เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพักที่ ชุมชนหล่อโย จ.เชียงราย บ้านดินของชาวอาข่า รีวิวโดย luckana santiyanont

เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพักที่ ชุมชนหล่อโย จ.เชียงราย บ้านดินของชาวอาข่า วันที่ 2 แล้วของการเดินทางมาเที่ยวที่ ชุมชนหล่อโย วันนี้เราได้เรียนรู้เรื่องน่าสนใจในชุมชนเยอะมากมาย เยอะจนเราต้องหลงรัก ... เราจะเล่าเรื่องราวที่ประทับใจของคนที่นี่ให้ฟัง เราเดินมาที่ล็อบบี้ พร้อมกับได้ยินเสียงหวานๆของพี่กาละแม

เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพักที่ ชุมชนหล่อโย จ.เชียงราย บ้านดินของชาวอาข่า

เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพักที่ ชุมชนหล่อโย จ.เชียงราย บ้านดินของชาวอาข่า

 วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 23.03 น.

 วันที่เดินทาง 25 ก.ค. 2562

เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพักที่ ชุมชนหล่อโย จ.เชียงราย บ้านดินของชาวอาข่า

วันที่ 2 แล้วของการเดินทางมาเที่ยวที่ ชุมชนหล่อโย วันนี้เราได้เรียนรู้เรื่องน่าสนใจในชุมชนเยอะมากมาย เยอะจนเราต้องหลงรัก ... เราจะเล่าเรื่องราวที่ประทับใจของคนที่นี่ให้ฟัง

เราเดินมาที่ล็อบบี้ พร้อมกับได้ยินเสียงหวานๆของพี่กาละแม (แฟนพี่โยฮัน) "รับกาแฟมั๊ยคะ?" โอ้โหเหมือนสวรรค์เลย เราติดกาแฟ ชอบดื่มทุกเช้า มาที่นี่ตอนแรกก็ทำใจแล้วแหละว่าอดแน่นอน เลยของลองชิมลาเตร้อนซะหน่อย .. รสชาติดีเลยนะ แต่ที่ดีไปกว่านั้นคือบรรยากาศยามเช้าของที่นี่ มันทำให้กาแฟอร่อยขึ้นเยอะเลย

อาหารเช้ามาเสิร์ฟ พร้อมกับการจัดสำรับอาหารอย่างสวยงาม น่ากินมากๆ เมนูวันนี้คือข้าวต้มชาวดอย ในนั้นก็มี ไก่ เห็ด ผักท้องถิ่น ที่สำคัญข้าวที่ใช้เป็นข้าวดอย เม็ดจะอ้วนๆหน่อย อร่อยมาก ม่ปรุงเพิ่มเลย มาคู่กับไข่เจียวสมุนไพร เพราะที่นี่สมุนไพรดีที่ช่วยบำรุงร่างกายเยอะมากกกกกก ทุกมื้ออาหารล้วนมีแต่ของดี ผักพวกนี้ ชาวบ้านก็ปลูกเองทั้งนั้น กินแล้วรู้สึกอายุพันปีเลยจ้าาา เฟรชสุดๆ ฮ่าๆ



หลังอาหารเช้า พี่โยฮัน (เจ้าของที่พัก บ้านดินอาข่าดอยแม่สะลอง) เล่าถึงประวัติความเป็นมาของคนอาข่า ตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน

คนอาข่ามาจากธิเบต มีกำเนิดมากว่า 79 ปีแล้ว ส่วนชื่อชุมชนหล่อโยที่ได้มานั้น เกิดจากชื่อเจ้าของชุนชมคือ เล่าเอ๋อ .. เล่าเอ๋อมีหลานชื่ออาหยี อาหยีย้ายไปเรียนที่เชียงใหม่ รวมถึงคนสมัยก่อนๆ ก็ได้ย้ายไปอยู่เชียงใหม่เช่นกัน ปัจจุบันคนที่มาจากธิเบตโดยแท้เลยคือครอบครัวของพี่โยฮันเพียงครอบครัวเดียวเท่านั้น ส่วนที่อยู่ในชุมชนปัจจุบันเป็นคนจากฝั่งพม่าย้ายเข้ามาในภายหลัง

ส่วนประวัติพี่โยฮันสั้นๆไปเรียนในเมืองมา 3 ปี จากนั้นก็ไปทำงานที่ อิสราเอลอยู่ 2 ปี กลับมาไทยสอบเป็นไกด์ จากนั้นก็กลับมาพัฒนาชุมชนหล่อโยต่อจนถึงปัจจุบัน และนี่แหละคือสิ่งที่เราประทับใจ!!!

