อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (张家界:) ดินแดนแห่งหุบเขาอวตาร แบบฉบับ คนพูดจีนไม่ได้สักตัว ลุยเดี่ยว ภาค 1 รีวิวโดย Golfy The Journey

คนไทยหลายๆคน คงเคยได้ยิน หรือ ได้ชมภาพยนต์เรื่อง อวตาร /Avatar หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า หนังฮอลลีวู๊ดนี้ ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งในการสร้างภาพยนต์อะนิชั่นนี้มาจากสถานที่ใด สถานีที่นั้นไม่ใกล้ ไม่ไกล จากประเทศไทยของเราเลย เพราะมันคือ อุทยานแห่งชาติ จางเจียเจี้ย หรือที่คนไทยเรียกว่า หุบเขาอวตารนั้นเอง ซึ่

อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (张家界:) ดินแดนแห่งหุบเขาอวตาร แบบฉบับ คนพูดจีนไม่ได้สักตัว ลุยเดี่ยว ภาค 1

อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (张家界:) ดินแดนแห่งหุบเขาอวตาร แบบฉบับ คนพูดจีนไม่ได้สักตัว ลุยเดี่ยว ภาค 1

 วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.50 น.

 วันที่เดินทาง 21 ก.ย. 2560

คนไทยหลายๆคน คงเคยได้ยิน หรือ ได้ชมภาพยนต์เรื่อง อวตาร /Avatar หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า หนังฮอลลีวู๊ดนี้ ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งในการสร้างภาพยนต์อะนิชั่นนี้มาจากสถานที่ใด สถานีที่นั้นไม่ใกล้ ไม่ไกล จากประเทศไทยของเราเลย เพราะมันคือ อุทยานแห่งชาติ จางเจียเจี้ย หรือที่คนไทยเรียกว่า หุบเขาอวตารนั้นเอง

ซึ่งหนึ่งในฉากสำคัญของเรื่อง อวตาร (Avatar) จากฝีมือผู้กำกับชื่อดังอย่าง เจมส์ คาเมรอน ก็คือภูเขาลอยฟ้าแห่งดาวแพนดอร่า ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park) ในมณฑลหูหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นฉากหนึ่งในหนังเรื่องใด ที่นี่ก็ยังคงเป็นสถานที่ท็อปฮิตที่นักท่องเที่ยวนึกถึงเมื่อมาเยือนเมืองจีน เพราะความสวยงามของธรรมชาติและบรรยากาศที่ดึงดูดให้ผู้คนทั้งต่างชาติและชาวจีนเองเดินทางมาเที่ยวไม่ขาดสาย

ตัวอย่างหนังเรื่อง อวตาร ครับ


ผมได้มีโอกาสเดินทางไป ท่องเทียว ที่ อุทยานแห่งชาติ จางเจียเจี้ย ด้วยตัวเอง จึงอยากจะแชร์ประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ เพื่อจะเป็นประโยชน์ครับ

**** วันที่ผมเดินทางไปเที่ยว มีฝนตกบ่อยๆ ทำให้ในบางช่วงไม่ได้ถ่ายรูปใว้ ขออนุญาตินำรูปบางส่วนจากอินเตอร์เน็ต นะครับ ****

การเดินทางครั้งนี้ผมได้ตั๋วราคาโปร ของ สายการบิน AirAsia พี่หางแดง ขวัญใจของผมครับ บินตรงสู่ เมือง ฉางชา (Changsha) มณฑล หูหนาน (Hunan)

บินผ่านน่านน้ำไทยของเราครับ

วันที่ไปถึง สนามบินฉางซาประมาณ 11.30 กว่าจะเดินออกจาก GATE ได้ ประมาณ 12.30
เมื่อออกจาก GATE มาแล้ว ให้เดินทางขวามือสุด จะเห็นเคาว์เตอร์ขายตั๋วรถที่จะเดินทางไปยัง West Station Changsha ราคา 28.5 หยวน

