่อความหมายอย่างเคร่งครัด

‘เงินที่มัดจำขยะไว้ ทุกคนควรได้คืน’
การมัดจำขยะและตรวจนับอย่างละเอียดจากพี่ๆ เจ้าหน้าที่ทั้งก่อนขึ้นและลง ทำให้ดอยหลวงเชียงดาวกลายเป็นเส้นทางเดินป่าที่สะอาดตาที่สุดแห่งหนึ่ง ขยะที่ขาดหายไปเพียงชิ้นเดียวนั้นหมายถึง ‘เงินมัดจำ’ ของคุณจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็น ‘เงินบริจาค’ ในทันที

‘รุ่งเช้าก่อนออกเดินทางสู่ยอดดอย’
เงาของขุนเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ทั้งดูยิ่งใหญ่ น่าค้นหา และเป็นที่เคารพของคนเชียงดาว แต่ในอีกมุมหนึ่ง ยอดดอยแห่งนี้ก็ทั้งเปราะบางและต้องการการดูแลรักษาจากหัวจิตหัวใจของทั้งผู้มาเยี่ยมเยือนและคนพื้นที่

‘ประตูสู่ห้องเรียนธรรมชาติ’
“ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ เดินและชมความงามของดอยหลวงให้เต็มที่” เรามักได้ยินประโยคเหล่านี้จากทั้งเจ้าหน้าที่สื่อความหมายในห้องอบรม และพี่ๆ ลูกหาบในตลอดเส้นทาง

'Doi Chiang Dao Biosphere' แอปพลิเคชันที่ใช้งานแบบออฟไลน์ได้ โดยจะมีจุดสแกน QR CODE ไว้จำนวน 28 ฐาน เมื่อเราสแกน หมุดสีแดงจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเพื่อแจ้งเตือนว่าเราได้ Check Point ที่จุดนั้นแล้ว จากนั้นแอปจะแสดงข้อมูลบอกเล่าถึงความสำคัญบริเวณฐานนั้นๆ พร้อมกับมีภาพถ่ายสวยๆ ให้ชม นอกจากนี้ แอปยังมีแผนที่เส้นทางเดินให้เราได้เช็คดูระยะทางในการเดินไปถึงในแต่ละฐานได้อีกด้วยนักศึกษาธรรมชาติจะได้เรียนรู้และชื่นชมความหลากหลายทางชีวภาพตลอดเส้นทาง ตั้งแต่จุดเริ่มเดินที่หน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก (เด่นหญ้าขัด) จนไปถึงจุดสูงสุดบนยอดดอยหลวงเชียงดาว




‘ดอยพีระมิด’ ภูเขาที่มียอดแหลมและรูปทรงคล้ายพีระมิดนี้ ครั้งหนึ่งเคยถูกไฟป่าที่รุนแรงโหมไหม้ขึ้นไปถึงบนยอด ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต้องปิดเส้นทางนี้ไปเกือบสองปีเพื่อให้ป่าได้ฟื้นตัว บางครั้งการอนุรักษ์จึงไม่ใช่การเข้าไปจัดการดูแลเสมอไป เพียงแค่เรา ‘คืนเวลา’ ให้ธรรมชาติได้เยียวยาและรักษาตัวเอง วันหนึ่งธรรมชาติก็จะอ้าแขนและยินยอมให้เราได้กลับเข้ามาชื่นชมได้อีกครั้ง


ถ้าเราเดินมายังจุดนี้ในช่วงเวลาที่พอเหมาะพอดี จะสามารถมองเห็นเงาและรูปทรงของยอดเขาตรงหน้าที่มีลักษณะคล้ายหัวของสุนัขพุดเดิ้ล ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ ‘เขาหมาน้อย’

‘เขาหมาน้อย’ และ ‘ยอดดอย 3 พี่น้อง’ เป็นอีกมุมหนึ่งที่มีทิวทัศน์สวยงามอลังการที่สุดในเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว


ณ เวลานี้ ดอกสีชมพูสวยสดของต้นพญาเสือโคร่งได้ร่วงโรยไปจนหมดแล้ว เหลือไว้เพียงลวดลายพาดกลอนดั่งที่มาของชื่อ หลายครั้งที่ความงามของธรรมชาติไม่ได้อยู่ในที่ช่วงเวลาที่มันเบ่งบานที่สุด แต่แอบซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ที่เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็น



‘ฟ้ามุ่ยน้อย’ กล้วยไม้หายากที่ครั้งหนึ่งเคยถูกประกาศว่าสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ ปัจจุบันกล้วยไม้ชนิดนี้ได้กลับมาเป็นสมบัติล้ำค่าของดอยหลวงเชียงดาวอีกครั้ง

