อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ ถือเป็นอุทยานส่องสัตว์ในแอฟริกาที่งบย่อมเยาว์ และเดินทางสะดวกที่สุดแล้วในทวีปแอฟริกา โดยนักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าไปเอง หรือไปกับทัวร์ก็ได้ หากไปกับทัวร์ การเข้าซาฟารีจะเรียกว่า Game drive
ทริปเที่ยวซาฟารีของเราจะมีทั้งหมด 3 ตอนนะคะ ตอนที่เหลือตามลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ
ตอน1 แพลนเที่ยวและการเดินทาง แวะอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ โจฮันเนสเบิร์ก และเคปทาวน์
https://th.readme.me/p/76441
ตอน3 รีวิวที่เที่ยวในเคปทาวน์และโจฮันเนสเบิร์ก และอาณานิคมเพนกวินแอฟริกา
https://th.readme.me/p/76443

กฎเหล็กของการเข้าซาฟารีคือ ห้ามลงจากรถโดยพลการเด็ดขาด จะลงได้ในจุดที่กำหนดเท่านั้น เพราะขณะอยู่บนรถเราจะเป็นสัตว์ใหญ่ หากลงจากรถเราจะกลายเป็นเหยื่อทันที
ข้อดีของการขับรถเข้าไปเองคือ ประหยัดงบสุดหากเดินทางหลายคน สามารถอยู่ในอุทยาน และขับไปยังเส้นทางไหนก็ได้จนกว่าตัวเองจะพอใจ
ข้อเสีย เราอาจมองไม่เห็นสิ่งที่ไกด์เห็น เพราะไกด์มีวิทยุติดต่อถึงกัน และเขามักจะแชร์จุดที่เจอสัตว์ให้กันและกัน แม้จะทำงานคนละบริษัทกันก็ตาม
ภายในอุทยานจะเป็นถนนปกติ รถต้องวิ่งบนถนนเท่านั้น

กลุ่มเราเลือกจะไปกับทัวร์ โดยจอง game drive กับที่พักโดยตรง ที่พักของพวกเราคือ Kruger adventure lodge
รถของที่พักที่พาเราเข้าไปข้างใน

Game drive จะมีให้เลือกหลายแบบ หลายช่วงเวลาคือ
Full day drive – ตั้งแต่ 5.30 am – 15.00 pm ราคา 1550 Zar/คน หรือประมาณ 3100 บาท รวมค่าเข้าอุทยาน ตอนเช้าจะได้อาหารกล่อง แต่ไม่มีอาหารเที่ยงให้ (เวลาที่อยู่ในอุทยานจริงคือช่วง 6.30-14.30 โดยประมาณ) Full day drive จะมีการเซ็ทเส้นทางค่อนข้างแน่นอน ทำให้วิวที่ได้อาจไม่ต่างกันมากนัก ส่วนสัตว์ที่พบเจอในแต่ละวันก็ขึ้นกับโชคล้วนๆ เลยค่ะ
เซ็ทอาหารเช้าที่ได้ เอาจริงๆ คือกินได้ยันมื้อเที่ยงเลยค่ะ
ของที่อยู่ในห่อฟรอยคือมัฟฟิน 1 ชิ้นใหญ่


Sunrise drive - อันนี้ไม่ได้ไป และที่พักไม่มีขาย แต่รู้ว่ามีอยู่ รีวิวที่เราเคยเจอคือคนจะบ่นว่ามันมืดจนมองอะไรไม่เห็น เราเลยตัดทิ้ง
Morning drive - ระยะเวลา 5.30 am – 11.00 am ราคา 1350 Zar/คน หรือประมาณ 2700 บาท รวมค่าเข้าอุทยาน - เราเลือกไปแบบเต็มวันอย่างเดียว
Afternoon drive -ไม่ได้ไป ที่พักไม่มีขาย แต่คิดว่าราคาไม่น่าแตกต่างจาก Morning drive
Sunset drive - ระยะเวลา 15.30 pm – 18.00 pm ราคา 1350 Zar/คน หรือประมาณ 2700 บาท รวมค่าเข้าอุทยาน (ทริปนี้ขายวิวพระอาทิตย์ตก แต่สำหรับเรามันไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ค่ะ เพราะได้อยู่ในอุทยานแค่ประมาณชั่วโมงครึ่งเอง คนขับก็พาเข้าไปในอุทยานได้ไม่ไกลก็ต้องขับออกมาล่ะ)
Night drive – ทริปนี้คนขับรถ panorama tour เสนอขายเรา 555 ราคาอยู่ 1550 Zar/คน หรือประมาณ 3100 บาท กับระยะเวลาแค่ 3 ชั่วโมง ตั้งแต่ 1ทุ่ม – 4 ทุ่ม (เอาจริงๆ เราว่าเวลาที่อยู่ในอุทยานคงไม่ถึง 2 ชั่วโมงด้วยซ้ำ) เราหารีวิวอ่านว่าเป็นยังไงบ้าง ก็มีคนบ่นว่า คนขับต้องเอาไฟฉายส่องไปที่สัตว์ เพื่อให้ลูกทัวร์มองสัตว์เห็น ดูเป็นการรบกวนสัตว์ไม่น้อย เลยไม่ไปค่ะ
Panorama tour – ทัวร์นี้ไม่ได้เข้าอุทยานแต่จะเป็นการนั่งรถไปยังจุดชมวิวทั้ง 6 จุด ราคา 1500 Zar/คน หรือประมาณ 3000 บาท รวมค่าเข้าทั้งหมด ไม่มีอาหารเที่ยง เริ่มตั้งแต่ 8.30-16.00 โดยรวมก็ถือว่าปานกลาง เพราะวิวที่นั่นก็แตกต่างจากประเทศอื่นที่เคยไปมาอยู่บ้าง