รูปนี้คือเหรียญที่แทนบัตรประชาชนคนชาวอาข่าสมัยก่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงประทานให้^^

พี่โยฮันมีความตั้งใจอย่างสูงที่ต้องการพัฒนาชุมชนหล่อโย นำวัฒนธรรม วิถีชีวิต การเป็นอยู่แบบเดิมๆมาประยุกต์ เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่เหมาะสมกับคนในยุคปัจจุบันและมีคุณค่าทางจิตใจกับทุกคนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความหวนแหนในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ เค้าผ่านทั้งความยากลำบากมาหลากหลาย แน่นอนการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดๆ บนความเชื่อเดิมๆนั้นมันย่อมยากอยู่แล้ว

พี่โยฮันเล่าให้ฟังอีกว่า อยากให้คนในชุมชนหล่อโยมีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้ เพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัว เค้าจึงตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งในการเริ่มครั้งนี้!

เริ่มต้นจากเด็กๆในชุมชน เค้าสอนให้เด็กๆที่นี่รู้จักเสียสละ มีน้ำใจ รับผิดชอบ จะเห็นได้ว่าเด็กทีนี่มีความเป็นผู้ใหญ่ รู้จักดูแลคน มีน้ำใจและช่วยเหลือเราใน 2 วันนี้ที่เรามาอยู่ .. พี่โยฮันมีกระปุกออมสินกองกลางให้เด็กๆเอาไว้เก็บเงินกัน ... แล้วเงินได้มาจากไหนล่ะ? ก็เวลาที่มีแขกเข้ามาพักที่บ้านดิน พี่โยฮันก็จะให้เด็กๆมาทำการแสดงต่างๆเพื่อฝึกเด็กๆและในเวลาเดียวกันเด็กๆก็จะได้ทิป โดยทิปที่ได้นั้นเด็กๆเค้าจะหยอดกระปุกส่วนกลาง 10% ส่วนอีก 90% เค้าจะนำไปใช้เป็นค่าขนม หรือซื้อของใช้จำเป็นกัน แล้วถามว่าเงิน 10% ที่เก็บหล่ะพี่โยฮันจะเอาไปทำอะไร? คำตอบก็คือ เมื่อครบ 1 ปีเค้าจะเอากระปุกนี้มาเปิดพร้อมกันกับเด็กๆ เพื่อให้เด็กๆนำเงินไปซื้อหรือใช้ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ พี่โยฮันไม่เคยบังคับ ว่าต้องเอาเงินไปซื้ออะไรและเพื่อใคร แต่เด็กๆจะรู้กันเองว่าพวกเค้าจะนำเงินส่วนนี้มาพัฒนาส่วนกลางในชุมชนหรือใช้ในสิ่งที่มีประโยชน์ อย่างปีล่าสุด เค้าเก็บเงินส่วนกลางได้ 5,000 บาท เด็กๆเลือกที่จะนำไปซื้อสปอตไลท์มาไว้ 3จุดในหมู่บ้าน เพราะตอนกลางคืนทางเดินกลับบ้านมืด... นี่คือเราบอกตรงๆว่าถ้าเป็นเรา เราคงเอาไปซื้อตุ๊กตา กินขนม หรือทำอะไรก็ได้ที่จะไม่มีประโยชน์แต่แค่ดีต่อใจเราอ่ะ แค่นี้มันก็แสดงให้เห็นถึงความคิดของผู้นำชุมชม และเด็กๆในชุมชนของพี่โยฮันแล้ว.. เออลืมบอกไปเลยพี่โยฮันเค้าเป็นผู้ใหญ่บ้านด้วย

