แบกเป้ขึ้นรถไฟ เที่ยวไทย ด้วยรถไฟฉึกฉัก ปู๊นปู๊น รีวิวโดย 9StepS

► เคยได้ยิมไหมกับประโยคที่ว่า ◄ ❝ ภาพถ่ายเป็นสิ่งที่วิเศษ ถึงแม้เวลาจะเปลี่ยนไป แต่เรื่องราวในภาพมันยังคงเดิม ❞ ลองนั่งถามตัวเองว่า มีความสุขมากขนาดไหนเวลาได้ถ่ายรูป ? สำหรับพวกเราคงตอบแบบไม่คิดว่า ชอบและสนุกทุกครั้ง เพราะหลังจบทริปได้มานั่งดูรูป เลือกรูปจากกล้อง เอามาแต่งนิดเติมหน่อย มันเหน

แบกเป้ขึ้นรถไฟ เที่ยวไทย ด้วยรถไฟฉึกฉัก ปู๊นปู๊น

แบกเป้ขึ้นรถไฟ เที่ยวไทย ด้วยรถไฟฉึกฉัก ปู๊นปู๊น


► เคยได้ยิมไหมกับประโยคที่ว่า ◄

❝ ภาพถ่ายเป็นสิ่งที่วิเศษ ถึงแม้เวลาจะเปลี่ยนไป แต่เรื่องราวในภาพมันยังคงเดิม ❞

ลองนั่งถามตัวเองว่า มีความสุขมากขนาดไหนเวลาได้ถ่ายรูป ?

สำหรับพวกเราคงตอบแบบไม่คิดว่า ชอบและสนุกทุกครั้ง

เพราะหลังจบทริปได้มานั่งดูรูป เลือกรูปจากกล้อง เอามาแต่งนิดเติมหน่อย

มันเหนื่อยแต่ก็สนุกดีนะ หรือแม้แต่บางทีแค่ได้แชร์บอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้ใครสักคนฟังก็ยิ่งดีใจ

แถมจะยิ้มมากขึ้น เมื่อมีคนเข้ามาอ่านหรือเข้ามาแชร์มากมาย

(สุดท้ายตอนนี้ นั่งแอบอมยิ้มอยู่คนเดียว ^^)

❝ เพ้อมาซะเยอะขนาดนี้ ... เนื้อหาแทบไม่มี 55 ❞

พอดีวันก่อนว่างๆ เลยนั่งเปิดคอมดูรูปทริปเที่ยวเก่าๆ เลยอยากจะลองแบ่งปันเรื่องราว

บางช่วงบางตอนในบันทึกความทรงจำครั้งเก่าๆของพวกเรา

•○● 9Steps Travelers ●○•

ให้เพื่อนๆได้ฟัง

กรุงเทพ - หัวลำโพง - เชียงใหม่ - เชียงราย

พวกเราเชื่อว่า ถ้าใครอยากจะไปเที่ยวเหนือให้แบบคลาสสิคทั้งที

มันคงต้องตีตั๋วนอนยาวๆ ยาวปายยยยยด้วยรถไฟ

แถมได้ไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนซี้ คิดแค่นี้มันคงต้องสนุกแน่ๆ

❝ ไม่รอช้า แบกเป้ขึ้นรถไฟ ไปเที่ยวเมืองไทย ด้วยรถไฟฉึกฉัก ปู๊นปู๊น ❞

ll บันทึก วันเดินทาง ll

lll ณ หัวลำโพง lll

❝ สิบเจ็ดนาฬิกา ❞

ถึงเวลานัดหมายรวมตัวของพวกเรากับการเริ่มต้นออกเดินทาง ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง

กับการลองขึ้นรถไฟแบบใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม ขบวนรถด่วนพิเศษ อุตราวิถี

ตื่นเต้นมาก เพราะอยากจะขึ้นไปสัมผัสนานแล้ว

❝ อัตราค่าโดยสาร รวมค่าธรรมเนียม ❞

ออกจากสถานีหัวลำโพงด้วยรถไฟขบวนที่ 9 ตู้นอนปรับอากาศ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง

(ส่วนถ้ามาจากเชียงใหม่ จะมาด้วยรถไฟขบวนที่ 10)

