Diggy & Creepy House รีวิวโดย Blue.Eyes.Photo

ผืนป่าแห่งหนึ่ง... ถูกกว้านซื้อ ปรับที่ทาง และสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศหรู บริเวณนั้นเต็มไปด้วยบ้านหลังเล็กๆ ราคาหลักเเสน ไปจนถึงหลังใหญ่โตหรูหราราคาหลายล้าน บางหลังยังมีเจ้าของหรือผู้เช่าแวะเวียนมาพักอาศัยอยู่ ในขณะที่หลายหลังก็ถูกทิ้งร้างจนเก่าซอมซ่อดูวังเวงน่ากลัว เช้านี้... อากาศเย็น ม

Diggy & Creepy House

Diggy & Creepy House

 วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 00.45 น.

 วันที่เดินทาง 20 ก.พ. 2562

ผืนป่าแห่งหนึ่ง... ถูกกว้านซื้อ ปรับที่ทาง และสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศหรู

บริเวณนั้นเต็มไปด้วยบ้านหลังเล็กๆ ราคาหลักเเสน

ไปจนถึงหลังใหญ่โตหรูหราราคาหลายล้าน

บางหลังยังมีเจ้าของหรือผู้เช่าแวะเวียนมาพักอาศัยอยู่

ในขณะที่หลายหลังก็ถูกทิ้งร้างจนเก่าซอมซ่อดูวังเวงน่ากลัว




เช้านี้... อากาศเย็น มีหมอกจางๆ ท้องฟ้าขมุกขมัว ไร้เเสงเเดด

ผมมุดเต๊นท์ออกมาหาที่เดินเล่นสูดอากาศตามปกติ

ระหว่างที่กำลังเดินถ่ายภาพอยู่นั้น ผมก็ได้ยินเสียบ "สวบๆๆ"

ดังออกมาจากพงหญ้ารกทึบข้างทาง

เสียงมันเหมือนตัวอะไรสักอย่างกำลังวิ่งเหยียบอยู่บนใบไม้เเห้ง

ผมเดินตามเสียงนั้นไปด้วยความสงสัย

ทันใดนั้นเจ้าสิ่งที่ว่าก็พุ่งพรวดออกมา วิ่งตรงเข้ามาหาผม

ผมสะดุ้งเฮือก! ถอยหลังผงะ

เเต่เเล้วก็ต้องยิ้มเยาะหัวเราะในความปอดของตัวเอง

เพราะเจ้าสิ่งที่ว่านั่นมันคือ "หมา" ครับ



หมาตัวเล็กๆ แห้งๆ ขนสีน้ำตาล วัยกำลังซน

มันปรี่ตรงเข้ามาหาผม ทำท่าทำทางชวนเล่นสนุกด้วย

หางของมันกระดิกรัวๆ ออกอาการดีใจราวกับได้เพื่อนใหม่

ผมถ่ายรูปและทักทายมันไปว่า "เฮ้ยมาไง... เพื่อนๆ ไปไหนหมด"

แล้วก็เดินจากมันมาโดยไม่ได้สนใจ



ผมเดินมาหยุดอยู่บริเวณทางเข้า "บ้านร้าง" หลังหนึ่ง

บ้านหลังนี้เป็นหลังที่ผมสะดุดตามากที่สุดในบรรดาบ้านพักตากอากาศแถวนี้

รูปทรงและสไตล์ของบ้านคล้ายกับโรงนาที่เห็นได้บ่อยๆ ในหนังฝรั่ง

กำเเพงก่อด้วยหินก้อนใหญ่ ปกคลุมด้วยเถาวัลย์ดูเก่ารกร้าง

บริเวณบ้านแวดล้อมไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ ที่ผลัดใบจนเหลือเพียงกิ่งแห้งๆ

กองใบไม้ที่พื้นทับถมกันเป็นกองสูง บ่งบอกได้ถึงช่วงเวลาที่มันถูกทิ้งร้างมานาน



โฮ่งๆ! เสียงเจ้าหมาน้อยดังไล่หลังผมมาเเต่ไกล

มันวิ่งเเซงผมเเละไปหยุดอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้า

"เจ้าดิ๊กกี้" ผมขอเรียกมันเเบบนี้

ตั้งชื่อเอาจากพฤติกรรมของมันที่ชอบวิ่งซนขุดนั่นขุดนี่มากัดทึ้งเล่น

ถ้าเปรียบเจ้าหมาตัวนี้เป็นเด็กคนหนึ่ง ก็คงเหมือนเด็กที่กำลังโต

ขี้สงสัย อยากรู้อยากเห็น สนุกไปกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว

มันมักจะทำหน้าสงสัยทุกครั้งเวลาที่เห็นหรือได้ยินอะไร

เเม้เเต่ตอนที่ผมถ่ายรูปมัน เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นทีไร