ตั๋วหน้าตาแบบนี้นะครับ


มีป้ายเขียนเป็นท่ารถ ไปตามทีต่าง เช่น หมายเลข 1 2 3 4 เราต้องขึ้นขวามือสุดคือหมายเลข 1 รถจะออกตามเวลา หรือ ผู้โดยสารเต็มคันรถก็จะออก ใช้เวลาประมาณ 1 ชม

เมื่อถึงสถานี West station Changsha แล้ว เดินเข้าข้างในตัวอาคารเพื่อซื้อตั๋วรถต่อไปยัง Zhangjiajie รถจะมีออกทุกชั่วโมง ราคา 120 หยวน

Wulingyuan รถจะมีออก 3 รอบต่อวัน ราคา 103 หยวน

*** เหตุผลที่ต้องไป เมือง Wulingyuan เพราะจะใกล้กับอุทยานแห่งชาติ จางเจียเจี้ย ที่สุด ***

กรณีใครไปไม่ทันขึ้นรถไป Wulingyuan ให้ไป ลงที่ สถานีรถ จางเจียเจี้ยแทน แล้วนั่งรถท้องถิ่น มาลงที่ Wulingyuan แทนครับ

เช็คราคารถและเวลาได้ที้นี้ครับ ของผมรอที่ เบอร์ 5 ครับ

https://www.chinabusguide.com/wulingyuan-to-changs...


สถานีรถบัส ใหญ่ สะอาดดีครับ ห้องน้ำไม่น่ากลัว รีบเข้าที่นี้เลยนะครับ ไม่งั้นยาวไป 4-5 ชั่วโมงเลย

สภาพด้านในของรถครับ อันนี้บอกใว้ก่อนนะครับ คนจีนบ้างคนก็สูบบุหรี่ และ บางทีแหม่งก็ปิดแอร์

สภาพรถด้านนอกครับ ผมเป็น ผู้โดยสาร ชาวไทยและต่างชาติคนเดียวเลย ใบ้กินครับ ภาษาจีนไม่ได้เลย

รถก็วิ่งไปเรื่อยๆ และฝนก็ตกบ่อยๆ ผมเลยไม่ได้ถ่ายรูปมามากเท่าไหร่ วันนี้ทุลักทุเลมากครับแต่ในที่สุดก็มาถึงท่ารถ เมือง Wulingyuan สุดท้ายสักที........เห้อ

อากาศในเดือน กันยายน เริ่มเย็นแล้วครับ แต่ก็ยังถือว่าเที่ยวสบายอยู่ หลังจากที่รถมาส่งผมที่สถานีรถ ตามรูปด้านบน ผมก็เดินตามลางแทงแผนที่ โฮลเทลที่จองใว้ มันเขียนระบุว่า เดิน 15 นาทีถึง และ 5 นาที ถึง อุทยานแห่งชาติ จางเจียเจี้ย ครับ เรื่องโรงแรม ต้องจองให้เรียบร้อยเลยนะครับ อย่าไปเดินหานอกจากคุณจะพูดภาษาจีนได้ เพราะเมืองท่องเที่ยวนี้ ที่พักส่วนใหญ่เต็มตลอด หลังจากที่ผมเดินตามแผนที่ไปเรื่อยๆก็มาเจอที่พักแล้วครับ ตื่นมาตอนเช้าเปิดหน้าต่างไปดูวิว สดชื่นจริงๆ

หลังจากอาบน้ำ แปรงฟันแล้ว ก็เตรียมออกลุยครับ คนจีนตื่นเช้ากันครับ ถึงจะอยู่ใกล้ประตูทางเข้าแต่ต้องรีบไปก่อนทัวร์จีนบุกนะครับ พอ 08.00 ผมก็รีบออกไปซื้อตั๋วเลยครับ

ที่อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยจะมีประตูทางเข้า 2 ทาง ได้แก่ ประตูอู่หลิงหยวน และ ประตูจางเจียเจี้ย โดยประตูอู่หลิงหยวนอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนประตูจางเจียเจี้ยอยู่ทางทิศตะวันตก

