อส.29 ชุมชนปางห้า ชีวิตช้า ช้า ณ เชียงราย รีวิวโดย เหลี่ยมพาเที่ยว

สวัสดีจ้ามาแล้วทริปนี้จะพาไปเหนือสุดแดนสยาม ทุกๆคนคงรู้อยู่แล้วนั้นก็คือ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายนั้นเอง โดยรีวิวนี้เราจะขอรีวิวเจาะเข้าไปที่ชุมชนปางห้า หนึ่งในชุมชนแสนน่ารักของ จังหวัดเชียงราย กับระยะเวลา สองวันหนึ่งคืนนี้ ที่นี้จะมีอะไรให้เราทำกันบ้างมาดูครับ ก่อนไปชมดู VDO สั้นๆก่อนได้ครั

อส.29 ชุมชนปางห้า ชีวิตช้า ช้า ณ เชียงราย

อส.29 ชุมชนปางห้า ชีวิตช้า ช้า ณ เชียงราย

 วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 21.41 น.

สวัสดีจ้ามาแล้วทริปนี้จะพาไปเหนือสุดแดนสยาม ทุกๆคนคงรู้อยู่แล้วนั้นก็คือ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายนั้นเอง

โดยรีวิวนี้เราจะขอรีวิวเจาะเข้าไปที่ชุมชนปางห้า หนึ่งในชุมชนแสนน่ารักของ

จังหวัดเชียงราย กับระยะเวลา สองวันหนึ่งคืนนี้ ที่นี้จะมีอะไรให้เราทำกันบ้างมาดูครับ


ก่อนไปชมดู VDO สั้นๆก่อนได้ครับ เหมือนเดิมทริปนี้อุปกรณ์บันทึกภาพทั้งหมดมาจาก Nikon D7200 tokina 11-20 fix35 tamron 70-300 vc และ Gopro hero 4 silver


ในส่วนของการเดินทางนั้นไม่ยากเลยหมู่บ้านอยู่ในแม่สาย รถยนต์ทั่วไปเข้าถึงได้ปกติครับ

หลังจากมาถึง กิจกรรมมากมายอาทิเช่น การทำกระดาษสา มาสก์ใยไหมทองคำ สปาเท้า และพาไปชมวิถีชีวิตชาวบ้าน การตีมีด ทำเทียน และสวนฝรั่งกิมจู เป็นต้น

ที่ปางห้านี้มีโรงงานผลิตกระดาษสาทำเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายส่งออกมานานแล้วครับ ที่นี้เลยจะตกแต่งด้วยกระดาษสาซะส่วนใหญ่



กิจกรรมแรกที่ผมจะทำในวันนี้ก็คือการทำกระดาษสาครับ กระดาษสานั้น ทำมาจากเยื้อไม้ของต้อปอสา อันนี้ที่จริงสามารถใช้เยื่อไม้ได้หลายชนิดแต่ว่าเนื้อของต้นปอสานั้นจะดีที่สุด

วิธีการคร่าวๆขั้นแรกเมื่อได้เยื้อต้นปอสามาแล้ว ก็จะมาทำการทุบๆให้แบน จากนั้นก็นำไปแช่น้ำทิ้งไว้ครับ ก็จะได้เป็นก้อนปอสา


จากนั้นก็เอาก้อนเยื้อสา มาวางที่บล็อกจากนั้นก็ทำการตีบดขยี้เบาๆ

ให้เยื้อกระดาษแตกกระจายไปให้ทั่วบล็อก

จากนั้นก็ทำการออกแบบตามใจชอบเลยเมื่ออกแบบเสร็จแล้วก็จะทำการใส่กาวยางบางๆแล้วนำไปตากรอแห้งครับ

แต่วันที่เราไปฝนตกๆหยุดๆไม่ค่อยมีแดดเลย ยังไม่ได้ตาก


ต่อไปเราจะมาทำการ รีไซเคิลกระดาษกันครับ ในส่วนการีไซเคิลนั้นจะใช้เศษกระดาษทั่วไปหรือกระดาษสาก็ได้เอามาผ่านกระบวนการบดแช่ทิ่งไว้ 24 ชั่วโมงจนรวมกันเป็นน้ำ จากนั้นเราก็ทำการเทลงบล็อกต่างๆที่เราเตรียมไวอีกทีนึง แล้วจึงนำไปตาก


