เที่ยว น่ า น - ปั ว - บ่ อ เ ก ลื อ 3 วัน 2 คืน ด้วยงบ 5,000 มีทอน รีวิวโดย Taeremix

น่าน - เนิบๆ ............ สวีดัส สวัสดีครับ พบกับ ผับกบ ผ่างง! ครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆนั่งรถไฟตามเราไปเที่ยวเเบบสโลไลฟ์กันที่ ที่ อ.ปัว - บ่อเกลือ จ.น่าน 3วัน2คืน เที่ยวกันเเบบหารเฉลี่ยเเบบพี่ๆน้องๆ ซึ่งน่านเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าสามารถเที่ยวได้ทุกฤดูเราเลยเลือกมาเทีายวกันฤดูฝนกันนี่เเหละทเค้าว่าก

เที่ยว น่ า น - ปั ว - บ่ อ เ ก ลื อ 3 วัน 2 คืน ด้วยงบ 5,000 มีทอน

เที่ยว น่ า น - ปั ว - บ่ อ เ ก ลื อ 3 วัน 2 คืน ด้วยงบ 5,000 มีทอน

 วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 02.34 น.

 วันที่เดินทาง 20 ก.ค. 2562

น่าน - เนิบๆ ............ สวีดัส สวัสดีครับ พบกับ ผับกบ ผ่างง! ครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆนั่งรถไฟตามเราไปเที่ยวเเบบสโลไลฟ์กันที่ ที่ อ.ปัว - บ่อเกลือ จ.น่าน 3วัน2คืน เที่ยวกันเเบบหารเฉลี่ยเเบบพี่ๆน้องๆ ซึ่งน่านเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าสามารถเที่ยวได้ทุกฤดูเราเลยเลือกมาเทีายวกันฤดูฝนกันนี่เเหละทเค้าว่ากันว่าหมอกที่นี่สวยช่วงหน้าฝน โดยการเดินทางครั้งนี้เราจะเข้าพักกันที่ โรงเรียนชาวนา 1คืน เเละ ชิคอินน่าน 1คืน โดยทั้ง2ที่นี้เป็นที่พักอันขึ้นชื่อของ จ.น่าน กันครับ

😁ทำไมต้องไปน่าน ไปเที่ยวหน้าฝนไม่กลัวเที่ยวไม่สนุกหรือ บอกเลยว่าถ้ามัวเเต่คิดเเล้วไม่ได้ลงมือทำเราจะไม่มีวันรู้เลยว่าสถานที่จริงๆเป็นยังไง
➡️การไปเที่ยว จ.น่าน สามารถไปได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน ไปลงสนามบิน น่านนคร หรือจะนั่งรถทัวร์ลงที่ขนส่ง จ.น่าน ก็ยังได้ #เเต่เราเลือกที่จะนั่งรถไฟเพราะเราชอบรถไฟไง

Day 0
🚩เดินทางโดยรถไฟรถนอนแอร์รอบ 20.10 จากกรุงเทพ
😁Day 1
🚩สถานีรถไฟเด่นชัย
🚩พระธาตุช่อเเฮ
🚩เเพะเมืองผี
🚩วัดศรีมงคล
🚩ฟาร์มสเตย์ โรงเรียนชาวนาโฮมสเตย์
😁Day 2
🚩กาเเฟไทลื้อ - สะพานไม้ไผ่
🚩ถนนลอยฟ้า
🚩จุดชมวิวเนิน 1715
🚩บ่อเกลือ
🚩ถนนคนเดินข่วนเมืองน่าน
🚩โรงเเรมน่านชิค อินน์
Day 3
🚩พระธาตุเเช่เเห้ง
🚩วัดภูมินทร์
🚩ซุ้มลีลาวดี
🚩เฮืิอนโฮงเจ้าฟองคำ
🚩กลับกทม.สายการบินแอร์เอเซียรอบ16.15 น. @สนามบินน่านนคร

