??? จริงหรือเปล่า ??? ที่ใครๆเค้าเรียก Bana Hill ว่าเป็นยุโรปแห่งเอเชีย !!! ไปดูกัน !!! รีวิวโดย I am a Runner

เกริ่นสั้นๆ รีวิวนี้ผมประทับใจเรื่องวิว เรื่องสถานที่ แต่ไม่ประทับใจเรื่องคน แซงคิว เบียด กระแซะๆอยากจะถ่ายรูป พอทัวร์ลงร้านอาหารหากินยากมาก พนักงานบางคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ok บางคนก็แหม่ กรูขอฟรีหรือไง ฮ่าๆๆ โจ่หัวมาซะอย่างนี้เลย !!! ฮ่าๆๆ ใครนี้รักสงบ !! โดยส่วนตัวผม ผมว่าไม่ควร !!! ท่านใดจะไป แนะนำใ

??? จริงหรือเปล่า ??? ที่ใครๆเค้าเรียก Bana Hill ว่าเป็นยุโรปแห่งเอเชีย !!! ไปดูกัน !!!

??? จริงหรือเปล่า ??? ที่ใครๆเค้าเรียก Bana Hill ว่าเป็นยุโรปแห่งเอเชีย !!! ไปดูกัน !!!

 วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 18.44 น.

 วันที่เดินทาง 22 ก.พ. 2562

เกริ่นสั้นๆ รีวิวนี้ผมประทับใจเรื่องวิว เรื่องสถานที่ แต่ไม่ประทับใจเรื่องคน แซงคิว เบียด กระแซะๆอยากจะถ่ายรูป พอทัวร์ลงร้านอาหารหากินยากมาก พนักงานบางคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ok บางคนก็แหม่ กรูขอฟรีหรือไง ฮ่าๆๆ โจ่หัวมาซะอย่างนี้เลย !!! ฮ่าๆๆ ใครนี้รักสงบ !! โดยส่วนตัวผม ผมว่าไม่ควร !!! ท่านใดจะไป แนะนำให้ทำอะไรก่อนทัวร์ 1 step แต่ถ้าใครชอบครึกครื้นก็คงจะชอบครับ ผมเที่ยวแนวจิบชา หอยทากมากกว่าเลยไม่ค่อยชอบครับ

รีวิวนี้ผมเป็นคนเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ไม่มีสปอนเซอร์ครับ หากข้อมูลผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณที่นี้ด้วยครับ สงสัยหรือต้องการพูดคุย กดlike https://www.facebook.com/littleduckinthefog ได้เลยครับ เพจมั่วๆของผม ลงรูปเที่ยว รูปอาหาร บ้าบอคอห่านอะไรของผมนี่แหละ กด follow พูดคุยกันได้ครับ

เป็นอีก 1 ทริปที่มีความลุ้นตัวโก่ง วันนี้ 22 Feb 2019 เพิ่งเคยนั่งเที่ยวบินกลางวันก็คราวนี้แหละ เที่ยวมาเป็น 10 ปี เพิ่งรู้ว่า Flight กลางวันคนเยอะมากๆ ทัวร์เพียบ ผมมาถึงก่อน 3 ชม. ตามปรกติของผม แต่ก็ Final call นะจ๊ะ เริ่มตั้งแต่ check in, ผ่านการตรวจสัมภาระ และ ตม. รอนานมากๆ เครื่องออก 11 โมง พอขึ้นเครื่องได้ กัปตันแจ้ง technical problem อีกแต่ก็ไม่เป็นไร รอไป 1 ชม. กว่าจะได้บิน เที่ยงกว่าๆ แต่ก็ยัง OK ที่ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง

ผมเดินทางด้วยเครื่องบิน A320 ของ Bangkok airway ไปดานัง Flight PG947 ผมว่านั่งสบายอ่ะ สบายกว่า JAL B787 ซะอีก เบาะก็ OK อาจจะดูทะมึนถึนทึก และ เก๋าเกมไปซักหน่อย แต่มันแน่นนุ่มนะเออ "ความรู้สึกส่วนตัว"