หลังจากตากแห้งแล้วก็จะได้ ชิ้นส่วนรูปร่างๆต่างๆ สามารถเอาไปตกแต่งหรือทำเป็นโมบายได้อีกด้วยครับ

การทำโมบายก็ยิ่งแสนง่าย เอาชิ้นส่วนที่รีไซเคิลที่ตากแห้งแล้วมาติดกาวประกบกันครับ ออกแบบตามใจชอบเช่นเคย แล้วรอแห้งเป็นอันเสร็จกระบวนการ ทั้งโมบายและกระดาษสาทั้งสองอย่างที่เราทำแล้วสามารถเอากลับบ้านได้ครับ

แต่หากเราไม่ได้ค้างคืนหรือกระดาษสาที่ทำยังไม่แห้ง ทางชุมชนมีบริการจัดส่งตามกลับมาให้ครับ เป็นกิจกรรมสนุกๆที่สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัยครับ และใครอยากจะติดต่อผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆที่ทำจากกระดาษสาสามารถติดต่อทางชุมชนได้เลยครับ



มาถึงกิจกรรมต่อไป อีกหนึ่งความภูมิใจของชุมชนเลยครับ กับมาสก์ไยไหมทองคำ

นวัตกรรมการสร้างแผ่นมาสก์ใยไหมร้อยเปอรฺ์เซนต์โดยใช้วิธี นำตัวไหมให้เขาทำการถักทอไยของตัวเองจนใยไหมรวมกันเป็นแผ่นเมื่อตัวไหมถักทอไยจนเสร็จ ตัวไหมก็จะกลายเป็นดั้กแด้ และ ผีเสื้อเพื่อมาวางไข่ใหม่ในที่สุด โดยที่เป็นการจบกระบวนการวงจรชีวิตของตัวไหม โดยที่ตัวไหมไม่ตาย

ซึ่งต่างจากการสร้างใยไหมในแบบอื่นที่จะนำตัวไหมไปต้มเพื่อให้ได้ใยไหมมาซึ่งจะทำให้ตัวไหมนั้นตายครับ ทำให้การสร้างแผ่นใยไหมนี้มีสารที่เป็นประโยชน์ต่างๆ เช่น เซริซินอยู่ครบ ร้อยเปอร์เซนต์เลยครับ งานนี้มีการจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อย

และยังเป็นอีกอาชีพหลักของชาวปางห้าในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อเอามาทำมาสก์ไยไหมและผลิตภัณฑ์ต่างๆภายใต้ชื่อ CEILK ครับ


ใครสนใจผลิตภัณฑ์ต่างๆสามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ Ceilk Natural Gold Silk Mask ครับ



อไปเราจะเข้าที่พักกันครับที่พักที่ชุมชนนี้จะมีหลายแบบส่วนใหญ่จะเป็นโฮมสเตย์ตามที่ต่างๆในหมู่บ้าน วันนี้เรานอนกันที่โฮมสเตย์บ้านสวนอุ้ยคำ เฮือนฮิมบัวครับ


กินอาหารเย็นพร้อมวิวริมน้ำ



จากนั้นยามเช้าเราจะพาไปชมหมอกชมวิวที่ดอยสะโง้ครับ การไปเที่ยวนี่ไม่อยู่ในแพคเกจของท่องเที่ยวของชุมชนนะครับ แต่เราสามารถไปเองได้ง่ายๆ หรือให้ทางชุมชนติดต่อให้รถมารับบริการได้ครับ ดอยสะโง้นั้นอยู่ในพื้นที่เชียงแสน แต่การเดินทางจากปางห้านั้นแสนง่ายดายเพียง 15 นาทีก็มาถึง แต่ทว่ายังไม่ใช่ยอดดอยครับต้องนั้งรถอีต็อกขึ้นไปเพราะมีทางวิบาก ประมาณ 800 เมตร ครับ นั่งรถแค่ประมาณ 10นาทีก็ถึง ค่ารถรอบละ200 ไป-กลับต่อกรุ๊บ นั้งได้เป็น10ครับ กระจายรายได้กันไป


มาถึงสะโง้อย่าลืมโล้ชิงช้า



วิวสวยทุกทางยิ่งตรงร้านค้าด้านบนมีชาเก๊กฮวยให้นักท่องเที่ยวกินฟรีด้วยร้อนๆยามเช้า