เราชอบเริ่มต้นเดินทางที่สถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นส่วนใหญ่ เพราะหัวลำโพงมีห้องรับรองผู้โดยสารขนาดใหญ่ติดเเอร์เย็นฉ่ำชื่นใจ มีร้านหนังสือ มีศูนย์อาหารให้กินฆ่าเวลาระหว่างรอรถไฟเข้าเทียบชานชลา โดยการเดินทางไปเชียงใหม่นั้น รถไฟเเบ่งเป็น รถเร็ว , รถด่วน , รถด่วนพิเศษ , รถด่วนพิเศษ (เเดวู) มีเวลาเดินทางจากกรุงเทพตามนี้เลย

07.00 น. ออกกรุงเทพ 16.30 น. ถึงเด่นชัย
รถเร็ว ขบวนที่ 111 เป็นรถนั่งชั้น 3 นั่งพัดลม - ชั้น 2 นั่งพัดลม เน้นจอดเกือบทุกสถานี
เหมาะสำหรับเน้นการเดินทางซึบซับบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบเเละประหยัด

___________________________
08.30 น. ออกกรุงเทพ 15.24 น. ถึงเด่นชัย

รถด่วนพิเศษ(เเดวู) ขบวนที่7 เป็นรถนั่งชั้น 2 ปรับอากาศ มีอาหารบริการ เน้นจอดเฉพาะสถานีอำเภอใหญ่ๆเเละสถานีจังหวัดเท่านั้น เหมาะสำหรับเน้นการเดินทางใช้เวลาไม่นานเเละเห็นวิวตลอดเส้นทาง

___________________________

13.45 น. ออกกรุงเทพ 23.42 น. ถึงเด่นชัย
รถเร็ว ขบวนที่109 เป็นรถนั่งชั้น3-ชั้น2นั่งพัดลม-ชั้น2นอนแอร์(บางวัน) เน้นจอดเกือบทุกสถานี
เหมาะสำหรับเน้นการเดินทางซึบซับบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบเเละประหยัด
___________________________
18.10น.ออกกรุงเทพ 02.48น. ถึงเด่นชัย
รถด่วนพิเศษอุตรวิถี(CNR) ขบวนที่ 9 เป็นรถนั่งเเละนอนแอร์ชั้น 2 -รถนอนแอร์ชั้น1เท่านั่น ในชุดรถจะมีตู้สำหรับสตรี,ตู้สำหรับคนพิการ,ตู้เสบียงปรับอากาศ เน้นจอดเฉพาะสถานีสำคัญๆเท่านั้น
เหมาะสำหรับการเดินทางที่เน้นความหรูหราสะดวกสบาย
__________________________
19.35 น. ออกกรุงเทพ 04.20 น. ถึงเด่นชัย
รถด่วนพิเศษ ขบวนที่13 เป็นรถนั่งเเละนอนชั้น2แอร์-รถนอนชั้น1แอร์เท่านั้น เน้นจอดเฉพาะสถานีสำคัญๆเท่านั้น
เหมาะสำหรับการเดินทางที่เน้นความสะดวกสบาย
__________________________

20.10 น. ออกกรุงเทพ 05.15 น. ถึงเด่นชัย
รถเร็ว ขบวนที่ 107 เป็นรถนั่งชั้น 3 นั่งพัดลม - ชั้น2 นั่งพัดลม-ชั้น2นอนแอร์ เน้นจอดเกือบทุกสถานี
เหมาะสำหรับเน้นการเดินทางซึบซับบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบเเละประหยัด

__________________________
22.00 น .ออกกรุงเทพ 07.20 น. ถึงเด่นชัย
รถด่วน ขบวนที่51 เป็นรถนั่งชั้น3 - รถนั่งชั้น2 (พัดลม)- นั่งเเละนอนชั้น2 (พัดลม)-นั่งเเละนอนชั้น2(แอร์) เน้นจอดสถานีอำเภอใหญ่ๆเเละสถานีจังหวัด
เหมาะสำหรับการเดินทางที่เน้นการชมวิวเเบบไม่เร่งรีบต้องขบวนนี้เลย
__________________________
ปัจจุบันสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้90วัน
สอบถามเพิ่มเติมที่เบอร์ 1690