ช่องว่างระหว่างขา ยืดเหยียดสบายโฮกๆ เอาเท้ากระดกไปเตะปากคนข้างๆได้สบาย ฮ่าๆๆ หยอกๆ จะได้เห็นภาพ... ผมสูง 183 cm ครับจะได้เทียบกันเห็นภาพ

มื้อกลางวันบนเครื่องบินนี้ เราอิ่มท้องกันด้วย ข้าวผัดต้มยำกุ้ง ก็ถือว่าใช้ได้ (หรือเราหิว) ไม่รู้เหมือนกัน ฮ่าๆๆ แต่เอาจริงๆนะ ขึ้นเครื่อง BA มาก็หลายเที่ยว เรื่องอาหารยังไม่ค่อยจะโดนซัก Flight เลย และ Lounge ผมว่าเข้า King Power ดู OK กว่าเยอะ ถ้าไม่นับข้าวต้มมัด อันนี้ถ้า BA มาเห็นกระทู้ผมฝากด้วยครับ

ถึงสนามบินดานัง รถโรงแรมก็มารับเลย ขี้เกียจมาปวดหัวกับ taxi แจ้งเมลกับโรงแรมเลยว่ามารับที่สนามบินด้วย ค่าใช้จ่าย 520000 vnd

บรรยากาศบนท้องถนน มอเตอร์ไซค์เยอะกว่ารถยนต์เยอะอยู่ แต่เค้าจำกัดความเร็วกันดี ไม่เหมือนบ้านเรา แต่ที่นี่ก็เห็นขับรถกั๊กกันไปมาบ่อยๆ ชอบเดินทางสายกลางว่างั้น แล้วก็อยู่กลางถนนอยู่ๆจะกลับรถซะอย่างงั้น ฉันจะกลับใครจะทำไม ทำงี้ก็ได้ เพลินๆ

เดินทางจากสนามบินดานังมาได้ 45 นาทีก็ถึงโรงแรมครับ โดยรถจะจอดที่ด้านล่างโรงแรมครับ เราจะต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปด้านบน ถ้าเราพักกับทางโรงแรม เราจะเสียค่ากระเช้าแค่ 400000 VND จาก 600000 VND (ถ้าจำไม่ผิด) ที่นี่มีแต่กรุ๊ปทัวร์คนไทย จีน และคนเวียตนามบางส่วน ไปไหนก็มีแต่ภาษาไทย จีน เวียตนาม มีแค่นั้นครับ ฮ่าๆๆ แลดูอบอุ่นนึกว่าเที่ยวอยู่ไทย ++เอ้าจริงๆ น้องพนักงาน reception ที่เป็นคนเวียตนามมีบางคนพูดไทยชัดมาก พูดจาน่ารักมากครับ และพูดชัดสุดๆ ภาษาอังกฤษก็ชัดแจ๋ว ดีเยี่ยมๆ ระหว่างทางขึ้นกระเช้าขึ้นไปด้านบน วิวสวยมากกกกกก

นั่งกระเช้าทะลุเมฆกันเลยทีเดียว เราจะเห็นกลุ่มหมอกหนาแน่นมากๆ ดูโคตะระได้อารมณ์ Silent Hill กันเลยทีเดียว อ้อ...ขอบอก ไม่ใช่คนกลัวความสูงนะ แต่เสียวว่ะ ขึ้นกระเช้ามาก็หลายประเทศ ทำไมรู้สึกว่าที่นี่เสียวท้อง ฮ่าๆๆ จั๊ดๆกันเลยทีเดียว

มารีวิวห้องกันเลย เตียงใหญ่ ในห้องตกแต่งสไตล์ ปาริเซียงกันเลยทีเดียว อ้อลืมบอกไป ผมพักอยู่ที่ Hotel De Paris

ภายในห้องมีเครื่องชงกะแฟ ไดร์เป่าผม Heater พร้อมจ๊ะ

บอกเลยว่าห้องน้ำเกือบเท่าห้องนอน

วิวห้องผมเปิดหน้าต่างมาก็เป็นวิวนี้เลยครับ

พี่คนนี้เค้ายืนอยู่หน้าลิฟท์ชั้นสองครับ อยากจะไปขอพี่เค้ายืมชุดมาใส่เหมือนกัน แต่กลัวจะโดนจาม ฮ่าๆๆ

บันไดวนดูสวยงาม แต่เชื่อผมลงลิฟท์เหอะ เวียนหัว!!!