หลายๆสิ่งอย่างที่พี่โยฮันคิดและจะทำเมื่อ 10 กว่าปีก่อน คนในชุมชนหาว่าพี่โยฮันบ้า เพ้อเจ้อ ... แต่เวลาก็ทำให้เราได้รู้ว่าสิ่งที่พี่โยฮันคิดและได้เริ่มทำตั้งแต่ 10 กว่าปีก่อนมันคือเรื่องราวของปัจจุบัน ผู้คนยอมรับและพร้อมที่จะช่วยเหลือเมื่อพี่โยฮันต้องการพัฒนาสิ่งใดๆอย่างเต็มอกเต็มใจ มันเลยทำให้ตอนนี้พี่โยฮันมีทั้งกำลังใจ และกำลังกายจากมิตรภาพที่ดีในชุมชนมาช่วยเหลืองานเพื่อการพัฒนาชุมชน

จริงๆมันมีเรื่องราวมากมายเลยที่เราฟังแล้วรู้สึกปลื้ม ตื้นตัน และรู้สึกหลงรักพี่โยฮัน^^

ถ้าทุกคนกำลังมองหาที่เที่ยว ที่ได้ทั้งความสนุก เพลิดเพลิน อบอุ่น อากาศดี อาหารโคตรอร่อย! สถานที่สวยงาม เราอยากแนะนำให้มาที่นี่ เพราะเมื่อทุกคนมาแล้ว เราเหมือนได้มาให้ เป็นส่วนหนึ่ง มอบความสุขให้ชุมชนนี้ และสร้ารายได้ สนับสนุนอาชีพ เป็นกำลังใจให้พี่โยฮันทำสิ่งดีๆนี้ต่อไป

เราอยากชวนทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนครั้งนี้ด้วย แล้วรับกล้ารับประกันว่าทุกคนจะต้องประทับใจ และเดินยิ้มกลับบ้านไป พร้อมบอกทุกคนว่า "ไปเที่ยวหล่อโยเถอะแม่งโคตรดี!!!"


และแล้ววันนี้เราจะพลาดเที่ยวได้ไง เพราะพี่โยฮันจัดเต็มเม็ดเต็มหน่วยเหลือเกิน เอาซะเราปวดไปทั้งตัว... 5555 ไม่ได้ทำอะไรจ้า คือเค้าให้เราใส่ชุดชาวอาข่าเดินเที่ยวในหมู่บ้านวันนี้ แล้วคือชุดหนักมากกกกกเครื่องประดับบนหัวเรา คุณยายที่ใส่ให้บอกว่าประมาณ 7 กิโลได้ โอ้วแม่จ้าววว ปกติเราเป็นออฟฟิศซินโดรมอยู่แล้ว หลังไม่ค่อยปกติเลย เจอชุดนี้เข้าไป เหมือนล้มทั้งยืน แต่!! เราก็แรงกล้ามากใส่ตั้งแต่เช้ายันบ่าย 3 ใส่ทำกิจกรรมด้วยนะ ทำอะไรบ้าง ไปดูกันเล้ยยยย


เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพัก จุดที่ 1 ร้านขายของฝากจากคุณยายหน้าหมู่บ้าน

คุณยายทำของมาขายราคาถูกมาก ทั้งหมดจะมี 3 ร้าน พี่โยฮันแนะนำว่าเวลาซื้อถ้าเราจะซื้อเกิน 1 ชิ้น ให้ซื้อร้านละ 1 ชิ้น เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้ทุกๆครอบครัว^^

คุณยายทำของมาขายราคากันเองมากๆ สวยๆทั้งนั้น

เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพัก จุดที่ 2 ตุ๊กตาบรรพบุรุษช่วยปกป้องเรื่องร้ายๆไม่ให้เข้าไปในหมู่บ้าน

ความเชื่อของชาวอาข่าคือเมื่อบรรพบุรุษเสียชีวิตไปแล้ว แต่เค้าก็จะยังคอยดูแลปกปักรักษาไม่ให้สิ่งชั่วร้ายหรือเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับลูกหลาน คนอาข่าจึงทำตุ๊กตาคู่นี้มาเพื่อแทนบรรพบุรุษ

เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพัก จุดที่ 3 ลานกิจกรรม หรือ เครื่องละเล่น

ที่นี่มีไว้สำหรับจัดกิจกรรมประจำปีเพราะมีพื้นที่กว้างขวาง รวมไปถึงมีของเล่นท้องถิ่นอีกด้วย

ชิงช้าอาข่า ถ้าจะเล่นต้องมีคนอย่างต่ำๆ 8 คน นั่งบนชิงช้า 4 คน และอีก 4 คนออกแรงเพื่อพลักให้ชิงช้าเคลื่อนที่ เราจะเจอหลายๆที่ก็มีแบบนี้สวยๆเลย แต่ของที่นี่มันดู Local มากกก เราไม่ได้ลองเล่นเพราะว่าคนไม่พอ น่าเสียดายจัง TT

เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพัก จุดที่ 4 จุดชมวิวขนาดย่อมของหมู่บ้าน

ชมวิวไป จิบไวน์ท้องถิ่นไป พี่โยฮันเค้าเอาไวน์ที่เค้าทำมาให้ชิม เรากับแดเนียลก็ขอชนแก้วซักหน่อย อากาศดีมากเว้อออ เหมาะสุดๆอ่ะ ... และเราก็ได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งจากแดเนียลว่าที่ UK การที่เราจะชนแก้วกัน เราต้องมองตากันด้วย ถ้าไม่มองมันจะไม่โอเคเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ถึงกับเสียมารยาทนะ :)

คุณยายเดินมาขอถ่ายรูปกับคุณยายอีกซักหน่อย พวกเค้าชอบชู 2 นิ้วกัน 5555+ น่ารักดีอ่ะ


เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพัก จุดที่ 5 แวะเก็บผักกลับไปทำอาหารเย็นมื้อนี้ซักหน่อย

เรามาเก็บผักกลับไปให้พี่ๆแม่ครัวทำอาหารเย็นให้กิน คือมันแบบสดกรอบ จิ้มน้ำพริกแล้วแบบอร่อยสุดดดด ใครมาแล้วอยากไปเก็บบอกพี่โยฮันเลย เค้าสามารถพาไปเก็บได้สบายมากกก ดูแลอย่างดี แต่ถ้าลื่นคันนาแบบเรา อันนี้ก็ช่วยไม่ได้เด้อ



เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพัก จุดที่ 6 เข้าครัวทำอาหารท้องถิ่นกันซักหน่อย

แดเนียลเก่งมาก ย่างพริก ตำน้ำพริก ทอดผัก ... และก็กินเผ็ดเก่ง เก่งกว่าเราอีกอ่าาาา เวลาถึงมื้ออาหารแดเนียลถามหาน้ำพริกตลอดเลย 5555 น้ำพริกที่นี่อร่อยมาก เราไม่เคยกินน้ำพริกรสชาติแบบนี้เลย หอมพริกอาข่าสุดๆ

อันนี้คือชั้นเก็บของ ของชาวอาข่า คือสตอรี่มันเจ๋งมากก แต่ละชั้นมีความหมายของมัน เช่นชั้นล่างสุดจะวางอาหารที่ต้องการความอุ่น เพื่อเป็นการถนอมอาหาร เราวางไว้อาหารก็จะไม่เสีย


และแล้วอาหารสุดแสนจะอร่อยก็เสร็จแล้ว ขอออกตัวก่อนเลยว่างานนี้แม่ครัวคนสวยของที่นี่เค้าช่วยทำแบบ 95% เค้าคงกลัวคนอื่นๆกินกันไม่ได้ ฮ่าๆ ดูรูปก็คงไม่ต้องอธิบายเยอะเลย เพราะบรรยากาศของมื้อเย็นเราก็ทำให้อาหารอร่อยขึ้นแล้ว และอาหารก็ยิ่งอร่อยอยู่ เรากินข้าวน้อยมาก เพราะกลัวอิ่ม... กับมันอร่อย 555+