เดินจากโฮลเทลมาประมาณ 5 นาที ครับ ก็มาถึงทางเข้าซื้อตั๋วแล้ว ผมได้เลือกมาเที่ยวในวันธรรมดา คนจะไม่มากนัก

ตั๋วเข้าอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยแบบ 3 วันราคา 245 หยวน บวกค่าประกัน 3 หยวน = 248 หยวน ซึ่งจะรวมค่ารถบัสขนส่งภายในอุทยาน แต่ไม่รวมค่ากระเช้าลอยฟ้ากับลิฟต์แก้ว

ตั๋วกระเช้าราคาคนละ 72 หยวนต่อเที่ยว

ลิฟต์แก้วราคาคนละ 72 หยวนต่อเทียว

ส่วนตั๋วแบบ 7 วันราคา 298 หยวน บวกค่าประกันอีก 3 หยวน = 301 หยวน

อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park) หรืออุทยานแห่งชาติอู่หลิงหยวน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน (สถานที่ท่องเที่ยวจีนแบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ 1-5A โดย 5A หมายถึงสวยงามที่สุด) ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี 1992 ทั้งยังเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจีนอีกด้วย จางเจียเจี้ยขึ้นชื่อว่ามีทัศนียภาพที่แปลกตาและสวยงามสะกดใจมาก ภายในเขตอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยมีจุดท่องเที่ยวต่างๆ กระจายอยู่ทั่วทั้งอุทยาน รวมถึงวิธีการเดินทางไปยังจุดต่างๆ ก็หลากหลายและค่อนข้างสะดวกสบาย ไปได้ทั้งทางรถบัส กระเช้า ยันลิฟต์แก้ว

แผนที่ส่วนใหญ่จะมีแจกฟรีที่โรงแรมครับ แนะนำว่าทำการบ้านมากๆหน่อยครับ ผมมีเวลาจำกัดแค่ 2-3 วัน ที่นี้เท่านั้น ไม่สามารถไปเที่ยวได้ทุกๆ จุด ครับ

โหลดแผนที่ได้ที่ ลิงค์นี้ครับ

http://pcbisolation.com/blog/zhangjiajie-park-map/

แผนที่อย่างย่อครับ

หน้าตาตั๋วเป็นแบบนี้นะครับ ห้ามทำหายนะครับพอได้บัตรแล้วก็เดินเข้าช่องไหนก็ได้ค่ะ เพื่อสแกนลายนิ้วมือ เพราะบัตรนี้สามารถใช้เข้าได้ 3 วัน จึงต้องป้องกันไม่ให้เอาของคนอื่นมาใช้ ยืมรูปจากเน็ตอีกทีนะครับ

ทางเข้าก่อนไปเจอรถเวียนครับ

สำหรับผมเลือกนั่งกระเช้าขึ้นและลงลิฟท์แก้วครับ เดินออกมาที่ลานกว้างรอขึ้นรถบัสเวียนได้เลย ไม่น่าก็มาถึงจุดซื้อตั๋วขึ้นกระเช้าแล้วครับ ไป ภูเขา TianZi Mountain.

วิวระหว่างนั่งกระเช้าขึ้น


บริเวณนี้ก็มีมุมให้ถ่ายรูปบ้างครับ

จากนั้นก็นั่งรถบัสอุทยานที่จะพาเราไปจุดต่อไป (ค่ารถบัสเวียนในอุทยานรวมในค่าเข้าแล้วนะครับ ไม่ต้องจ่ายเพิ่มครับ)



รถบัสมาจอดที่จุดนี้จะมีร้าน แมคโดนัลด์ เป็นจุดสังเกตุ และจุดชมวิวจะอยู่ตามแนวหน้าผา