พอเช็คอินโยนกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย ก็ 4 โมงเย็นแล้วล่ะครับ อิ๊บอ๋ายไปไหนดี น้อง reception บอกว่ากระเช้าปิด 5 - 6 โมงเย็น แล้วแต่คนมากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน เพื่อไม่ให้เสียเวลาผมนำท่านไปขึ้น cable car ที่ morin Station เพื่อที่จะไป d'amour Station ต่อรถรางขึ้นขึ้นเล็กๆเพื่อที่จะไป le jardin Flower garden บางครั้งก็แอบคิดว่าเราอยู่ใน อัมสเตอร์ดัม ดูเลิศ ฮ่าๆๆ

ผมคิดว่าที่นี่จำลองมาจาก สวน mirabell ที่ salzburgนะดูคล้ายๆ แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว แต่ที่แน่ๆมันดู ยุโร๊บ ยุโรป

อันนี้ชัดเลย ตารางหมากรุก ยุโรปแน่นวลลลล

นกยูงรำแพน อันนี้ชอบอ่ะ ทีเด็ดเลย จัดสวนออกมาได้ดูมีความคิดสร้างสรรค์โค-ตรๆ

เดินเล่นและชมสวนดอกไม้กันถึง 5 โมงเย็นกลัว cable car จะปิดเลยรีบออกมา จริงๆมันเดินเชื่อมกันไปได้ถึง สะพานมือยักษ์ golden bridge แต่ก็กลัวพลาดเลยยังไม่ได้แวะ ยังไงๆเวลาเหลือเยอะอยู่แล้ว เลยขึ้นมาหาข้าวกินก่อน โดยขึ้น cable car ที่ bordeaux Station ขึ้นไปที่ Lourve Station ได้เห็นท้องฟ้ายามเย็น ถึงกับร้องโอ้โห....สวรรค์จริงๆ อยากจะโดดไปว่ายในทะเลหมอก

เป็นอีก 1 มุมที่ชอบ อยู่ Louvre St. นั่นแหละ

ทรงแบบนี้ยังไงก็ยุโรปใช่มั้ยละ

!!! เรื่องอาหาร !!! ก่อนมาที่นี่ผมค่อนข้างจะทำการบ้านหารีวิวว่า เฮ้ย อาหารควรจะกินร้านไหน ราคาเท่าไหร่ แต่กลับไม่ค่อยมีใครรีวิวเรื่องอาหารของที่นี่เลย พอมาถึงที่นี่ก็แจ๊กพอตคือ หลายๆตึกปิดซ่อมแซมไป 1 ใน 4 ได้ ร้านหลายๆร้านที่ดูไว้หายไป เซงสิงี้

Dinner มื้อแรกที่ผมเลือกคือ บุฟเฟ่ต์มี่ร้าน La crique restaurant ร้านละบุฟเฟต์นานาชาติคนละ 380000 vnd อาหารมีไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้เยอะ เนื้อสัตว์ย่างๆทอดๆ, เฝอ, สปาเกตตี้คาโบนาร่า, เรตซอตโต้, ขนมปัง, อื่นๆอีกมากมาย แต่ที่ถูกใจที่สุดคือ curry beef สายเนื้ออีกแล้ว แต่พอเอารสชาติมาบวกลบคูณหาร ผมว่าเฉยๆ พอกินให้อิ่มได้

กินแต่แบบนี้ เพราะว่าเอาจริงๆไม่ค่อยถูกปากเลย อาหารที่นี่ ไม่ใช่สิเดี๋ยวจะหาว่าลำเอียง ของกินทั้งทริปอ่ะ น่าจะมี ไอศครีมมะม่วง ถูกปากที่สุด เพราะรสชาติใกล้เคียงกับบ้านเราที่สุด เดี๋ยวมีรูปให้ดู

