เรียนรู้อยู่กับชาวอาข่า ที่หมู่บ้านหล่อโย จ.เชียงราย รีวิวโดย การเดินทางของ Simmiee

ตอนที่ 1: เรียนรู้อยู่กับชาวอาข่า" หมู่บ้านหล่อโย คือที่ไหน? ที่นี่มีอะไรน่าสนใจ" คือประโยคคำถามก่อนที่เราจะเดินทางมาที่นี่ วันที่ 13 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมาเราได้เดินทางไปหมู่บ้านหล่อโย โดยเดินทางกับ Local alike Local alike คืออะไร หลายๆ คนคงยังไม่

เรียนรู้อยู่กับชาวอาข่า ที่หมู่บ้านหล่อโย จ.เชียงราย

เรียนรู้อยู่กับชาวอาข่า ที่หมู่บ้านหล่อโย จ.เชียงราย


ตอนที่ 1: เรียนรู้อยู่กับชาวอาข่า"

หมู่บ้านหล่อโย คือที่ไหน? ที่นี่มีอะไรน่าสนใจ" คือประโยคคำถามก่อนที่เราจะเดินทางมาที่นี่ วันที่ 13 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมาเราได้เดินทางไปหมู่บ้านหล่อโย โดยเดินทางกับ Local alike

Local alike คืออะไร หลายๆ คนคงยังไม่รู้จักเช่นเดียวกับเรา Local alike ก็เป็นกิจการด้านการท่องเที่ยว แต่ที่แตกต่างจากที่อื่นคือ ให้ความสำคัญระหว่างการท่องเที่ยวโดยเชื่อมโยง นักท่องเที่ยวกับชุมชน เพื่อที่จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรมในชุมชน และนักท่องเที่ยวยังได้เรียนรู้ความเป็นอยู่เกี่ยวกับชุมชนนั้นๆ

เราเดินทางจากสนามบินดอนเมือง –สนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ในช่วงเวลาสายๆ โดยมีพี่โยฮันเจ้าของโฮมสเตย์เดินทางมารับเราที่สนามบิน ระหว่างทางก็พูดคุยในเรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดเชียงราย จนถึงทางเข้าหมู่บ้าน พี่โยฮันได้แวะซื้อลูกมะหลอด ที่ชาวบ้านนำมาขาย มาให้พวกเราลองรับประทาน

รสชาติของลูกมะหลอดจะหวานๆ ฝาดๆ

การเดินทางใช้เวลาจากสนามบิน จนถึงที่พักใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยประมาณ เมื่อถึงที่พักวิวที่เราจะได้เห็นเป็นภูเขาล้อมรอบ

บริเวณที่พัก

จากนั้นเราก้อนั่งล้อมวง จิบน้ำชา พูดคุยและฟังพี่โยฮันเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประวัติในหมู่บ้าน


หมู่บ้านหล่อโยอยู่ที่ไหน ?

หมู่บ้านหล่อโยอยู่ที่ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ชาวบ้านที่อาศัยจะเป็นชาวอาข่าที่มีภาษาพูด เป็นของตนเอง


ทำไมถึงชื่อหมู่บ้านหล่อโย ? พี่โยฮันเล่าว่าในสมัยก่อนกรมการปกครอง ยังไม่มีการสำรวจข้อมูลของหมู่บ้านเลยใช้ชื่อผู้นำในสมัยนั้น มาเป็นชื่อหมู่บ้านเพื่อง่ายต่อการเรียก


เดิมทีหมู่บ้านนี้นับถือบรรพบุรุษคือ การนับถือผี เมื่อ 40 ปีก่อนมีมิชชันนารีมาเผยแพร่เลยเปลี่ยนมานับถือคริสเตียน ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ อาทิเช่น กรณีที่ผู้หญิงมีลูกแฝด ชาวบ้านจะมีความเชื่อว่าเป็นเรื่องเลวร้าย อัปมงคลจึงต้องฆ่าเด็กทั้งสอง โดยพ่อแม่ไม่ได้เป็นคนฆ่าและคู่สามีภรรยานี้จะไม่ถูกสังคมยอมรับ และต้องย้ายไปอยู่นอกหมู่บ้าน 1 ปีและจะมีคนแก่หมุนเวียนไปเฝ้า ถ้าไม่อย่างนั้นสัตว์ร้ายจะมาฆ่า ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวบ้าน จึงเป็นเหตุผลนึงที่เปลี่ยนการนับถือบรรพบุรุษเป็นคริสเตียน