มีจุดชมวิวให้เดินเล่นครับ จุดแรกที่ผมเดินไปคือ Fairy dispersing flowers

ในวันฝนตกพร่ำๆ ก็มียังมีนักท่องเที่ยวมาไม่ขาดสายครับ กว่าจะได้คิวถ่ายรูป

อาคารสีแดงนั้นคือ Tianzi Pavilion จุดที่มีคนจีนขึ้นไปถ่ายรูปเยอะ เห็นราคาค่าขึ้นแล้ว ผมขอเก็บใว้กินข้าวแทนครับ

ตรงนี้เริ่มมีใบไม้เปลื่ยนสีแล้วครับ กลาง กันยายน


ดินถัดมาจะเป็นสวนนายพลเฮ่อหลง (Helong Park) ครับ

นายพลเฮ่อหลง อดีตบุคคลสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์ ผู้มีดินแดนเกิดอยู่ที่จางเจียเจี้ยแห่งนี้

นั่งบัสอุทยานมาประมาณ 40 นาที ก็จะถึงจุดต่อไป ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Tourist center Yuanjiajie)

เดินมาเรื่อยๆจะเจอไฮไลท์อีกจุดนั่นคือ สะพานหินเทียนเซี่ยตี้อี้เฉียว หรือที่เรียก สะพานหนึ่งในใต้หล้า)

เดินตามผ้าแดงๆที่เค้าผูกไว้ขึ้นมาจะเป็นจุดชมวิว



มาถึงก็เข้าคิว (มั้ง) ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันครับ

จุดชมวิวมีเป็นระยะตามแนวหน้าผา

ทริปนี้ได้เจอพี่คนไทยด้วยครับ เลยติดสอยห้อยตามกันมา

วิวตรงนี้สวยงามมากครับ ห้ามพลาด


ว่ากันว่าที่นี่มีแท่งภูเขาหินทราย มากกว่า 3,000 ยอดเลยทีเดียว


เดินถัดมาจะมาเจอ เจ้าตัวนี้ครับ เป็นนกยักษ์ ที่อยู่ในหนังเรื่อง อวตาร

จากนั้นก็กลับมาที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Tourist center Yuanjiajie)

Yuanjiajie Scenic Area / 袁家界风景区 / จุดชมวิวหยวนเจียเจี้ย
เดินตรงมาเรื่อยๆ ตามทางเพื่อมาขึ้นรถบัสสีม่วงต่อมายังบริเวณหยวนเจียเจี้ยซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดชมวิวและหุบเขาที่มีชื่อเสียงอยู่หลายที่ เช่น South Pillar of Heaven หรือ หุบเขาอวตารที่เราคุ้นเคยกัน


South Pillar of Heaven / อวตาร Hallelujah Mountain มุมมหาชนที่ใครๆ ก็ต้องถ่าย จะได้มุมนี้ต้องมายืนบนสะพานเหล็กที่ทางอุทยานสร้างไว้ให้ครับ


ต่อจากนั้นก็นั่งรถบัส ไปที่ทางแยกตามแผนที่เลยครับเพื่อไป Yangjiajie Scenic Spot (เขตจุดชมวิวหยางเจียเจี้ย) กันต่อ ที่ปากทางเข้าจะมีทางแยก 2 ทาง ให้ไปทางขวาจะนำไป Tianbo Mansion ส่วนทางซ้ายจะนำไปยังอีกจุดชมวิวซึ่งไกลกว่า และผมไม่มีเวลามากพอ ผมเดินทางตามป้ายบอกทางขึ้นไปเรื่อยครับ

เดินผ่านช่องแคบๆขึ้นมาครับ

ใช้เวลาร่วม ชั่วโมงครับ แต่บรรยากาศก็น่าเดินจริงๆ ตอนนี้เกือบจะถึงนะครับ จุดที่จะไปอยู่ตรงโน้นครับ

บรรยากาศแจ่มเลย ตอนนี้ฝนตกปรอยๆ พอจะถ่ายรูปได้ครับ

อุปสรรค์แค่นี้ขวางเราไม่ได้ครับ ต้องเดินกันต่อไป


ในที่สุดก็มาถึง Tianbo Mansion


จุดนี้ผมอยากไห้ 5 ดาวไปเลยครับ มันสวยจริงๆ ถ้าใครมาตอนเช้าๆได้ เห็นพระอาทิตย์ขึ้นจะสวยงามมาก