เดินสะดุด ฉุดหัวใจมาพัก จุดที่ 7 เรียนทำกำไลแขน จากคุณยาย

วันนี้เราบอกกับคุณยายว่า ยากมากกก ตาเราก็ไม่ค่อยจะดี งานมันละเอียดเกินเย็บปักถักร้อยไม่ถนัดเลย ทำยากจัง ... ตัดภาพไปอีกที คุณยายจ้วงเอาจ้วงเอา แปบๆ กำไลเสร็จหนึ่งเส้นแล้ว พอเราเห็นแบบนี้ไม่รีรอ รีบจ้วงตามคุณยาเลย เพราะคิดว่าตัวเองสาวกว่าต้องทำได้ จ้วงไปจ้วงแรกก็นิ้วตัวเองนี่แหละจ้า ดีนะหนังเหนียวเลือดเลยไม่ไหล เฮ้อออ เจนเอ้ย ฝึกก่อนเนอะค่อยๆทำไปเดี๋ยวก็ได้ คุณยายเค้าทำมานานแล้ว ชำนาญการก็ไม่แปลก


เย้ๆๆๆ เสร็จแล้ว สวยเหมือนกันนะเนี้ยยยยยย

จบไปแล้วกับกิจกรรมทั้งวันของวันนี้ อัดแน่น เต็มพิกัด คุ้มสุดๆ ที่มาไกล มากันๆ ดีจริง สรุปให้ฟังชัดๆอีกที ว่าที่นี่มีอะไรดีบ้าง เพราะเราพิมพ์เยอะมาก คนอ่านจะลืมไปว่ามีอะไรบ้าง

  1. ที่พักสวย (มีห้องที่เปิดหลังคาดูดาวได้ด้วย) บรรยากาศดี บริการเป็นกันเอง เอาใจใส่ เหมือนเป็นญาติมิตร
  2. เรียนรู้การทำบ้านดิน ตั้งแต่การหาวัสดุ อุปกรณ์มาทำ ผสมดิน ขึ้นรูป
  3. กิจกรรมเรียนรู้วิถีชาวบ้านอาข่า มีมากมายหลายอย่าง แล้วแต่เราเลือก ทำบ้านดิน เก็บผัก ใส่ชุดอาข่า เล่นเครื่องเล่นอาข่า ไปเล่นน้ำลำธาร เดินป่า เรียนทำอาหาร เรียนทำเครื่องประดับท้องถิ่น และอีกเยอะมากกก
  4. อาหารอร่อยทุกมื้อ คุ้มราคา
  5. ไม่ไกลจากเมืองมาก ขับรถขึ้นมาประมาณ 1 ชม. เท่านั้นก็ได้เห็นวิวดีๆแล้ว
  6. อากาศเย็นสบายทั้งปี
  7. กาแฟอร่อย
  8. ไกด์ (พี่โยฮัน) มีความรู้ คิดสร้างสรรค์เยอะ เป็นการดีที่เราจะได้เค้ามาแนะนำ
  9. การมาเที่ยวของเราได้สนับสนุนชุมชน นำไปสู่การพัฒนาชุมชน > อำเภอ > จังหวัด > ประเทศ !!!
  10. เพื่อเป็นกำลังใจให้พี่โยฮัน ทำงานเพื่อชุมชนต่อๆไป ^^


ขอบคุณสำหรับการอ่านรีวิวด้านบนนะค้า รอต่อติดบทความต่อไป รับรองว่ามีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสายเที่ยวแน่นอนค่า :)



ด้านล่างเป็นภาพเก็บตกจ้าาาา เลื่อนดูได้ถ้าใครเน็ตแรง!

ชุมชนอาข่า



แดเนียล สาว UK สายกินน้ำพริกของเรา สวยมากๆ ใส่ชุดนี้ยิ่งสวย

จริงๆแล้ว เราเกลียดที่ตัวเองใส่ชุดนี้แล้วไม่สวยเหมือนแดเนียล 555 มีแต่คนขำเราอ่ะ ว่าตลก บางคนก็บอกว่าเราเหมือนชาวเขาเลย




ความคิดเห็น