ชั้นที่ 1 เตียงบน : 1,453 บาท เตียงล่าง : 1,653 บาท เหมาห้อง : 2,453 บาท

ชั้นที่ 2 เตียงบน : 941 บาท เตียงล่าง : 1,041 บาท

(ราคาค่าโดยสาร ลองเช็คอัพเดทข้อมูลได้ที่ สถานีรถไฟทั่วประเทศ หรือโทร. 1690)

ทุกที่นั่งจะมีโต๊ะเล็กๆที่พับอยู่ด้านข้าง แถมมีปลั๊กไฟให้ชาร์ตไฟด้วยนะ

❝ สิบแปดนาฬิกา ❞

เสียงหวูด ปู๊น ปู๊นของรถไฟดังขึ้น ดีใจจัง!! ได้เวลารถออกจากชานชาลาพาเราไปเที่ยวเหนือแล้ว .. วว ล่ะ

หลับๆ ตื่นๆ สะดุ้งอีกทีก็เช้าละ ประมาณเจ็ดโมงนิดๆ ทริปนี้เรามีเวลาเที่ยวประมาณ 4 วัน

เลยตกลงเช่ารถกันที่เชียงใหม่ และตั้งใจจะขับไปเที่ยวเชียงรายต่อ ก่อนกลับสู่กรุงเทพฯ


ll บันทึกวันที่ 1 ll

III ณ เชียงใหม่ lll

ล้างหน้า แปรงฟัน แวะเติมพลังด้วยอาหารเช้า

ช่วงสายๆของวันนี้ หลังจากออกจากสถานีรถไฟเชียงใหม่ เริ่มต้นทริปกันที่

❝ MAIIAM Contemporary Art Museum หรือ พิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยม ❞

สถานที่ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งความร่วมสมัย ผ่านการชมผลงานศิลปะหลากหลายสาขาที่ตื่นตาตื่นใจ

ไปกี่ครั้งพวกเราก็ยังคงสนุกสนานเช่นเคย

ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ ❝ โดนใจสายอาร์ตแน่นอน

วันว่างๆ เพื่อนๆลองเข้าไปชมแรงบันดาลใจดีๆ

ผ่าน ❝ งานศิลปะ ❞ ที่มีคุณค่าจากศิลปินไทยทั้งเก่าทั้งใหม่ไปจนถึงศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับสากล

ใครมีเวลาว่างๆลองไปเดินถ่ายรูปเล่น เพลิดเพลินทั้งวันเลยล่ะ

หลังจากหลบร้อนที่หอศิลป์ ตกเย็นพวกเราก็ได้เวลาหาอะไรรับประทาน

ไม่มีที่ไหนดีไปกว่า ❝ การไปตะลอนกินอาหารอร่อย ❞ ในย่านนิมมานเหมินทร์


เรียกว่า ลุยกินกันแบบรัวๆ

กับแหล่งรวมของกิน มากี่รอบคนก็เยอะตลอดเวลา

กินข้าว จิบกาแฟ เที่ยวทั่วในตัวเมืองเชียงใหม่

ก่อนกลับเข้าที่พัก แล้วรีบเข้านอนเพราะพรุ่งนี้มีภารกิจตะลุยเที่ยวกันแต่เช้าตรู่


ll บันทึกวันที่ 2 ll

III ณ เชียงใหม่ lll

❝ เห้ออออออออออ!!! ตี 5 ❞

ได้เวลาตื่นนอนอีกแล้ว บอกแล้วว่าภารกิจวันนี้เช้าตรู่จริงๆ

6 โมงล้อหมุน ออกจากโรงแรมในตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อไปแถวๆ พระตำหนักดอยผาตั้ง

ใช้เวลาเดินทางไม่นานมาก ขับผ่านถนนโค้งไปโค้งมาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้ว

วันนีัพวกเราตื่นกันเช้ามาก เลยขอรองท้องบนรถด้วยเมนูง่ายๆ ❝ หมูยอ หมูฝอย กุนเชียง ❞

กินกับข้าวเหนียวนึ่งนุ่มๆ ร้อนๆ รับรองติดใจและลงตัวสุดๆ คอนเฟิร์ม

❝ อิ่มท้องกันแล้วได้เวลาลงรถ ❞

เดินถ่ายรูปเล่นรอบๆ พร้อมไปสูดอากาศให้เต็มปอดกันหน่อย อู้หูวว บอกเลยว่า ตอนเช้าแสงสวยมาก