ระหว่างทางก็ได้เจอกับน้องลิงมานั่งชมวิว


ใครหนอใจร้ายตัดมือลิงได้ โหดเหี้ยมาก


เดินมาทั้งวันแล้วขอยืดเส้นเอ็นขาหน่อยนะครับ


หลังจากนั้นผมก็เดินมาถึงรถบัสตรงทางแยกครับ เพื่อกลับไปที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Tourist center Yuanjiajie) อีกรอบ นั่งรถบัสสีม่วงต่อไปที่ Bailong Lifts / 百龙天梯 / ลิฟท์ไป่หลง (ลิฟท์ร้อยมังกร) ผมนั่งบัสมาถึงจุดลงลิฟท์แก้วไป่หลง พอลงรถบัส ให้สังเกตุป้ายขายตั๋วลงลิฟท์แก้ว

ให้สังเกตุป้ายขายตั๋วลงลิฟท์แก้วอีกที


ตั๋วลงลิฟท์ไป่หลง ราคา 72 หยวน หน้าตาแบบนี้นะครับ

Bailong Lifts / 百龙天梯 / ลิฟท์ไป่หลง (ลิฟท์ร้อยมังกร)
ด้วยความสูง 330 เมตร และเวลาการเดินทาง 1 นาที ลิฟท์ไป่หลงนับว่าเป็นลิฟท์แก้วกลางแจ้งที่สูงและเร็ว

Ten Miles Gallery / 十里画廊 / ภาพวาดสิบลี้
ที่ภาพวาดสิบลี้ทางเดินจะเป็นแบบเข้าออกทางเดียวกัน ระยะทางไม่ไกลมาก เดินได้แบบเรื่อยๆ สบายๆ แต่ผมเลือกที่จะใช้รถบัสแบบไป-กลับครับ เพราะต้องการประหยัดเงินครับ
เขารูปทรงแปลกตาระหว่างทางเหมือนจะเป็นการบ่งบอกอย่างมีนัยยะให้เราเตรียมตัวสัมผัสกับสิ่งมหัศจรรย์ในเบื้องหน้า


หมดทริปสำหรับวัน แรกครับ ผมก็นั่งรถบัสกลับมาที่ ประตูทางเข้า Wulinyang เพื่อเดินทางกลับสู่ที่พักครับ หมดแรงจริงๆ

วันที่ 2 ผมก็ใช้ตั๋วจากเมื่อวานครับ ไปเที่ยวที่ Suoxiyu Scenic AREA จุดแรกๆของ Golden Whip Stream

เป็นอีก 1 สถานที่ รู้สึกผ่อนคลายครับ

จุดนี้เห็นคนมาถ่ายรูปกันเยอะเลยขอบ้างครับ

ผมว่าบริเวณทางน้ำไหล ผ่อนคลายความเครียดจริงๆครับ

เสียดายไม่มีใครถ่ายรูปสวยๆให้ครับ เลยถ่ายภาพวิวมาฝากแทนครับ

ผู้คนเยอะจริงๆ

ก็จบแล้วนะครับ สำหรับทริปสั้นๆ ใน อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park)

ผมฝากกดไลท์ กดแชร์ให้ด้วยครับ สำหรับใครที่อยากติดตามต่อภาค 2 กดตามที่ลิงค์นี้ได้เลยครับ

Tianmenshan / 天门山 / สู่ประตูสวรรค์ เทียนเหมินซาน ฉบับคนพูดจีนไม่ได้เลย ภาค 2

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ กด like share Comment ด้านล่างได้เลยครับ

กดติดตามต่อได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/GolfytheJourney/

Instagram : https://www.instagram.com/golfythejourney/

Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCnqCI_fF3OPdFUSLR...

Readme : https://th.readme.me/id/Golfythejourney






ความคิดเห็น