วิวด้านบนนี้สามารถรับชมได้ 360 องศา วิวสวยมาก ตอนเช้าหมอกลอยๆ ฟินมาก น่ามานอนสักคืนแสงตอนเย็นคงแจ่มน่าดู ชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน


ลงจากสะโง้แวะคาเฟ่วิวสวยๆริมถนนกันหน่อย


กลับจากดอยสะโง้สายๆมากินข้าวเช้าที่บ้านสวนอุ้ยคำ

จากนั้นไปทำกิจกรรมกันต่อในชุมชนวันนี้เราจะไปดูการตีมีดไทลื้อกันครับ ที่ปางห้านี้มีบ้านลุงตีมีดนี้มีเจ้าเดียวเลยครับ


ลุงจะตีมีดทุกวันยกเว้นวันพระครับ วันนึงจะตีได้ประมาณ 2 เล่ม ลองไปตีอยู่สองสามรอบ ยากทีเดียวครับ เป็นงานฝีมือโดยแท้และวิธีทำดั้งเดิมเลยครับ



ต่อกันด้วยการทำข้าวซอยน้อย หรือ พิซซ่าไทยใหญ่ ไทยลื้อ


วิธีการก็ไม่ยากเอาข้าวพม่าไปบดให้เป็นน้ำก่อน ที่ต้องเป็นข้าวพม่าเพราะว่ามันแข็งดีป้าว่าแบบนั้น แล้วก็ร่อนใส่ถาดจากนั้นจะใส่ไข่ใส่ผัก ใส่หมูอะไรเพิ่มเติมก็ได้


จากนั้นใส่หม้อประมาณ 2-3 นาที แล้วลอกออกจากถาด หั่นซอยบางๆ จิ้มน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ อร่อยเหาะเลยขอบอกก


ออกจากบ้านตีมีดไปต่อที่สวนฝรั่งกิมจู ไปดูการเกษตรกันบ้าง

เดินชมสวนและเก็บฝรั่งกันสดๆเลย ฝรั่งกิมจูที่นี้อร่อยมากครับ ผมซื้อกลับมากินอีกหลายโล555


จากนั้นก็นั้งรถอีต๊อกกลับมากินมื้อเที่ยงอีกรอบเป็นอันจบทริปครับ


มื้อเที่ยงของเราวันนี้คือ เตี๋ยว โตก ตอง มีเฉพาะวันเสาร์ด้วยครับเรามาวันเสาร์พอดี เตี๋ยว โตกตองก็คือ ก๋วยเตี๋ยว ใส่บนใบตอง และ โตกคล้ายขันโตกอีกที จึงเป็นที่มา ของ เตี๋ยว โตก ตอง เส้นบะหมี่ก็ทำเองอร่อยมากครับ รสชาตดี ใครมาวันเสาร์อย่าลืมมากินกันครับ ก่อนทานรับเมี่ยงออเดิฟกันก่อน


ของคาวจบต่อด้วยของหวาน ขนมล็อคนา และขนมถ้วยครับ


ท้ายสุดแวะถ่ายรูปเล่นที่โรงบ่มใบยาในหมู่บ้านด้วยครับ รูปทรงสวยงามแปลกตาดีครับ


จบไปแล้วกับกิจกรรมวิถีชุมชนสนุก ในรูปแบบ 2 วัน 1 คืน ที่จริงกิจกรรมมีมากกว่านี้แต่ผมเวลาไม่พอครับ

ส่วนใครสนใจจะมาทำกิจกรรมจะมาเดี่ยวหรือคู่หรือหมู่คณะ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด แพคเกจได้ ที่ ท่องเที่ยวชุมชนปางห้าโฮมสเตย์ มีทั้งกิรกรรม วันเดย์ทริป หรือ 2 วัน 1 คืนก็ได้ ครับ ในส่วนกิจกรรมที่ผมทำทริปนี้จะอยู่ในราคา คนละ 2100 บาทมีอาหาร 3 มื้อ แต่ไม่รวมแผ่นมาสก์หน้าในส่วนนี้ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายและอาหารมื้อเย็นแบบขันโตกครับ


เชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกคนนะครับฝากชุมชนปางห้าไว้ด้วยครับ "เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต"

ความคิดเห็น