❝ นี่แหละ แสงที่ส่องลอดลงมาจากต้นไม้ใหญ่ ❞

แสงนุ่มๆจนเสมือนเราหลุดเข้าไปในเมืองเทพนิยาย เจอแบบนี้แล้วก็ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

แอ็คท่าถ่ายรูป กดชัตเตอร์รัวๆ 1 2 3 แชะ 1 2 3 แชะ โพสท่ากันเลย นายแบบนางแบบมืออาชีพชัดๆ

จุดหมายต่อไปได้เวลาเดินทางกันต่อ ไม่ไกลมากจากที่เดิม

❝ ฟาร์มแกะดอยผาตั้ง ❞

หรือที่เรามักเรียกติดปากว่า ม่อนน้องแกะ ตั้งอยู่ใกล้ๆกับพระตำหนักดอยผาตั้ง

อ่านเจอรีวิวหลายคนมักบอกว่า นี่มันคือ สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ไม่ไปคือพลาด

❝ ช่วงเวลาสายๆ ประมาณ 09.00 - 10.00 น. ❞

เจ้าหน้าที่จะเริ่มต้อนแกะจากฟาร์มให้ออกมาแทะเล็มหญ้า เรียกว่ากลมกลืนไปกับนักท่องเที่ยวเลยล่ะ

เลยเข้าใจ เออ หรือมันคงคล้ายๆที่สวิตเซอร์แลนด์มั้งว้า (ไม่รู้นะ เพราะยังไม่เคยไป มโนเอง 555)

ยืนมองน้องแกะที่กำลังเพลิดเพลินกับการกินหญ้า

กับวิวเบื้องหน้าที่เป็นภูเขาสีเขียวเรียงรายสลับซับซ้อนไปมา

มองแล้วต้องร้องแบบดังๆว่า ว้าววววววว! มันโคตรแตกต่างจากฟาร์มแกะทั่วไปจริงๆ

หลังจากสนุกสนานป้อนอาหารกับน้องแกะกันพอสมควร

มองดูนาฬิกา แล้วตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปไหนดี งั้นลองไปที่นี่ดีกว่า

❝ สะพานแขวนเขื่อนแม่กวง ❞

อีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์กกับสะพานที่ทอดยาวภายในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา

ตั้งเด่นสง่าท่ามกลางวิวธรรมชาติ คงน่าจะประทับใจอยู่ไม่น้อย

ลองหาข้อมูลเส้นทางในกูเกิ้ล คือ ระยะทางโคตรไกล แต่ไหนๆมาล่ะ ไปให้เห็นกับตาดีกว่า

พอไปถึง อึ้ง อึ้ง อึ้ง ร้อนมากกกกกกกกกกกกกกกกกก เห็นแดดจัดๆถึงกับหมดแรงเลยทีเดียว

ลองไปเดินเล่นบนสะพาน ❝ ชมความงามของภูเขาที่โอบล้อมเขื่อน ❞ ถ้ามาช่วงอากาศเย็นคงดี

ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน เป็นความสวยงามที่หาดูไม่ได้จากที่ไหนง่ายๆ เลยนะ

ร้อนก็ร้อน ร่มก็ไม่มี 55

เดินเที่ยวเล่นที่นี่กันจนเกือบเย็น จนได้เวลาขึ้นรถเดินทางมุ่งหน้าสู่เชียงรายเสียที

เพราะคืนนี้เราเลือกจองที่พักในตัวเมืองเชียงรายไว้

ยังไงวันนี้ขอตัวแยกย้ายพักผ่อนนอนหลับยาวๆ เตรียมตัวลุยต่อในวันพรุ่งนี้ก่อนนะ ZzZZz