ทำไมต้องเป็นโฮมสเตย์บ้านดิน ? เพราะพี่โยฮันต้องการทำในสิ่งที่แปลกใหม่ และให้กลมกลืนกับธรรมชาติและบ้านเรือนในหมู่บ้าน ซึ่งตอนสร้างแรกๆคนในหมู่บ้านรวมถึงพ่อแม่ ยังไม่เข้าใจ ว่าทำอะไร พี่โยฮันเริ่มสร้างบ้านดินตั้งแต่ปี 2550 กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างใช้เวลา แรงกายแรงใจ ของพี่โยฮันล้วนๆ ซึ่งตอนนี้โฮมสเตย์พี่โยฮันมีทั้งหมด 8 ห้องเป็นห้องน้ำในตัว 4 ห้อง และห้องน้ำรวม 4 ห้อง

หลังจากพูดคุยกันสักพักก็ได้เวลาอาหารกลางวัน


ทันทีที่อาหารมาเสริฟเราเห็นแล้วชอบมาก คือชุดภาชนะที่ใส่อาหาร รวมถึงช้อนที่ทำมาจากธรรมชาติ เป็นเอกลักษณ์มากๆ


อาหารที่เราจะรับประทานวันนี้จะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เน้นผัก น้ำพริก เมนูอาหารก็จะมี ลาบหมูสมุนไพรต้มมันผักโขม ไข่เจียวสมุนไพร ผัดยอดมะระ ผักสด และที่ขาดไม่ได้คือ น้ำพริกอาข่าน้ำพริกอาข่าจะเป็นอาหารหลักในทุกๆ มื้อ


เมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยก็นำกระเป๋าสัมภาระ ไปเก็บที่ห้องพัก


ห้องพักเราก็จะมีลักษณะแบบนี้ในห้องพักไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเรา ห้องนี้เป็นห้องแบบมีห้องน้ำในตัวและมีเครื่องทำน้ำอุ่น


เก็บสัมภาระเรียบร้อยเตรียมตัวไปทำกิจกรรม ในบ่ายวันนี้กัน

กิจกรรมช่วงบ่ายจะเป็นการทำความรู้จักเครื่องเล่นของชาวอาข่าสิ่งแรกที่พี่โยฮันแนะนำให้เรารู้จักคือ
การละเล่นไม้โกงกาง เป็นของเล่นที่พี่โยฮันเล่นตั้งแต่สมัยเด็ก

การละเล่นลูกข่าง

และของเล่นชิ้นสุดท้ายเราชอบชิ้นนี้ที่สุด เรียกว่า สามล้อ แต่สามล้อนี้ต้องเล่นด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจเกิดอันตราย ได้มากกว่าเครื่องเล่นชิ้นอื่น

หมดกิจกรรมการทำความรู้จักการละเล่นต่อไปเราจะไปทำความรู้จักหมู่บ้านนี้กัน โดยการเดินรอบๆ หมู่บ้าน นำทีมโดยพี่โยฮันและเด็กๆกลุ่มนี้


ความเป็นอยู่ของหมู่บ้านนี้ก็จะเงียบสงบส่วนมากชาวบ้านจะทำสวน ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ เป็นการอยู่แบบพอเพียง

ชาวบ้านยังคงใช้ฟืนในการประกอบอาหารอยู่สังเกตจะมีไม้ฟืนเกือบทุกบ้าน

ระหว่างทางเราจะเจอกับต้นหม่อน มีให้เราได้ชิมผลตลอดทาง

เดินกันจนรอบหมู่บ้าน กิจกรรมต่อไปเราจะไปเล่นน้ำ กับกลุ่มเด็กๆ กัน

ลำธารนี้จะเป็นน้ำที่มาจากแม่น้ำจัน เด็กๆ ส่วนใหญ่ที่มาเล่นน้ำ จะอยู่ในละแวกนี้

สวนสตอเบอรี่ที่อยู่ใกล้ๆ ริมธาร

หลังจากกลับมาจากลำธาร ก็ได้เวลามื้อเย็นของวันนี้ และพวกเราจะช่วยพี่ฝนกับคุณแม่ทำอาหาร เมนูอาหารก็จะเป็นเมนูเดียวกันกับมื้อตอนกลางวันมาทำน้ำพริกอาข่ากันค่ะ ส่วนประกอบก็จะมี หอมชู พริกย่าง มะเขือเทศย่าง เกลือ วิธีทำ ใส่เกลือ ตามด้วยหอมชูซอยละเอียด พริก ตำให้ละเอียด และ ขั้นตอนสุดท้ายใส่มะเขือเทศย่างลงไป