‘พญาม่วงเชียงดาว’ ดอกไม้ป่าขนาดเล็ก พบเฉพาะในพื้นที่ภูเขาสูงบางแห่งของภาคเหนือ เติบโตภายใต้สภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจงทั้งระดับความสูง อุณหภูมิ และความชื้น บานเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ของปี

'Camera Trap' หรือ 'กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า' อุปกรณ์ชิ้นสำคัญในงานวิจัยและอนุรักษ์ ถูกติดตั้งกระจายอยู่ทั่วไปตามเส้นทาง กล้องเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนผู้ช่วยของนักวิจัย คอยบันทึกภาพถ่ายและข้อมูลสำคัญเพื่อเป็นมาตรวัดความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของสัตว์ป่าที่พบได้บนพื้นที่แห่งนี้

'แข้งขาบ่าไหล่ที่โอบอุ้มดอยหลวงไว้'
พี่ๆ ลูกหาบเหล่านี้ คือเรี่ยวแรงและกำลังที่ช่วยแบ่งเบาภาระน้ำหนักให้กับนักศึกษาธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในระบบจัดการขยะและของเสีย โดย ‘เชียงดาวโมเดล’ ได้มีการยกเลิกมาตรการเดิมที่ใช้การฝังกลบด้านบน เปลี่ยนมาเป็นการใช้ถังเก็บสิ่งปฏิกูลและขนย้ายลงมาทิ้งด้านล่างแบบวันต่อวัน เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ในระยะยาวได้อย่างยอดเยี่ยม


นักสื่อความหมายธรรมชาติ และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จะคอยให้ความรู้ ดูแลแนะนำ และพร้อมให้การช่วยเหลือในทุกๆ เรื่องแก่นักศึกษาธรรมชาติในตลอดเส้นทาง

‘ค้อเชียงดาว’ พืชถิ่นเดียวของไทยที่หาชมได้ยาก พืชชนิดนี้มีความสามารถในการหยั่งรากและเติบโตอย่างมั่นคงบนหน้าผาหินที่สูงชัน ท้าทายทั้งลมแรงและสภาพอากาศที่หนาวเย็น เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์และเป็นเอกลักษณ์ของระบบนิเวศกึ่งอัลไพน์ในเมืองไทย


‘กวางผา’ 1 ในสัตว์ป่าสงวนของไทย จัดอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ นอกจากการดูแลของเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการล่าแล้ว ยังมีโครงการนำกวางผาจากที่อื่นมาปล่อยในพื้นที่ เพื่อป้องกันการผสมกันเองในเครือญาติ และลดภาวะเลือดชิด

จากการสำรวจพบว่า จำนวนประชากรของกวางผานั้นกำลังเติบโตไปในทิศทางที่ดี การที่นักศึกษาธรรมชาติมีโอกาสพบเห็นพวกมันได้บ่อยขึ้น เป็นสิ่งชี้วัดความสำเร็จของโครงการอนุรักษ์นี้

แม้ลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมทั่วไป จะช่วยทำให้กวางผาพรางตัวไปกับภูมิประเทศได้อย่างแนบเนียน แต่ด้วยนิสัยขี้สงสัย มักชอบโผล่ตัวออกมาสนใจและมองดูนักท่องเที่ยวนี้เอง เป็นสิ่งที่ทำให้กวางผานั้นตกเป็นเป้าหมายในการล่าได้ง่ายมากเช่นกัน

เรามักพบเห็นคำว่า ‘ผู้พิชิต’ ตามป้ายบนจุดสูงสุดของยอดดอย แต่คำเหล่านี้จะไร้ความหมายในทันที หากเราลืมตระหนักถึงความงดงามและความสำคัญของธรรมชาติ ความเป็นผู้พิชิตนั้น ไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าวิธีที่เราเดินเข้าทำความรู้จักกับธรรชาติ และเดินออกมาจากมันอย่างอ่อนโยน




ดอยหลวงเชียงดาว ยอดดอยที่ไม่ปรารถนา ‘ผู้พิชิต’ แต่ต้องการ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่กลับลงไปบอกเล่าเรื่องราวและส่งต่อจิตสำนึกที่ดี เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้นักศึกษาธรรมชาติรุ่นต่อไป ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางสายอนุรักษ์นี้ร่วมกัน
Blue.Eyes.Photo
วันพฤหัสที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 11.35 น.