ll บันทึกวันที่ 3 ll

III ณ เชียงราย lll

เมื่อคืนก่อนเข้านอน พวกเราโอน้อยออก ขอแยกทริปเที่ยวเป็น 2 กลุ่มเล็กๆ

กลุ่มแรก ขอเอาใจคนรักและชื่นชอบหลงไหลในทะเลหมอกสีขาวกับความหนาวเย็น ดอยผาตั้ง

กลุ่มสอง ขอเอาใจคนรักในศิลปะที่สร้างสรรค์ไว้ให้แก่วงการศิลปะไทย พิพิธภัณฑ์บ้านดำ

1

ตี 2 ตื่นนอนกันได้แล้ว ตื่นๆบอกให้ตื่น งัวเงียงงๆ

ล้างหน้าแปรงฟัน ออกเดินทางไป

อีกหนึ่งดอยสวยแห่งหนึ่งของเมืองไทยที่ใครต่อใครต้องมาชมความงามบนยอดดอยแห่งนี้

❝ ดอยผาตั้ง ❞

ตั้งอยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าไปประมาณ 23 กิโลเมตร

ขับรถบนเส้นทางคดเคี้ยวไปตามไหล่ดอย (ขึ้นรถปุ๊บหลับปั๊บ ไม่รู้ว่าอดนอนมาจากไหน)

ใครที่ขับรถมาช่วงกลางคืน ขับรถกันระวังๆด้วยนะ เพราะเส้นทางมืดมาก ขับตามทางวกไปวนมาไปเรื่อยๆ

เดี๋ยวก็จะถึงบริเวณลานกว้างๆ ที่มีบริการจุดกางเต็นท์ด้วยนะ เผื่อใครอยากจะขึ้นมานอนรอด้านบน

ตอนนี้ก้มหน้ามองดูนาฬิกาเวลา ตี 5 มันคือมืดตึ๊ดตื๋อ

ทุกคนคนต่างมองหน้าแล้วพูดออกว่า ลุย เด่ะว่ะ เตรียมไฟฉายมาอย่าไปกลัว

เอิ่มมมมมมมมมม หมอกเยอะมาก หนาวก็หนาว ลุยก็ลุยวะ

ได้เวลาเดินขึ้นตามทาง ให้ตายเถอะ มองตามแสงไฟฉายไปข้างหน้า ช็อค แคบ มืด เดินแถวเรียงเดี่ยว T_T

ฝนก็ดันตกอีก ที่นี่กลางคืนมันเงียบมาก

หลังจากเดินตามเส้นทางไปสักพัก

ด้วยความที่มืดมาก เดินกันไปเรื่อยเปื่อยอยู่ดีๆเราก็ขึ้นมาถึง เนิน 102 ซะงั้น 555

กับจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามกว้างไกลสุดสายตา เรียกว่ามาถึงกันแบบงงๆ

นั่งพัก ดมยาดมสักแพร่บบบบบบ อากาศก็เย็น ลมก็แรง มองหน้ากัน

งั้นตัดสินใจเดินหน้าต่อไปยังเนิน 103 เพราะกลัวจะไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้น

เพราะฟ้าเริ่มจะสว่างขึ้นบ้างแล้ว แต่มองไปยังท้องฟ้าก็ต้องถอดใจ ฟ้ายามนี้ไม่สดใส หึหึ ไม่จริง

จะว่าไปก็อยากจะขอบคุณโชคชะตาที่พาเรามาพบกัน

และนี้คือ ภาพถ่ายบนจุดชมวิว เนิน 103 กับหมอกสีขาว ทอดยาวตามแนวเขาสุดลูกหูลูกตา

บอกเลยว่า ฟ้าเปิด สุดยอดมว้ากกกกกกกกกกกกก ฟินไปอีกกกกกกกกกก โอ้ยยยยยยย !!!!

ความสวยงามตอนนี้สะกดจนอยู่หมัด สายตามองไปยังกลุ่มก้อนเมฆทะเลหมอกสีขาว

มือก็กดชัตเตอร์อยู่ตลอดเวลา ไม่อยากละสายตากับความงามที่อยู่ตรงหน้าเลยจริงๆ

แยกย้าย ถ่ายรูปกันสักพัก ถึงเวลาโบกมือลากันแล้วดอยผาตั้ง

บอกก่อนว่า ใครมาช่วงกลางวันหรือเย็น ถ้าเดินตามเส้นทางจริงๆจะผ่านจุดต่างๆระหว่างทางเยอะมาก

แต่ทริปนี้เราตั้งใจเดินขึ้นไปยัง จุดชมวิวเนิน 103 กันก่อน

พอเดินย้อนกลับลงมา เราเลยไปแวะ

❝ จุดชมวิวช่องผาขาด ❞

ซึ่งตอนเดินขึ้นมามันมืดๆ มีเพียงแค่ไฟฉายส่องตามทางกันไป ผ่านจุดนี้ไปตอนไหนวะเนี่ย 55