มันจะต้องทำหูตกข้างหนึ่ง เอียงคอและทำหน้าสงสัยแบบนั้นอยู่หลายครั้ง



เจ้าดิ๊กกี้หยุดยืนนิ่ง ตามองจ้องผ่านประตูเข้าไปที่มุมมืดภายในตัวบ้าน

ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวผมทำเอาจนขนลุกซู่

ผมอดคิดไม่ได้ว่ามันอาจจะเห็นอะไรบางอย่างในบ้านหลังนั้น

บรรยากาศโดยรอบมันทั้งเงียบเเละวังเวงเอามากๆ

เเต่ทั้งหมดนั้นก็ยังไม่พอที่จะเอาชนะความสงสัย

หรือทำให้ผมเลิกล้มความตั้งใจที่จะสำรวจบ้านหลังนี้





"แชะๆ" เสียงชัตเตอร์จากกล้องของผม ดังสลับกับความเงียบเป็นพักๆ

บางครั้งผมได้ยินเสียง "กรอบเเกรบๆ" หรือเสียงลั่น "เป๊าะ!"

ดังมาจากป่ารกทึบที่อยู่อีกฟากของตัวบ้าน

ทุกครั้งที่เกิดเสียงเหล่านี้ เจ้าดิ๊กกี้ก็จะหยุดเล่นทันที

เเละวิ่งพุ่งตรงไปหยุดยืนจ้องมองอยู่นิ่งๆ ตามแหล่งที่มาของเสียง

มันทำให้ผมลุ้นตัวเกร็งทุกที แต่เมื่อมันวิ่งกลับมาเล่นซนต่อ

ความกลัวของผมก็ถูกแทนที่ด้วยท่าทางน่าขำของมัน

ดีเหมือนกันที่มีเจ้านี่เป็นเพื่อน เพราะถ้าให้ผมเดินถ่ายภาพอยู่คนเดียวตรงนี้

ก็คงต้องเผ่นหนีไปเสียก่อนเพราะเสียงเเปลกๆ พวกนั้น



พอสำรวจด้านนอกจนพอใจเเล้ว ผมก็ตั้งใจจะเดินเข้าไปถ่ายภาพข้างในตัวบ้าน

คิดว่าอาจจะมีองค์ประกอบ หรือมุมดีๆ ให้ถ่าย ทว่าข้างในนั้นมืดมาก

พยายามเพ่งเข้าไปตามช่องหน้าต่าง ตามรอยเเตกของกำเเพง

มองเห็นม้านั่งยาวหลายตัวและเก้าอี้จำนวนนึงล้มกองรวมกันอยู่

นึกขึ้นได้ว่าที่หน้าจั่วบ้านก็มีไม้กางเขนอยู่ด้วย

เป็นไปได้ว่าบ้านหลังนี้ที่จริงเเล้วอาจจะเป็นโบสถ์คริสต์ก็ได้



จินตนาการผุดเข้ามาสร้างภาพต่างๆ มากมายในหัวผม

ที่สุดเเล้ว สิ่งที่ทำให้ผมหยุดชะงักเเละล้มเลิกความตั้งใจที่จะเดินเข้าไปก็คือ

เสียง "สวบๆๆ" ที่ดังลั่นมาจากทางด้านหลังของบ้าน

เจ้าดิ๊กกี้วิ่งพรวดเเซงหน้าผมเข้าไปหยุดดูเหมือนเคย

เพียงเเต่ครั้งนี้มันยืนจ้องนานกว่าทุกครั้ง

นานจนผมต้องบอกกับตัวเองว่า "กลับดีกว่า"



ผมตัดสินใจหันหลังเเละรีบเดินกลับออกมา

อีกฟากของบ้าน ในป่ารกทึบนั่น หรือข้างในตัวบ้านจะเป็นอะไรก็ช่าง

มันไม่คุ้มค่าหรอกที่จะเดินเข้าไปดู

เจ้าดิ๊กกี้วิ่งตามหลังผมมาติดๆ กึ่งเดินกึ่งวิ่งอยู่ข้างๆ ผม

"ขอบใจที่อยู่เป็นเพื่อนกัน" ผมบอกมัน

พอเดินมาถึงทางเข้ารีสอร์ทที่พักอยู่ มันก็หยุดตามผม

เเล้วก็วิ่งย้อนกลับเข้าป่า ไปกลิ้งเล่นกับกองใบไม้เเห้งอยู่อย่างนั้นเหมือนเดิม....

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

"บ้านป่าริมธาร กาญจนบุรี"

ตั้งอยู่บวิเวณหน้าทางเข้า "ไมด้า รีสอร์ท"

ถนนลาดหญ้า-ศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

เป็นกลุ่มบ้านพักตากอากาศ แวดล้อมด้วยธรรมชาติ

สวยสงบร่มรื่น มีความเป็นส่วนตัวสูง

น่าเสียดายที่บางหลังถูกทิ้งร้าง

แต่ก็ยังมีหลายหลังที่เปิดให้เช่าเเละเข้าพักได้

เหมาะสำหรับผู้ที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย อิงแอบเเนบชิดกับธรรมชาติ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

www.facebook.com/blue.eyes.photo.graphic


ความคิดเห็น