ชีสนี่รสชาติ คงเส้นคงวาเหมือนยุโรป คือมันก็คือชีสซึ่งผมก็ไม่ค่อยจะโดนซักเท่าไหร่อยู่แล้ว แต่ถ้าใครสายนานาชาติก็คงจะชอบ ไอ้เรามันพวก ต้ม ผัด แกง ทอด หอมอร่อยในพริบตา ฮ่าๆๆ

ขนมปังที่นี่ก็ทั่วๆไป อาจจะแข็งและเหนียวนุ่มบ้าง แต่ผมชอบนะ ชอบเหนียวๆนุ่มๆ ฮ่าๆๆ

อันนี้คือ counter เชฟ คุณพ่อครัวน่ารักดี เดินมาบ่อยเพราะมันคือที่ตั้งแกงกะหรี่เนื้อ

อันนี้คือไอศครีมมะม่วงที่บอกว่าถูกปากผมที่สุดในทริปแล้วล่ะ


กินอิ่มแล้วก็มาถ่ายรูปภาคกลางคืนแรก ไม่ค่อยมีไร แอบเสียดายนิดนึง อาคารตัวตึกปรับปรุงซะเยอะเลย เซงสึส... แต่ก็เอาเถอะ พรุ่งนี้จะยังไงต่อลองมาดูกัน

เม้าส์คุณรถหน่อย ตอนกลางคืนนี่ดูโคตรเรทโทร ตอนกลางวันนี่สนิมดาดนี่เอง

เหมือนเดินอยู่ในปราสาท

เจอพี่สาวมายืนข้างตึกคนเดียว

เดินซักพักผมก็กลับขึ้นห้องครับ พอสี่ทุ่มอยู่ๆกลุ่มหมอกมาจากไหนก็ไม่รู้ ได้อารมณ์หนังสยองขวัญมาก เลยลุกจากเตียงเดินลงมาถ่ายอีกรอบ

แวบแรกแอบเหวอนิดหน่อย มายืนทำไรอยู่หน้าสถานี Morin

วันนี้ Day 2 ตื่น 6:30 มากินบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า ที่ห้องอาหารที่เราทานกันเมื่อคืนนั่นแหละ เมนูอาหารเช้าจะมีประมาณ breakfast ทั่วไป ข้าวต้มเนื้อ เฝอเนื้อ ท่านใดไม่ทานเนื้อระวังนิดนึงนะครับ ส่วนประกอบที่นี่ค่อนข้างเนื้อนะจ๊ะ แต่อย่่างอื่นก็มี ชีสถาดนี้ เมื่อคืนแน่นวลล

จีบมั้ยละ จีบมั้ย

เตี๋ยวเนื้อจ๊ะ

อันนี้ก็หมูพะโล้

อันนี้ก็ Breakfast ทั่วไปครับ

แถมเรื่องอาหารข้างทางอีกนิด บ้านเรามันคงคือไข่หงส์ แต่ที่นี่เหมือนแป้งมันจะนุ่มๆเหมือนบัวลอย กินได้ๆ เผือกอร่อย

ไส้กรอกก็ ok อยู่หรือกินตอนหิวรึเปล่าไม่รู้ หนังกรอบดีเชียว

ลงกระเช้ามาก็เจอกับบรรยากาศยามเช้า สดชื่นๆ

เราเริ่มทริปวันนี้โดยการไปเที่ยว สะพานมือยักษ์ Golden bridge เนื่องจากตอนเช้าไม่ค่อยมีคน แต่ก็ต้องมาเสียอารมณ์กับทีม pre wedding เค้ายืนกัน 3 - 4 คน กันไม่ให้เดินผ่านบนสะพาน นักท่องเที่ยวก็ ออกันอยู่ 20-30 คนเดินผ่านไม่ได้ โชคดีมีป้าคนจีนเปิด ... พอมีคนเปิดเท่านั้นแหละ ตามกันทันที 555

เดินผ่านมันยังมองค้อนด้วยนะ ไอ้ตากล้องอ่ะ น่าตบกบาลมาก

ถัดจาก Golden Bridge เราเดินมาที่สวนดอกไม้เมื่อวาน ถ่ายรูปเพิ่มนิดหน่อย เก็บตกมุมต่างๆให้หมด
ด้านหลังมีทางเชื่อมต่อไปพระพุทธรูปองค์ใหญ่ วิวหลักล้านเลยจริงๆที่นี่ สวยมากเลย