ช่องเขาที่หินขาดออกจากกัน มองเห็นแม่น้ำโขงพาดผ่านตรงช่องเขาขาดพอดี

และมักเกิดทะเลหมอกปรากฎในบริเวณนี้อยู่เสมอ และนี่คือภาพถ่ายที่เราได้ วู้ๆ เจอทะเลหมอกด้วย

❝ ในช่วงฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้ ❞

หากเพื่อนๆคนไหนที่กำลังวางแผนเที่ยว ลองมาตากอากาศ ชมทะเลหมอก

นอนเล่นลั๊นลา ค้างสักคืน ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกก็เข้าท่าดี แถมนักท่องเที่ยวไม่เยอะมากด้วย

2

อีกหนึ่งสถานที่ หากเพื่อนๆมีโอกาสผ่านมาเที่ยวที่จังหวัดเชียงราย ก็ไม่ควรพลาด

❝ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ หรือ บ้านดำ ❞

พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านขนาดใหญ่ที่รวบรวมของสะสมและผลงานศิลปะอันล้ำค่านับหมื่นชิ้นของ

❝ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ❞

เมื่อเดินเข้าไป ภายในบริเวณเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด

❝ บรรยากาศร่มรื่น ลมพัดเย็นสบาย และรูปทรงแต่ละอาคารก็แปลกตา ❞

นับว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่แสดงให้เห็นถึง

❝ การถ่ายทอดความเป็นตัวตนของศิลปิน ❞

ผ่านผลงานที่มีเอกลักษณ์และมีศิลปะแบบล้านนาที่ทรงคุณค่าและควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้อย่างยิ่ง


ll บันทึกวันที่ 4 ll

III ณ เชียงราย lll

เช้าวันใหม่ เราก็ไปต่อที่นี่

❝ Sawanbondin Farm & homestay ❞

อากาศร้อนนัก หนีไปพักให้สบายใจในสถานที่เย็นๆ ฟินๆ กับ สวรรค์บนดินฟาร์ม กันดีกว่า

เคยอ่านรีวิวมาจากเพื่อนๆหลายคน มีโอกาสมาถึงที่นี่แล้ว เลี้ยวรถแวะเข้าไปเช็คอินกันสักหน่อย



ฟาร์มเล็กๆที่ใครต่อใครมาแล้วต้องหลงรัก ขนาดพวกเราใช้เวลาไม่นานนักยังแอบหลงรักที่นี่กันเลย

กิจกรรมมีทั้งนั่งจิบชา ปั้นดินเซรามิค เดินดูแปลงผักปลอดสารพิษ

เมนูชาหรือกาแฟของที่นี่อาจมีไม่มากนัก

แต่รับรองเป็นทุกๆเมนูสุดสร้างสรรค์เลยล่ะ

เช่น คุกกี้งาขี้ม่อน อัญชันบลูลาเต้ อัญชันลูกหม่อน ชาอัญชันลาเต้ หรือน้ำมะตูมโซดา

แถมมี workshop ปั้นดิน ด้วย เรียกว่าเข้าไปแล้วสโลว์ไลฟ์จริงๆ

ส่วนด้านในมีบ้านปูนเปลือยชั้นเดียว แต่มีห้องไม่มากมาย

เผื่อไว้สำหรับใครที่ต้องการที่พัก ราคาไม่แพงด้วยนะ

ปักหมุดไว้ อย่าลืมแวะไปสวรรค์บนดินของนักเดินทางแบบพวกเรานะ

กับเสน่ห์ที่เรียบง่าย จิบชาหอมๆ คุกกี้อร่อยๆ ถูกใจสายชิลแน่นอน

พากันไปตะลุยในเส้นทางสะเมิงกันต่อ โดยปลายทางที่พวกเราจะแอบหลบลมร้อน

นั้นก็คือ

❝ แบรนด์นิวฟีลกู๊ด Brand New Field Good ❞

คาเฟ่และร้านอาหารบรรยากาศกลางทุ่งนาเขียวๆของคู่รักหวานคู่ เป๊ก-เปรมณัช และนิว เดอะสตาร์