อาหารมื้อเย็น เรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหาร กันใต้แสงจันทร์ บรรยากาศดีมาก หลักจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ก็แยกย้ายไปพักผ่อน สำหรับวันนี้ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


ตอนที่ 2 : เรียนรู้อยู่กับป่า

เสียงไก่ขันปลุกเราตื่นในตอนเช้า ตื่นมาทำธุระ และชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า

มุมพักผ่อน

และทักทายเจ้านกเอี้ยง พูดได้ ที่พี่โยฮันนำมาเลี้ยง เมื่อสมาชิกมากันครบ กิจกรรมของเช้านี้เป็นการเดินป่า รอบหมู่บ้านหล่อโย


ก่อนเดินป่า พี่โยฮัน พาเราเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ที่แสดงวิถีชีวิตของชาวอาข่าในชุมชนนี้ แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ในพิพิธภัณฑ์ จะถ่ายทอดเกี่ยวกับ ความเป็นอยู่ของชาวอาข่าสมัยก่อนๆ

ประตูผี

ด้านในของพิพิธภัณฑ์

ได้เวลาเดินป่ากันแล้ว ป่าแห่งนี้ก็จะเป็นป่าที่ชาวบ้านใช้ดำรงชีวิตประจำวันของหมู่บ้านนี้ ได้แก่ การหาฟืน ล่าสัตว์ หาพืชผัก สมุนไพร

วิวระหว่างทาง

กลับมาจากเดินป่า ใช้พลังงานไปมาก หิวแล้ว มารับประทานอาหารเช้ากัน ที่จริงแล้วกิจกรรมเดินป่าจะเป็นกิจกรรมช่วงเวลาตอนเย็นๆ แต่เนื่องจากเมื่อวานมีการเปลี่ยนแพลน จึงต้องมาเดินกันตอนเช้า สำหรับมื้อเช้าวันนี้ เป็นอาหารทานง่ายๆ คือ ข้าวต้ม ไข่เจียว

จากนั้นต่างคนต่างทำธุระส่วนตัว เก็บกระเป๋าเพื่อออกเดินทางกันต่อ ก่อนจะอำลาหมู่บ้านหล่อโยนี้ เรามีกิจกรรมสุดท้าย คือร้อยลูกปัดจากลูกเดือย



ผลงานของพวกเรา รวมถึงสร้อยข้อมือที่แม่พี่โยฮันเป็นคนผูกให้

เราต้องอำลาหมู่บ้านที่สงบ ใกล้ชิดธรรมชาติแห่งนี้แล้ว จากการที่ได้มาสัมผัสแม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่รู้สึกประทับใจ พี่โยฮันเป็นกันเอง ชาวบ้านและเด็กๆ ให้การต้อนรับ ที่นี่มีรอยยิ้ม มีความสุข ใช้ชีวิตที่พอเพียง อาหารอร่อย รู้สึกเหมือนมาอยู่บ้านเพื่อน ได้ทำกิจกรรม ได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ ชาวอาข่า


ตอนที่ 3 : แวะจิบน้ำชาดอยแม่สลอง

หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน เติมพลัง เราก็เดินทางกันต่อ จุดหมาย คือ ไร่ชา 101 ไร่ชา 101 อยู่ที่ ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ที่นี่เป็นจุดแวะเที่ยว ชมวิว ชิมชา และซื้อของฝาก

ชมวิว ชิมชา จุดหมายต่อไปคือ ดอยดินแดง

บ้านดอยดินแดง เป็นสตูดิโอเครื่องปั้นดินเผา และโรงงานผลิต ที่นี่เป็นของศิลปินเชียงราย อ.สมลักษณ์ ขันติบุญ เอกลักษณ์ของงานเครื่องปั้นดินเผาของที่นี่คือ งานที่ทำด้วยมือ ไม่ใช้เครื่อง

บรรยากาศมีความร่มรื่น เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้ อยู่ทั่วบริเวณ

ในส่วนของอาคาร ก็จะแบ่งเป็น ส่วนของโรงผลิต ห้องแสดงผลงาน ห้องจำหน่ายสินค้า ห้องเก็บผลิตภัณฑ์ และร้านกาแฟ