ขาไปเราเลือกเดินทางด้วยรถไฟรถเร็วขบวนที่ 107 ออกจากกรุงเทพในเวลา 19.35 น เราจองเป็นเตียงล่างราคา 707 / ส่วนถ้าเตียงบนจะราคา 637 บาท

เดินทางท่องเที่ยวเป็นกลุ่มมันจะสนุกสนานเเบบนี้เเหละ ในทริปนี้หลายๆคนมาครั้งเเรกเเต่เชื่อเถอะ จบทริปได้เพื่อนใหม่กลับบ้านเเน่นอน


04.20 น.รถไฟถึงสถานีเด่นชัยตามเวลาเป๊ะ ตบมือให้รถไฟไทย 10ที่เลย เราว่ามันเช้าไปนิดนึงนะ 555 เราลงรถไฟเเล้วเราต่อรถตู้ที่ติดต่อไว้ล่วงหน้า เป็นรถตู้ VIP 10 ที่นั่ง ถ้ามาเที่ยวภาคเหนือเราเเนะนำเลยนะ คนขับชำนานเส้นทาง เเนะนำสถานที่เที่ยวได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญขับรถใจเย็นม๊ากกกก ติดต่อได้ที่ 081 0211245 คุณเอ หรือเฟสบุค https://www.facebook.com/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%...

จุดเเวะจุดเเรก พระธาตุช่อแฮ เราใช้เวลาเดินทางจากสถานีรถไฟราวๆ 30 นาที วัดพระธาตุช่อแฮ เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ เก่าแก่ คู่บ้าน คู่เมืองจังหวัดแพร่และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล บุคคลใดที่มา เที่ยวจังหวัดแพร่แล้วจะต้องมานมัสการพระธาตุช่อแฮ เพื่อเป็นศิริมงคลกับตนเอง จนมีคำกล่าวว่า ถ้ามาเที่ยวจังหวัดแพร่ แต่ไม่ได้มา นมัสการพระธาตุช่อแฮเหมือนไม่ได้มาจังหวัดแพร่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่เนินเขาเตี้ยสูงประมาณ 28 เมตร เราว่าเป็นวัดที่สงบเงียบเเละรู้สึกร่มเย็นมากเวลาอยู่ในวัดๆนี้

พิกัด https://goo.gl/maps/NHRyDxcqALkrykCQ9

ค่าเข้า ไม่มี

จุดเเวะต่อมา เราใช้เวลาเดินทางจากวัดพระะาตุช่อเเฮเพียง 20 นาทีก็ถงที่นี่เเล้ว แพะเมืองผี โดยเเพะเมืองผี ไม่มีทั้งเเพะเเละไม่มีทั้งผีนะ 5555 จะมีก็เเค่ผีเสื้อจำนวนมากทำให้ที่นี่เป็นที่ชื่นชอบของนักถ่ายภาพมากมาย โดยเเพะเมืองผีเกิดจากสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นดิน และหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติเป็นรูปร่างลักษณะต่างๆ แพะแปลว่า ป่าละเมาะ เมืองผีแปลว่า เงียบเหงา ได้มีการประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2524 มีเนื้อที่ 167 ไร่ เป็นสถานที่มีความสวยงามด้าน ธรณีวิทยา หน้าผา เสาดิน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติวนอุทยานแพะเมืองผี

ตำนาน “แพะเมืองผี ” ไม่มีผู้ใดทราบ ประวัติเป็นที่ แน่นอน แต่ได้เล่าสืบทอดกันมาว่า แต่ก่อนบริเวณป่าแห่งนี้ เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธ์ไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาแน่นและสัตว์ป่า น้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก ในสมัยนั้นมีครูบาปัญโญ ฯ เป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำชำ ตำบลน้ำชำ ซึ่งชาวบ้านได้พร้อมใจกันนิมนต์มาเป็น เจ้า-อาวาสองค์แรก ของวัดน้ำชำและได้บอกเล่าประวัติแพะเมืองผีสืบทอดติดต่อกันมาว่า มีหญิงชราคนหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ ย่าสุ่ม ” เข้าไปหาผัก หน่อไม้ เป็นอาหาร แต่หลงป่าแล้วไปพบหลุมเงิน ทองคำ จึงได้นำเงิน และทองคำ ใส่ถุงแล้วเตรียมหาบ จะกลับบ้าน เสร็จแล้วเกิดหลงป่าอีก โดยไม่สามารถนำเอาหาบเงิน ทองคำ ออกมาได้ ย่าสุ่มจึงวางหาบจะกลับบ้านเสร็จแล้วเกิด หลงป่าอีก โดยไม่สามารถนำเอาหาบเงิน ทองคำออกมาได้ ย่าสุ่มจึงวางหาบแล้วหาไม้มาคาดเป็นราว (ราวไม้) ต่อมาออกจากป่าจน ถึงบ้านและ เดินกลับไปราวไม้ที่คาดไว้เป็นแนวทางไว้ ซึ่งปัจจุบันเป็นร่องทางน้ำพบเห็นได้ เป็นแนวออกไปทางบ้านน้ำชำ ทิศตะวัน ออกของ แพะเมืองผี ย่าสุ่ม จึงได้ชักชวนชาวบ้านให้เข้าไปด้วยปรากฏว่า ชาวบ้านก็ได้ติดตามย่าสุ่มเข้าไปถึงจุดที่ ย่าสุ่มวางหาบไว้แต่ ไม่พบเงินและทองคำ ในหาบแต่อย่าใด ไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไร ชาวบ้านจึงขนานนามสถานที่นั้นว่า “ แพะย่าสุ่มคาดราว ” และได้ช่วยกันค้นหา พบรอยเท้าคนเดินและชาวบ้านได้เดินตามรอยเท้าเหล่านั้นไปจนกระทั่งมาถึงพื้นที่ซึ่งชาวบ้าน ขนานนามว่า “ แพะเมืองผี ” ภาษาพื้นเมืองทางภาคเหนือคำว่า “แพะ ” ในที่นี้หมายถึงป่าแพะนั่นเอง ส่วนคำว่าเมืองผีก็เป็นชื่อ ที่ชาวบ้านเรียก กันสืบมาในสมัยดึกดำบรรพ์ โดยอาจจะเห็นว่าป่าแพะตรงนี้มีลักษณะพิศดาลของภูมิประเทศ และเพราะความเร้นลับตามเรื่องราว ที่เชื่อถือเล่าสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็อาจเป็นได้

พิกัด https://goo.gl/maps/ZHaKkwxSYGvNxFsDA

ค่าเข้า ไม่มี

จากจุดจอดรถตู้ เราเดินมาเเค่นิดเดียวประมาณ 200 เมตรก็ถึงเเล้วละ วันที่เรามาเหมือนจะร้อนนะเเต่มันก็ไม่ร้อนเพราะจะมีลมพัดตลอดเวลา ที่นีั่มันมีอะไรให้ถ่ายรูปแยะมากทำให้เราใช้เวลาอยูที่นี่เกือบๆ 1 ชั่วโมงกันเลย

จุดเเวะต่อมา วัดศรีมงคลหรือชาวบ้านเรียก วัดก๋ง เราใช้เวลาเดินทางจากเเพะเมืองผี กันยาวๆ 2ชั่วโมงครึ่งกันเลยทีเดียว เป็นอีก 1 วัดที่เราอยากเเนะนำเลยนะ นอกจากจะเป็นวัดเเล้วยังมีสถานที่ถ่ายรูป ชิล ชิล อีกเพียบ ยังไม่พอด้านล่างขอวัดยังมีร้านกาเเฟเเบบลูกทุ่งธรรมชาติเเบบสุดๆ เเละยังมีมุมถ่ายรูปกลางทุ่งนา ทั้งสะพานไม้ และซุ้มทางเดินไม้ไผ่ นั่งจิบกาแฟชิลๆ สักแก้วรับรองว่าฟินอย่าบอกใคร นอกจากนี้ยังมีจุดลานชมวิวเป็นระเบียงกว้างหากมาเที่ยวในช่วงฤดูทำนานจะได้เห็นวิวของนาข้าวเขียวขจี และสะพานไม้ไผ่ฮักนาน่าน มองแล้วสดชื่นสบายตา มีจุดชมวิวแบบสกายวอลค ที่สามารถเดินไปชมวิวถ่ายภาพได้