พอดีช่วงที่พวกเราไป ชาวบ้านเพิ่งจะเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ

โดยรวมๆแล้วต้องพูดว่า ร้อนหน่อย แต่บรรยากาศดี๊ดี ฟีลกู๊ดสมชื่อ

รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

ปิดท้ายวันสบายๆ แบบนี้

ขอไปนอกพักบนดอยสูงๆ รับลมเย็นๆแถมได้กินหมูกะทะฟินๆ ให้หมอกลอยปะทะหน้าดีกว่า

จุดต่อไป เป้าหมายมีใว้พุ่งชน ไป ไป ไป ไป

❝ ม่อนเหนือ ❞

ถ้ามา ❝ เที่ยวแถวๆม่อนแจ่ม ❞ แล้วยังไม่รีบกลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่

เพื่อนๆลองมองหาที่พัก แล้วนอนค้างอีกสักคืนใกล้ๆ

พวกเราแนะนำ ❝ ม่อนเหนือโฮมสเตย์ ❞ ที่พักกระท่อมไม้แบบเรียบง่าย ที่สามารถนั่งเล่นริมระเบียง

นอนตีพุงตากลมชมวิวภูเขาตรงหน้าไกลสุดลูกหูลูกตา สูดอากาศบริสุทธิ์ในบรรยากาศที่แสนเงียบสงบ

ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เรา recommend เลยนะ

ที่นี่มีบ้านพักหลายแบบ แถมเป็นโฮมสเตย์ง่ายๆ

ไฮไลท์ของที่นี่มี ❝ จุดชมวิวที่เป็นสะพาน ❞ ให้เราได้ออกไปยืนชมวิวภูเขาได้ด้วย

#ของดีบอกต่อ แนะนำรับรองว่าติดใจ

17.40 น. พอเริ่มเย็นอากาศก็เริ่มหนาว เดาว่าน่าจะเกือบๆ 22 องศา

❝ ลมพัดตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง ❞

อาหารเย็นวันนี้คงฝากท้องไว้ที่นี่ กับเมนูยอดฮิต ที่ไม่ว่าใครก็ต้องสั่งเมื่อไปถึง

คงหนีไม่พ้น ❝หมูกระทะ เนื้อหมูหมักกับน้ำมันงา โคตรหอม

ทานคู่กับน้ำจิ้มสุกี้รสเด็ด จิบเบียร์ชิลๆ นั่งพูดคุยกันไปเรื่อยๆ เย็นสบาย ฟินนนนนนนนนน

พอได้ลองมาใช้ชีวิตชิลๆอยู่ที่นี่เชียงใหม่ - เชียงราย ได้นอนตากลม เดินเล่น ถ่ายรูป

ต้องกลับมาเจอกันอีกในช่วงปลายฝนต้นหนาวรอบหน้าอีกแน่นอน

สำหรับคืนนี้ เราคงต้องนอนพักเก็บแรง พรุ่งนี้เช้าต้องเดินทางกลับเข้าเมืองเชียงใหม่

และเดินทางกลับไปสู่เมืองหลวงงงงงงงงง อันแสนวุ่นวาย กรุงเทพมหานคร กันแล้ว

เจอกันพรุ่งนี้เช้า ราตรีสวัสดิ์ พี่น้องชาวไทย

มันคงเป็นอีกทริปในความทรงจำของพวกเราที่นาฬิกาเหมือนจะเดินช้าๆ

แต่ว่าเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความประทับใจในทุกๆที่เลย

❝ เพราะสิ่งที่พวกเราได้กลับมา คือ รอยยิ้ม ความสนุกและมิตรภาพ ที่หาไม่ได้จากไหน ❞

ไว้ทริปหน้าจะไปขึ้นเหนือล่องใต้ไปแถบอีสาน หรือจะมาภาคกลาง ฝากรอติดตามกันด้วยนะ

❝ ไม่พูดเยอะเจ็บคอ ❞

แค่จะบอกว่า ลองเที่ยวเมืองไทย นั่งรถไฟไปเที่ยวกัน สุขใจแน่นอน ลองดู

∴☻∴

สามาถแวะเข้าไปท่องเที่ยวแบบเท่ๆกับพวกเราได้ที่

https://www.facebook.com/9StepSTravelers/



ความคิดเห็น