30 ชั่วโมง... กว่าจะถึงมะละกา รีวิวโดย Tiewloeiterd

30 ชั่วโมง... กว่าจะถึงมะละกา 🚂 ทริปนี้เริ่มต้นขึ้นจากความคิดที่ว่า... เอ๊ะ!! ถ้าเราจะนั่งรถไฟไปมาเลเซียจะยากไหมน้า ก็เลยได้ชักชวนผู้ร่วมทริปของความเลยเถิดเกิดขึ้น เลยเถิดแบบไม่ธรรมดา เพราะการเริ่มต้นทริป คือไปซื้อตั๋วรถไฟกรุงเทพฯ - หาดใหญ่ก่อนจ๊ะ ละทีนี้ยังไงต่อ... มาหารถไฟแต่ละเส้นทางกันต่อ ก็เล

30 ชั่วโมง... กว่าจะถึงมะละกา

30 ชั่วโมง... กว่าจะถึงมะละกา

 วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 20.43 น.

 วันที่เดินทาง 6 เม.ย. 2562

30 ชั่วโมง... กว่าจะถึงมะละกา

🚂 ทริปนี้เริ่มต้นขึ้นจากความคิดที่ว่า... เอ๊ะ!! ถ้าเราจะนั่งรถไฟไปมาเลเซียจะยากไหมน้า ก็เลยได้ชักชวนผู้ร่วมทริปของความเลยเถิดเกิดขึ้น เลยเถิดแบบไม่ธรรมดา เพราะการเริ่มต้นทริป คือไปซื้อตั๋วรถไฟกรุงเทพฯ - หาดใหญ่ก่อนจ๊ะ ละทีนี้ยังไงต่อ... มาหารถไฟแต่ละเส้นทางกันต่อ ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทาง และได้ค้นพบว่า ไม่ง่ายเลยนะนายจ๋าาาาา

รีวิวนี้แนะนำการเดินทางเข้าไปกัวลาลัมเปอร์และไปปิดท้ายที่มะละกากันก่อนละกัน ส่วนทริปของเราตั้งแต่ต้นเดินทางเข้ามาเลเซียโดยรถไฟ และขากลับบินกลับจากสิงคโปร์ เดี๋ยวจะเขียนรีวิวอีกอันนะคะ (2 ประเทศ มาเลเซีย-สิงคโปร์) ไม่งั้นจะยาวมากค่ะ รอติดตามอ่านรีวิวอีกอันนะคะ
... มาว่ากันด้วยทริปนี้กันเลย
-------------------------

บินไปง่ายๆ ไม่บิน อะไรที่ลำบาก และผจญภัยขอให้บอกทางเราได้เลย ถนัดนัก แอดขอเล่าการเดินทางตามโปรแกรมละกันนะคะ

Day 1: สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) มุ่งหน้าสู่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
13.00 น. นัดเจอกันที่สถานีรถไฟกรุงเทพ ความตั้งใจก็จะไปถ่ายรูปเล่นกันกับความคลาสสิคของสถานีแห่งนี้

14.25 น. รถไฟออกเดินทางจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
เราเดินทางโดยขบวนรถไฟกรุงเทพฯ - หาดใหญ่ ขบวน 31 "รถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์" ไปซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟกรุงเทพเองเลยจ้าา ไปซื้อตั๋วล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน ตั๋วยังเกือบจะเต็มเลย ส่วนตู้แบบส่วนตัวนั้นเต็มเป็นที่เรียบร้อย จองไม่ทัน รถไฟขบวนนี้ถือว่าสะอาด ใหม่เอี่ยม นั่งสบาย นอนสบาย

ตอนไปซื้อตั๋วตั้งใจอยากจะนั่งรถไฟขบวนใหม่ ข้อจำกัดจึงอยู่ที่ต้องไป ขบวน 31 "รถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์" แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสสามารถจองและนั่ง ขบวน 38/ 46 (สุไหงโกลก/ ปาดังเบซาร์ - กรุงเทพฯ) "รถด่วนพิเศษทักษิณ" ได้เลย ก็จะนั่งยาวไปถึงปาดังเบซาร์ได้เลย ซึ่งเป็นรถไฟขบวนเดิมที่มีให้บริการอยู่แล้ว