อันนี้อ่ะประตูสวรรค์จริงๆอ่ะ

ซูมให้มันชัดๆ


สวยงามตามท้องเรื่อง

เสร็จจากตรงนี้ตอนบ่ายๆที่โรงแรมเค้ามี Parade กันครับ

ทีนี้ถึงเวลาพาทุกท่านมาที่ Fantasy Park ซึ่งอยู่แถบบริเวณโรงแรมเราเองนี่แหละ เดิน 20 ก้าวก็ถึงเลย
Fantasy Park เป็น complex ที่มีทั้งเครื่องเล่นสวนสนุกและเกม น่าเล่นเพียบ

และแน่นอนส่วนใหญ่จะฟรีเกือบหมด

มีการแสดงด้านในด้วย

อันนี้เสียวอ่ะ

อันนี้เป็นปืนเลเซอร์ ยิงโดนเป้าหุ่นก็ขยับอะไรประมาณนั้น

Zone Jurassic น่าจะเป็นโซนที่ผมชอบที่สุด แต่ก็ไม่ไเเหมือนจริงมาก แต่ก็ดูแบบสันทนาการได้

บ่ายแล้วยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงเลย ตั้งแต่มาไม่ค่อยถูกปากอาหารที่นี่ซักเท่าไหร่ มื้อนี้ก็เช่นกัน ฮ่าๆๆ

กินเสร็จก็ขึ้นไปพักผ่อนนอนเล่นๆชิลๆ จริงทริปนี้เหมือนได้เที่ยวยุโรปจริงๆเลย คือต้องเอามาม่าต้มยำกุ้งไปด้วย อร่อยที่สุดในทริป

ตอนเย็นก็ออกมาวิ่งออกกำลังกาย อากาศกำลังดี คนก็เริ่มน้อยละ ที่นี่วิ่งรอบใหญ่ประมาณ 700 m ถ้าวิ่งตามซอยเล็กๆน้อยๆ รวมๆก็กิโลกว่าๆครับ วิ่ง 5 โลก็หอบละครับ เนินเพียบ ฝึกวิ่งขึ้นเนินได้ดีทีเดียว

เช้าวันสุดท้ายไม่ได้มี activity อะไรมากมายนอกจากทานอาหารเช้าแล้วก็รีบขึ้นห้องมาเอากระเป๋าไป check out ครับ กระเช้าที่เราขึ้นมาตอนขามาที่ยาวๆแบบไม่ต้องต่อนี่เปิด 9 โมงเช้าครับ พยามต่อคิวคนแรกหนีทัวร์ให้ทันครับ มิฉะนั้นจะยาวมากๆ

ที่สนามบินมีสินค้า duty free ให้ซื้อนิดหน่อยพอแก้กระหายได้ครับ แต่ไม่ได้กว้างขวางเหมือนฮ่องกง ฮ่าๆๆ นั่นเค้าเว่อร์มาก สินค้าจะแสดงราคาเป็น US ทั้งหมดแต่จ่ายเปนเงิน VND ได้ครับ บอกให้เค้า convert ค่าเงินได้ครับ หรือจะจ่ายเป็นบัตรเครดิตก็ได้ โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยโดนขนมเวียตนามซักเท่าไหร่ แต่มันจะมีร้านขายขนมต่างประเทศ มี Royce ขายด้วย ขนมญี่ปุ่นก็มีเยอะอยู่เลยจัดมาทั้งร้าน ว่ะฮ่าฮ่า

น่าจะหมดแล้วล่ะครับสำหรับทริปนี้
ถ้าข้อมูลผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณที่นี้ด้วยครับ สงสัยหรือต้องการพูดคุย กด like https://www.facebook.com/littleduckinthefogได้เลยครับ เพจมั่วๆของผม ลงรูปเที่ยว รูปอาหาร บ้าบอคอห่านอะไรของผมนี่แหละ กด follow พูดคุยกันได้ครับ

ความคิดเห็น