พิกัด https://goo.gl/maps/shHfZJCWfwjfWYDWA

ค่าเข้า ไม่มี

เเท่น เเท้นนนนนน เเละเเล้วเราก็เดินทางมาถึงที่พักของเรากันสักที ที่นี่คือ ฟาร์มสเตย์โรงเรียนชาวนา ที่พักชื่อดังของ อ.ปัว ที่นี่จะค่อนข้ามเต็มไวครับ ต้องจองที่พักกันตั้งเเต่เนิ่นๆนะครับเดี๋ยวจะหาว่าเราไม่บอก อิอิ ที่นี่จะคิดราคาบ้านเป็นหลังๆไปครับ เริ่มต้นตั้งเเต่ราคา 600 - 2500 บาท รวมอาหาร 2 มื้อ เป็นมื้อเย็นเเบบขันโตก / มื้อเช้า ข้าวต้ม ชา กาเเฟ ขนมปัง ครับ ส่วนน้ำเเข็งพี่เจ้าของใจดีให้ไม่อั้นครับ

พิกัด : https://goo.gl/maps/XeS6AqkvEBx6yH8GA

ติดต่อสำรองที่พักได้ที่ https://www.facebook.com/homestayfarmerschool/

หรือโทร : 0929402414 ครับ

วิวบรรยากาศสุดชิว บริเวณที่บ้านพัก บอกเลยว่าธรรมชาติเเบบสุดๆครับ เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน การมาผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ เป็นอีก 1 ที่พักที่เพจเราขอยกนิ้วให้เลย

ตัวอย่างบ้านพักครับ ที่นี่จะเย็นสบายๆครับ บางมุมมองออกไปก็เจอทุ่งนาเลย กลางคืนยังสามารถนอนดูดาวเพลินๆได้อีกนะ บ้านพักที่นี่จะมีทั้งหมด 6 หลัง (ข้อมูล ณ.วันที่เรามานะครับ ปัจจุบันสร้างเพิ่มอีก 2 หลังเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น) 6 หลังที่ว่าคือ

อิอิ เป็ยังไงบ้างราคาเราว่าไม่เเพงเลยนะเมื่อเเลกกับบรรยากาศชิวๆสำหรับการมาพักผ่อนเเบบนี้

มื้อเย็นนี่บอกเลยว่า สุดๆ อร่อยสุดๆ เป็นอาหารขันโตก ปลาเผา น้ำพริก โอ้ยยยย ฟินๆ

ดึกๆนอนดูดาวอย่างฟิน ว่าเเต่กล้องจะถ่ายสว่างไปไหน เเหะๆ

กลางคืนบอกเลยว่าอากาศดีมาก ฟังเสียงจิ้งหรีดร้อง ลมพัดเย็นๆ ได้ใจเรามากมายเลย

อาหารเช้าจะเป็นพวกข้าวต้ม ชา กาเเฟ นม ขนมปัง ลองท้องสำหรับมื้อเเรกของวันกันก่อนเลย

สายๆเราเช็คเอาท์ออกจากโฮมสเตย์ เพื่อเดินทางไปยังจุดเเวะจุดต่อไปคือ ร้านกาเเฟบ้านไทลื้อ