รถไฟขบวน 38/ 46 สามารถนั่งข้ามไปถึงด่านปาดังเบซาร์ได้เลย เป็นขบวนเดียวกันกับรถไฟกรุงเทพฯ - สุไหงโกลก ขบวนนี้พอไปถึงชุมทางหาดใหญ่ก็จะแยกขบวนออกเป็น ขบวนสุไหงโกลก และขบวนปาดังเบซาร์ ง่ายๆ ก็คือแยกหัวรถออก

แต่ถ้าไป ขบวน 31 "รถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์" ก็จะมีเวลาแวะไปหาข้าวกินแถวชุมทางหาดใหญ่ แล้วค่อยมารอขึ้นรถไฟไปต่อได้ ซึ่งก็จะได้ขึ้นขบวน "รถด่วนพิเศษทักษิณ" ที่แยกหัวรถจักรแล้ว

เริ่มออกเดินทางก็นั่งๆ นอนๆ กันยาวๆ กันไป จากกรุงเทพฯ ก็จะถึงชุมทางหาดใหญ่ถึงตรงเวลาเป๊ะ (06.25 น. ของอีกวัน)

**การเดินทางโดยรถไฟจำเป็นต้องจำชื่อขบวนและเลขขบวนเป็นโค้ดสำหรับการเดินทางเลยทีเดียว สามารถจองผ่าน Call Center 1690 หรือซื้อได้ที่สถานีกรุงเทพได้เลย**

** รถไฟออกตรงเวลา**

ก่อนขึ้นรถไฟ... แนะนำให้ตุนของกินขึ้นไปด้วย แต่ถ้าไม่ตุนของกินก็จะมีเจ้าหน้าที่รถไฟนำเมนูของฝากมาให้เราเลือกซื้อได้ ก็จะมีก๋วยเตี๋ยวที่สถานีราชบุรี และหม้อแกง ข้าวตังหน้าตั้ง ทองม้วนกรอบ ที่สถานีเพชรบุรี จะจอดเฉพาะสถานีใหญ่ๆ และจอดไม่นาน ไม่สามารถลงไปซื้อของด้านล่างได้ทัน ทางเรานั้นหิวก็พึ่งอาหารบนรถไฟราคาก็สูงกว่าข้างล่างนิดหน่อย แต่รสชาติอาหารถือว่าอร่อยใช้ได้ สะอาดอีกตะหาก หรือไม่อยากสั่งมาทานที่นั่งก็สามารถเดินไปตู้เสบียงได้ อยู่ประมาณกลางๆ ของขบวน

บนรถไฟเป็นยังไงกันบ้างนะเหรอ พวกเราตื่นเต้นกันมากกับการนั่งรถไฟระยะทางไกล ตื่นเต้นกับทุกอย่างเลย ไปดูว่าบนรถไฟมีอะไรบ้าง

ทางเดินไปชานชาลา ก็ขึ้นตามตั๋วได้เลย ในระหว่างการเดินไปก็จะมีเจ้าหน้าที่ประจำตู้มาต้อนรับอยู่ด้านหน้า พร้อมรอยยิ้มสดใส พอขึ้นไปด้านบนก็จะเห็นภาพแบบนี้เลย ภาพรถไฟที่เรารู้จักช่างแตกต่างกันมาก ตู้โดยสารสะอาด สะอ้าน

มีจอให้เราดูระหว่างการเดินทางด้วยว่าตอนนี้ถึงตรงไหนแล้ว พร้อมมีกล้องวรจรปิด ถ้าผู้หญิงเดินทางคนเดียวแนะนำให้จอง ตู้ Lady (จองเร็วหน่อยนะคะ เต็มเร็วมาก)

ขึ้นไปบนรถไฟ มีน้ำเปล่าให้ 1 ขวด ถ้าใครกินน้ำเยอะ แนะนำซื้อขวดใหญ่ไปเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องห้องน้ำเลยค่ะ ห้องน้ำเหมือนเครื่องบินเลย

ห้องน้ำบนรถไฟ หน้าตาก็จะประมาณนี้

และอีกอย่างที่ทุกคนกังวลคือแบตมือถือ ไม่ต้องห่วงอีกแล้ว มีที่ชาร์ทแบตตลอดการเดินทาง