ส่วนของโรงผลิต

ห้องแสดงผลงาน

งานเครื่องปั้นที่ทำ จะเป็นถ้วย จาน ชาม แจกัน กระถาง และสำหรับตกแต่งอาคาร

งานเซรามิก ที่เกิดจากดิน ผ่านความรู้สึก จินตนาการ ทำให้งานที่นี่มีสไตล์เป็นของตนเอง ส่วนมากผลงานจะส่งต่างประเทศเป็นหลัก และบางชิ้นงานก็มีแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น

ในเรื่องของสี และผิวเครื่องปั้น ก็ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ใบไม้ ขี้เถ้าไม้ไผ่

สำหรับดอยดินแดงนั้น เราว่าเหมาะกับการมาพักผ่อนและเรียนรู้เรื่องเครื่องปั้นดินเผา และสามารถซื้อเป็นของฝากได้อีกด้วย

ใครที่สนใจงานเครื่องปั้นดินเผา ก็เดินทางมาได้ที่ ดอยดินแดง เครื่องปั้นดินเผา 49 หมู่ 6 ซอย บ้านป่าอ้อ ถนนพหลโยธิน ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เปิดบริการตั้งแต่ 08.30-16.00 น. เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์


และที่สุดท้ายของวันนี้ มีชื่อว่า สวรรค์บนดิน แค่ได้ยินชื่อ รู้สึกว่าที่นี่ต้องมีอะไรที่พิเศษแน่ๆ ทันทีที่มาถึง จะได้กลิ่นอาย บรรยากาศของความร่มรื่น จะเห็นสวนอัญชัน ตะไคร้ และต้นกระเจี๊ยบ อยู่หน้าบ้าน

การตกแต่งบ้านมีสไตล์ดีค่ะ

จุดเริ่มต้นของสวรรค์บนดิน มาจากคุณพ่อของคุณโตป่วย เลยกลับมารักษาตัวที่บ้านเกิด ส่วนคุณโต เกิดที่เชียงราย แต่ไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ โดยทำงานเป็นช่างภาพ เมื่อคุณพ่อป่วยจึงกลับมาดูแล และเริ่มผลิตชาขายเอง ทำกันเล็กๆ พออยู่พอกิน

มีร้านกาแฟเล็กๆ อยู่ด้านใน เป็นร้านสไตล์ง่ายๆ ที่มีกระท่อมพร้อมโต๊ะ แม้ร้านจะไม่ได้ติดแอร์ ไม่ได้มีมุมถ่ายรูปเก๋ เหมือนร้านทั่วไป แต่ก็มีเสน่ห์ในตัว เจ้าของก็มีความเป็นกันเอง


ร้านกาแฟ มีชาให้ชิมฟรี หลายอย่างเลย เช่น ชาเก็กฮวย ชาอัญชัน

ส่วนภาชนะที่เห็นนั้น เป็นงานเซรามิกที่ถูกปั้นโดยคุณโต และที่นี่ยังเปิดสอนการทำเซรามิกอีกด้วย

มุมทำเครื่องปั้น

ในร้านกาแฟ มีเมนูแนะนำคือ อัญชันลาเต้ผสมน้ำผึ้ ง และมีชาขาย ก็มีดอกอัญชัน กระเจี๊ยบ เก็กฮวย มะตูม ตะไคร้ และทางเจ้าของเป็นคนทำชา กาแฟเองค่ะ

เมนูแนะนำ อัญชันลาเต้

สำหรับใครที่อยากใช้ชีวิตเรียบง่าย พักผ่อน และอยากเรียนรู้งานปั้น ก็สามารถมาพักผ่อนโฮมเสตย์ที่นี่ได้ เช่นกันค่ะ

สำหรับความประทับใจในครั้งนี้ คือได้เดินทางไปในสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับชุมชน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับชุมชน ได้สัมผัสชีวิตที่ไม่ต้องวุ่นวายในเมืองกรุง อยู่อย่างพอเพียง แค่นี้ชีวิตเขาก็มีความสุขได้ สำหรับทริปนี้อยู่ในจังหวัดเชียงราย และเป็นครั้งแรกที่เราเดินทางมาจังหวัดนี้ ใครที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับชุมชน ก็สามารถตามมากันได้ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ ขอให้สนุกกับการเดินทางค่ะ ^_^

ความคิดเห็น