กาเเฟบ้านไทลื้อเป็นอีกจุดๆหนึ่งที่ไม่ควรพลาดถ้าได้มาเที่ยว อ.ปัว กาเเฟบ้านไทลื้อ เป็นร้านกาแฟของร้านลำดวนผ้าทอ ร้านขายของที่ระลึกและผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหล ลายโบราณ ชื่อดังแห่งปัว เป็นร้านกาเเฟติดริมนาข้าวแฝงไปด้วยบรรยากาศแบบไทลื้อดั้งเดิม เมื่อได้เห็นต้องร้องว้าวน่าซื้อเครื่องดื่มซักแก้ว ไปนั่งเล่น นอนเล่น รับลมเย็น มองดูวิวนาข้าวและขุนเขาที่อยู่เบื้องหน้า พร้อมถ่ายภาพเช็คอินเก๋ เก๋ กับวิวสวยๆสุดลูกหูลูกตาไปยังกระท่อมปลายนาในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร

ภายในร้านมีการนำข้าวของเครื่องใช้โบราณ เช่น ครก กระบุง กระจาด ตะเกียง โบราณ มาประดับตกแต่ง เมนูเครื่องดื่มมีหลากหลายชนิด ทั้ง กาแฟมอคค่า เอเพรสโซ่ ชานม ชาดำเย็น ชามะนาว ส่วนราคาเราว่ามันไม่เเพงเลย เริ่มต้นที่เเก้วละ 30 บาท ตอนเเรกที่เดินเข้ามาคิดว่า 50 บาทขึ้นเลยนะ 555 นอกจากร้านกาเเฟเเล้วที่นี่ยังมีจุดถ่ายรูปเเบบไทลื้อด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นสะพานไม้ไผ่ กระท่อมปลายนา เเละอีกหลายๆมุมให้เลือกเก็บภาพเป็นที่ละลึกกัน มานั่งกินกาเเฟไป ถ่ายรูปไปรับรองว่าเพลินเเน่นอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/Xij6ZZ2XMHuDkkBq6

ติดต่อ : https://www.facebook.com/lumduanpartroshop

จุดเเวะ ถนนลอยฟ้า เป็นเส้นทางไต่เขา-ถนนลอยฟ้า 1256 จากปัว-บ่อเกลือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1256 ประมาณ 40 กิโลเมตร ช่วงจากการเดินทางที่ค่อยๆ ไต่ระดับความสูงจากพื้นที่ราบด้านล่างจนมาถึงสถนนที่วิ่งบนสันเขา บอกเลยว่าวิวสองข้างทางนั้นสวยมากๆ มองซ้าย มองขวาเหมือนรถวิ่งอยู่บนท้องฟ้าเลยเพราะเป็นการตัดถนนที่วิ่งบนสันเขาจริงๆ

พิกัด : https://goo.gl/maps/qPC3PfdsndkJT21e9

จุดเเวะต่อมาคือจุดชมวิว เนิน1715 อุทยานดอยภูคา 1715 ที่ว่าคือระดับความสูงจากน้ำทะเล จุดนี้สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้ในจุดเดียวกัน สามารถชมทะเลหมอก ดูนกได้ วันที่เรามาถึงจุก 1715 ก็เป็นเวลาเกือบๆเที่ยงบอกเลนยว่าหนาวมากหนาวจนสั่นหมอกนี่เเทบจะลอยผ่านหน้ากันเลยทีเดียว จุด 1715 โดยมีระยะทางห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา 8 กิโลเมตร จาก จุดชมวิว 1715 มาบ่อเกลือก็ประมาณ 13 กิโล เส้นทางหลังจุดชมวิว 1715 จะเป็นเส้นทางลงเขาทั้งหมด ถ้าขับรถมาเองให้ขับรถกันอย่างระมัดระวังกันด้วยนะครับ

พิกัด : https://goo.gl/maps/b9H2Z95xgxJePGZ97

จุดเเวะต่อมาคือ บ่อเกลือ ตั้งอยู่ใน อ. บ่อเกลืออยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 80 กิโลเมตร มีชื่อเสียงในด้านการทำเกลือบนภูเขาที่ไม่มีที่ใดเหมือน เป็นการทำเกลือสินเธาว์เพื่อ บริโภคและจำหน่าย โดยการทำเกลือจะหยุดทำในช่วงเข้าพรรษาและจะทำ อีกครั้งในช่วงออกพรรษา การทำเกลือของที่นี่ถือว่าเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านที่นี่ และด้วยอำเภอบ่อเกลือ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม โอบล้อมด้วย ขุนเขาเขียวขจี บ่อเกลือจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดน่านที่รอคอยนักเดินทางเข้ามาสัมผัสกลิ่นไอของธรรมชาติและตำนานการทำเกลือบนที่สูง