วิวในระหว่างการเดินทางโดยรถไฟ หาไม่ได้จากการเดินทางโดยเครื่องบิน หรือนั่งรถทัวร์แน่นอน นี่แหละเสน่ห์ของการเดินทางโดยรถไฟ

พอรถไฟวิ่งไปเรื่อยๆ ประมาณ 6 โมงเย็น จะเลยประจวบคีรีขันธ์ไปหน่อย จะมีเจ้าหน้าที่มาปูเตียงให้ทุกคน เป็นการบังคับกลายๆ ว่าได้เวลานอนค่ะ แนะนำให้จองที่นอนชั้นล่าง เพราะในระหว่างการเดินทางก็หาหนังสือสักเล่มมาอ่าน มองดูริมทางรถไฟ โรแมนติกมาก

++++++
Day 2: หาดใหญ่ - ด่านปาดังเบซาร์ (มาเลเซีย) - กัวลาลัมเปอร์ - มะละกา
06.25 น. เดินทางถึงชุมทางหาดใหญ่ แวะหาข้าว กาแฟกินแถวสถานีรถไฟ (ซื้อตั๋วรถไฟไปปาดังเบซาร์ไว้ก่อนเลย จะเป็นที่นั่งชั้น 3 แบบ Open Air นั่นเอง) หรือสามารถซื้อตั๋วแอร์ก็ได้ ขบวนนี้จะมีรถตู้แอร์ 2 ตู้

ถึงแล้วชุมทางหาดใหญ่

รถไฟที่เราจะเดินทางจากหาดใหญ่ไปที่ปาดังเบซาร์ (ฝั่งมาเลเซีย)

บรรยากาศตู้แอร์ที่จะไปด่านปาดังเบซาร์

หน้าตาตู้พัดลมก็จะบรรยากาศประมาณนี้ค่ะ

08.30 น. เดินทางจากหาดใหญ่ - ด่านปาดังเบซาร์ (ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) รถไฟจะจอดปาดังเบซาร์ฝั่งไทย อย่าเพิ่งลงนะคะ ถ้าลงนี่งานเข้าต้องหาทางเข้าไปฝั่งมาเลยเซียอีก ให้ไปลงปาดังเบซาร์ฝั่งมาเลเซียถ้าไม่มั่นใจให้สอบถามเจ้าหน้าที่ได้เลย พอไปถึงปุ๊ปก็จะต้องทำเรื่องผ่านด่าน ตม. จะมี ตม.ไทย และ ตม.มาเลเซียอยู่ติดกันเลย สะดวกมาก
**รถไฟจากหาดใหญ่ไปปาดังเบซาร์มี 2 เที่ยว (08.00 น. และ 13.30 น.)**

11.15 น. นั่งรถไฟ KTM เข้ากัวลาลัมเปอร์ (ใช้เวลาเกือบ 6 ชั่วโมงจ๊ะ) นั่ง นอน ตลอดเส้นทางฝนก็จะตกอยู่เรื่อยๆ รถไฟขบวนนี้ไม่ใช่รถไฟฟ้าความเร็วสูง เป็นรถไฟฟ้าธรรมดา มีร้านอาหารบนรถไฟให้ซื้อเป็นอาหารกล่อง แล้วเข้าไมโครเวฟ เราก็ได้ใช้บริการ รสชาติไม่แย่ อร่อยหรือหิวกันก็ไม่รู้ 555
ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ที่... http://www.ktmtickets.com/th/

ใช้เวลาเดินทางนาน ของกินก็ไม่ได้ซื้อติดกันขึ้นไป ก็เลยพึ่งอาหารบนรถไฟฟ้า ก็จะเป็นอาหารแช่แข็งแล้วพนักงานก็จะเอาเข้าไมโครเวฟให้เรา

16.55 น. ถึงสถานี KL Sentral ต้องหาซื้อตั๋วรถไฟ เพื่อไปขึ้นรถบัสไปมะละกากันต่อ โดยต้องไปขึ้นรถบัสที่ TBS (Terminal Bersepadu Selatan) จุดนี้เป็นเหมือนกับสถานีขนส่งผู้โดยสารไปต่างจังหวัด มีจุดซื้อตั๋วและท่าขึ้นรถ การซื้อตั๋วก็สะดวกสบาย มีตู้คีออสให้บริการเยอะเลย ผู้คนก็เยอะ แต่ไม่วุ่นวายเท่าที่ควร
เดินทางไปมะละกาอีก 2 ชั่วโมง โดยรถบัส (ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ที่... https://www.easybook.com/th-th)