สรุปแล้วเราซ์้อ 3 ทัวร์ คือ Sunset drive, full day drive และ panorama tour
Game drive 1 วันนิดๆ เจอ big five (สัตว์ใหญ่) 3 ใน 5 - สิงโต ช้าง ควายป่าแอฟริกา ขาดเสือดาว กับแรด (มีน้อยมากในอุทยานนี้)
และเจอ ugly five (สัตว์น่าเกลียด) 4 ใน 5 คือ แร้ง หมูป่า วิลเดอบีสต์ และไฮยีน่า ขาดนกกระสาหัวล้าน (เจอนกกระสาไกลๆ แต่ไม่รู้ใช่หรือเปล่า)
นอกจากนี้ยังเจอสัตว์อื่นๆ เช่น ฮิปโป ลิง อิมพาล่า เหยี่ยว ฯลฯ
เราไปช่วงเดือนปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งไม่ใช่ช่วงที่สัตว์มีชีวิตชีวาที่สุด บางช่วงที่รถขับไปก็จะไม่เจอสัตว์อะไรเลย
ตรงทางเข้าจะมีป้ายให้นักท่องเที่ยวระบุว่า พบเจอสัตว์หลักๆ อะไรตรงไหนบ้างในแต่ละวัน

Sunset drive/full day drive
ไม่เจอเจ้าป่า เจอแต่นางสิงโตนอนหลับ แบบหลับอุตุ รถมาจอดต่อกัน 3 4 คันนางก็ไม่สน จนคนขับแอบกระแทกประตูปิดให้นางเสือตื่น (จริงๆ เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำนะคะ)
นางก็ลุกมามอง (ถ่ายไม่ทัน) แล้วเดินหนี....ไปนอนหลบหลังต้นไม้ตายแท้ 555 นี่มันแมวใหญ่นี่นาาาา

ส่วนนี่คือเจ้าป่าที่นอนหลับอุตุหลังกินหมูป่าไปจนอิ่ม

ม้าลาย เห็นทีไรอยากตบก้นมันมากเลยค่ะ 555

ไวลเดอร์บีสต์ (Wildebeest)


ไวลเดอร์บีสต์ (Wildebeest) หรือที่รู้จักกันในชื่อ นู (Gnu) คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ รูปร่างผสมผสานระหว่างวัวและม้า มีถิ่นกำเนิดในทุ่งหญ้าสะวันนาของแอฟริกา เป็นสัตว์กินพืช และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของระบบนิเวศแอฟริกา
ไวลเดอร์บีสต์ นี้คือสัตว์ที่เตลิดจนทำให้มูฟาซาตายในเรื่อง Lion King
อิมพาล่าตัวเมีย (ละมั่ง) เจอบ่อยมากค่ะ ทั้งตัวผู้และตัวเมีย
อิมพาล่าที่มีคู่จะอยู่เป็นฝูง คือตัวผู้ 1 ตัว กับตัวเมียทั้งฝูง และมีบ้างที่เจอฝูงอิมพาล่าตัวผู้ พวกนี้คือยังไม่มีคู่ หรือไม่ก็แพ้ในสงครามชิงเมีย

อิมพาล่าตัวผู้ จะมีเขา

ช้างแอฟริกา

ไฮยีน่า

ลิง

นกสักพันธุ์ตรงจุดทานข้าวเที่ยง

ควายแอฟริกา บนหลังควายจะมีนกที่ไม่ใช่นกเอี้ยงเกาะอยู่

ของแถม:

You are what you eat
เลือกเลยจะเป็นอะไร ม้าลาย หมูป่า จระเข้ หรือ วิลเดอร์บีส
ปล. เนื้อสัตว์พวกนี้มาจากฟาร์มเพาะเลี้ยง ไม่ได้จับมาจากอุทยานนะคะ
Paronama tour
สมชื่อแหละ พาไปจุดชมวิวเป็นหลักเลยและมีไปน้ำตก 2 ที่ ใกล้เหมืองทองสมัยก่อนที่นึง

Bourke's Luck Potholes
ที่นี่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของทัวร์นี้ มันคือกลุ่มหินธรรมชาติที่เป็นผลงานประติมากรรมจากการกัดเซาะของสายน้ำ เกิดขึ้นตรงจุดบรรจบของแม่น้ำเทรอร์ (Treur River) และแม่น้ำไบลด์ (Blyde River) ณ จุดเริ่มต้นของหุบเขาไบลด์ริเวอร์แคนยอน (Blyde River Canyon) ในแคว้นพูมาลองกา ประเทศแอฟริกาใต้
ที่นี่อยู่ใกล้กับเหมืองทองในสมัยก่อน




วิวพาโนราม่าตามจุดต่างๆ แต่ถ้าวันไหนฟ้าปิด วันนั้นคือวันซวยของคุณ เพราะแทบจะมองอะไรไม่เห็นเลย






ภูเขาโต๊ะแบบโต๊ะะะะะะะโต๊ะ

จุดแรกมีให้เดินป่านิดหน่อยไปยังจุดชมวิว ทางเดินไม่ยาก



วิวตอนเดินลง


Duck's journey
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 20.29 น.