พิกัด : https://goo.gl/maps/8wtJutNTPnFrdnrq6

มีร้านขายเกลือของชาวบ้านสำหรับนำไปเป็นของฝากด้วยนะ

นอกจากจุดทำเกลือเเล้วยังมีจุดสำหรับถ่ายรูปเเบบชิคๆ คูลๆ ด้วยนะ

แผนที่รายละเอียดของ บ่อเกลือ สงสัยอะไรมาดูที่นี่รับรองรู้หมด อิอิ

ช่วงเย็นเราตีรถตู้จากบ่อเกลือยิงยาวเข้ามาที่ตัวเมืองน่านกันเลย เราได้เข้าพักที่โรงเเรมน่านชิคอินน์ เป็นที่พักเเนวชิคๆคูลๆ ไลฟ์สไตล์ชิลๆ ราคาเบาๆ กันห้องพักเเนวโมเดิ้ล ห้องพักสะอาด วิวด้านหลังติดทุ่งนา กับราคาเบาๆ พร้อมอาหารเช้าบริการเช่น ชา กาเเฟ ขนมปัง ไข่ต้ม

พิกัด : https://goo.gl/maps/BBgNgf1DBkng46Gu5

ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : https://www.facebook.com/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%84-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%8C-1275362462489841/

หรือโทร : 0895554490

กาดข่วงเมืองน่าน เป็นสถานที่เรามาเดินเล่น มาเดินหามื้อเย็นกินกันครับ อยู่ห่างจากโรงเเรมที่พักเพียงนิดเดียว ข่วงเมืองน่าน เป็นตลาดนัดที่ต้องห้ามพลาด อยู่ใจกลางเมือง หน้าวัดภูมินทร์ (วัดซึ่งมีภาพเขียน "กระซิบรัก" อันโด่งดังนั่นเเหละ) มีทุกวัน ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เป็นถนนคนเดินที่มีร้านขายของเยอะมาก มีตลาดนัดซึ่งมีร้านค้ามาออกร้านมากมาย จนยาวเหยยีดสองฝั่งถนน ชมบรรยากาศวิถีแบบ slow life สามารถซื้ออาหารจากตรงตลาดนี้ไปนั่งรับประทานที่ลานข้างๆซึ่งจัดเป็นแบบขันโตก มีการแสดงของเด็กๆมาฟ้อนตามแบบชาวเหนือ คือมาเถอะบรรยากาศมันดีจริงๆ

พิกัด : https://goo.gl/maps/9saKqDbCGWphfcXV6

จุดเเวะต่อมาของเราคือ วัดภูมินทร์ ตำนานกระซิบรักบรรลือโลก ที่นี่เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่น ๆ คือ โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศ แกะสลักลวดลายโดยช่างฝีมือล้านนาสวยงามมาก นอกจากนี้ฝาผนังยังแสดงถึงชีวิตและ วัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมาตามพงศาวดารของเมืองน่าน โดยภาพจิตกรรมฝาผนังที่โดดเด่นเป็นพิเศษในวัดภูมินทร์แห่งนี้ก็คือ ภาพ “เสียงกระซิบบันลือโลก” หรือภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อสมัยโบราณ ในลักษณะกระซิบสนทนากัน ภายในวัดภูมินทร์ จะมีไกค์ตัวน้อย ซึ่งเป็นเด็กท้องถิ่น คอยให้คำอธิบายต่างๆ ใครสงสัยตรงไหนก็สามารถเข้าไปถามได้นะครับ น้องๆน่ารักมากๆ ใครมาเที่ยวน่านก็ไม่ควรพลาดที่จะมาที่วัดภูมินทร์ครับ ไม่งั้นจะเหมือนมาไม่ถึงจังหวัดน่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/KPpVLsJpabBfke928