รถบัสนั่งจากกัวลาลัมเปอร์ไปที่มะละกา ในตั๋วที่ซื้อก็จะมีหมายเลขที่นั่งชัดเจน

21.00 น. สถานีรถมะละกา (Melaka Sentral) - เข้าที่พัก
21.30 น. ออกไปผจญภัยไปเดินตลาด Night Market กันต่อ

เดินทางตลาดไนท์มาร์เก็ตก็ต้องหาของกิน เห็นเอแคลร์ไส้ทุเรียนก็เลยลองชิมกันดู อร่อยมาก ตอนนี้ยังติดใจและอยากกลับไปกินอีก

++++++
Day 3: มะละกา - Masjid Selat Melake - Jonkar Market - เรือสำเภา - ซิตี้ทัวร์เมืองมะละกา ไฮไลท์: คลองมะละกา Christ Church Melaka - นั่งรถบัสเข้ากัวลาลัมเปอร์ (2 ชั่วโมง) - เข้าที่พักที่กัวลาลัมเปอร์

ในที่สุดก็ไปถึงมะละกา ที่ใช้เวลากว่า 30 ชั่วโมง ที่ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้เดินทางลุยๆ แบบนี้อีก ถ้าไปครั้งหน้าคงบินไปแล้วแหละ อิอิอิ ทริปนี้แอดเดินทาง 6 วัน เดี๋ยวรีวิวอีกอันจะเป็นฉบับรวม 2 ประเทศ รอติดตามกันได้เลยนะคะ

-------------------------
💲ค่าใช้จ่ายต่อคน
ตั๋วรถไฟกรุงเทพฯ - หาดใหญ่
ชั้นล่าง ราคา 1,105 บาท
ชั้นบน ราคา 1,005 บาท

ตั๋วรถไฟหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์
รถชั้น 3 ราคา 50 บาท
รถแอร์ ราคา 272 บาท

ค่าตั๋วรถไฟฟ้า KTM ปาดังเบซาร์ - KL Sentral
ราคา 815 บาท

ค่ารถไฟฟ้าจาก KL Sentral - KLIA Transit
MYR 6.5 (ประมาณ 50 บาท)

ค่ารถบัสไปมะละกา
MYR 10.98 (ประมาณ 90 บาท)

ค่าที่พักที่มาละกา Hallmark Crown
1,100 บาท (นอนได้ 4 คน)

อัตราแลกเปลี่ยน MRY 1 ก็ประมาณ 7.7 บาท
-------------------------
❤️ เรื่องราวระหว่างการเดินทาง...
- มิตรภาพของเจ้าหน้าที่และผู้คนเดินทาง
- รถไฟไทยดีเลยทีเดียว เจ้าหน้าที่ก็ดีงาม น่ารักทุกคนเลย
- รถไฟที่มาเลเซียมีเดินทางไปได้เกือบทุกจุดที่สำคัญ
- อาหารการกินที่มาเลเซียไม่ได้ทานยากเลย
- ค่าครองชีพที่มาเลเซียไม่แพง ยิ่งไปมะละกายิ่งไม่แพงเลย
- การเดินทางในตัวเมืองมะละกา ใช้ Grab สะดวกที่สุด
-------------------------
📌 ใครสนใจก็สามารถตามเส้นทางนี้ได้นะคะ เน้นการเดินทางแบบนี้ต้องมีเวลาพอสมควร และต้องสายชิว เพื่อนร่วมทริปก็ต้องสายลุยหน่อย ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะไปตามเส้นทางนี้กันได้เลย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ: https://www.facebook.com/tiewloeiterd หรือใครเดินทางแล้วมาร่วมแชร์กันได้นะคะ

#เที่ยวเลยเถิด
#GosoFar
#Melaka #มะละกา
#Malaysia #มาเลเซีย #รถไฟไทย


ความคิดเห็น