จุดเเวะต่อมา ซุ้มลีลาวดี ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดภูมินทร์ ไฮไลท์ของที่นี่คือต้นลีลาวดีที่ปลุกไว้ทะั้ง 2 ฝั่งจนโค้งเข้าหากันจนเรียกติดปากว่า ซุ้มลีลาวดี เป็นอีก 1 จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพกันครับ

พิกัด : https://goo.gl/maps/Zb6dSkRy7pqcSy6n6

มื้อกลางวันเรามากินอาหารกันที่ร้าน สุริยาการ์เด้น เป็นรานอาหารตกเเต่งเเนวโมเดิ้ล เป็นห้องแแอร์ ราคาอาหารไม่เเพงครับ ที่สำคัญอยู่ใจกลางเมืองด้วยนะ

พิกัด : https://goo.gl/maps/4RUVfn1LhQxvx3TU6

จุดเเวะสุดท้ายของทริปนี้คือ โฮงเจ้าฟองคำ สร้างจากไม้สักหลังใหญ่สไตล์ล้านนา บ้านเก่าอายุเกือบ200ปี โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านของเจ้าฟองคำ เชื้อสายของเจ้าอนันตวรฤทธิเดชเจ้าผู้ครองนครองค์ที่ 62 บรรยากาศโดยรวมเราว่าร่มรื่นมากเลยนะ บริเวณหน้าบ้านมีบ่อน้ำ โดยรอบบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด พื้นที่ชั้นบนเป็นที่พักอาศัย และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจัดแสดงวิถีชีวิตในอดีตและของโบราณที่มีคุณค่า เช่น เครื่องเงิน และผ้าทอ เป็นต้น ส่วนพื้นที่ชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่งสำหรับสาธิตการทอผ้า ตั้งกี่ทอผ้า และจำหน่ายผ้าพื้นเมืองที่ทอที่บ้านหลังนี้

โฮงเจ้าฟองคำ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา เวลา 09.00 – 17.00 น. หยุดทุกวัน จันทร์ และอังคาร โทร 054 710 537 089-560-6988

พิกัด : https://goo.gl/maps/w8vknQLt4GL3AjJn9

ค่าเข้า : 20 บาท /คน

ขากลับเราได้ทำการซื้อตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไว้เเล้ว โดยใช้บริการสายการบินแอร์เอเซีย จากสนามบินน่านนคร มายังสนามบินดอนเมือง เที่ยวบินที่ FD 3557 โดยออกจากสนามบินน่านนครในเวลา 16.15 น.ตามเวลาเป๊ะไม่มีดัเลย์ ปรบมือให้เลย แอร์เอเซีย

คลิปวีดีโอ บรรยากาศบนเครื่องบิน

17.25 น.พวกเราถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ ต้องขอขอบคุณสายการบินแอร์เอเซียด้วยที่พาพวกเราถึงที่หมายโดยปลอดภัยครับ

หวังว่ามินิรีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ในการเดินทางท่องเที่ยวให้กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยนะครับ ทริปนี้จบทริปอย่างสมบุรณ์เเละปลอดภัยเพราะเกิดจากความร่วมมือ เกิดจากเที่ยวกันอย่างมีวินัย ของสมาชิกทั้ง20 คน เป็นอีก 1 ทริปที่สนุกเเละตื่นเต้นกับบางสถานการณ์ที่นอกเหนือการคำนวนไว้ เเต่เราก็เที่ยวกันได้อย่างสนุกสนาน ต่างคนต่างที่มา บางคนไปครั้งเเรก บางคนไปคนเดียว บางคนไปเป็นคู่ เเต่สุดท้ายเราเที่ยวด้วยกันเราเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องร่วมเที่ยวกัน ขอบคุณครับ …..ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบ หรือจะดูเเต่ภาพเราก็ดีใจเเล้ว รีวิวนี้อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับเป็นเเนวทางให้ผู้ที่รักการท่องเที่ยวไม่มากก็น้อย….ขอบคุณครับ เจอกันใหม่ในทริปหน้าครับ

ความคิดเห็น