ʕ≧ᴥ≦ʔ สอบ JLPT N5 ผ่าน ก็มาเที่ยวแดนปลาดิบได้ด้วยตัวเอง ʕ≧ᴥ≦ʔ EP.1 รีวิวโดย Tonsung_Happy_End

(/・0・) สวัสดีครับผม ผมชื่อ ต้น ครับ ยินดีที่รู้จักทุกคนที่เข้ามาอ่านน้าครับ และรีวิวนี้เป็นรีวิวแรกของผมครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับผม (ó㉨ò) ทริปนี้เป็นการไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก(คนเดียว) กับภาษาญี่ปุ่นบ้านๆ และ ภาษาอังกฤษที่บ้านๆยิ่งกว่า ตามที่บอกในหัวข้อแหละครับ ก็อยากจะบอกไปตรงๆว่า คนไม่เ

ʕ≧ᴥ≦ʔ สอบ JLPT N5 ผ่าน ก็มาเที่ยวแดนปลาดิบได้ด้วยตัวเอง ʕ≧ᴥ≦ʔ EP.1

ʕ≧ᴥ≦ʔ สอบ JLPT N5 ผ่าน ก็มาเที่ยวแดนปลาดิบได้ด้วยตัวเอง ʕ≧ᴥ≦ʔ EP.1

 วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 22.17 น.

 วันที่เดินทาง 10 ก.ค. 2562

(/・0・) สวัสดีครับผม ผมชื่อ ต้น ครับ ยินดีที่รู้จักทุกคนที่เข้ามาอ่านน้าครับ

และรีวิวนี้เป็นรีวิวแรกของผมครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับผม (ó㉨ò)

ทริปนี้เป็นการไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก(คนเดียว) กับภาษาญี่ปุ่นบ้านๆ และ ภาษาอังกฤษที่บ้านๆยิ่งกว่า

ตามที่บอกในหัวข้อแหละครับ ก็อยากจะบอกไปตรงๆว่า คนไม่เก่งภาษาก็เที่ยวต่างประเทศได้ครับ

และในรีวิวนี้อยากจะแนะนำจุดถ่าพภาพและประสบการณ์เที่ยวในแดนปลาดิบตลอด 1 สัปดาห์ ที่ผมไปมา

( ╹ਊ╹) ถ้ายังงั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า . . . .


DAY 1 \( ̄ω ̄)/ เดินทางจาก DMK - NRT และเดินเที่ยวถ่ายภาพตามที่ต่างๆ

ผมออกเดินทางด้วยสายการบิน FLY SCOOT มุ่งหน้าไปลงที่นาริตะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง

หลังจากที่ขึ้นเครื่องไปได้สักพัก และ แอร์บนเครื่องเริ่มแจกใบ ตม.

ก็นึกขึ้นมาได้ว่า เรากรอกไม่เป็นนิ (⊙ꇴ⊙)!

แต่ด้วยความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่

เพราะว่าคุณลุงที่นั่งข้างๆกัน คุณลุงใจดีมากๆเลย (o^^o)

คุณลุงสอนผมกรอกใบ ตม. และแนะนำผมทุกขั้นตอนจนผ่านตม. ออกมาจนไ้ด้

และหลังจากนั้น ผมกับคุณลุงก็ได้แยกย้ายกัน. . .

เพราะว่าคุณลุงเค้าต้องไปหาหลานที่สถานีโตเกียว ส่วนผมอยากเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่พักก่อน

ซึ่งที่พักของผม 2 คืนแรกก็คือ BOOK AND BED TOKYO SHINJUKU

เป็น Hostel นั้นเอง....

บรรยากาศในที่พักเป็นเหมือนเรามานอนในร้านหนังสือการ์ตูนเลย มีทั้งหนังสือการ์ตูน นิตยสาร

แต่หนังสือทั้งหมดนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นนะ (ಥ﹏ಥ) 5 5 5 5

หลังจากฝากกระเป๋าเสร็จ ก็หาอะไรกินกันก่อนเที่ยวดีกว่า!

ร้านใกล้ๆที่พักมีร้านเนื้อย่างที่อร่อยอยู่ร้านหนึ่ง ชื่อว่า JIROMARU นั้นเอง

เป็นร้านเล็กๆที่ร้านสามารถรับลูกค้าได้ทีล่ะ 10 ท่านเท่านั้น และเป็นแบบยืนกิน

ที่สำคัญสามารถใช้ GOOGLE MAP แล้ว เดินตามไปได้เลยด้วย

เรามาดูหน้าร้านกัน. . .

เห็นประตูข้างขวานั้นมั้ย ร้านนี้เราต้องมาจ่ายตังตรงประตูนั้นแหละ 5555

ดูบรรยากาศภายในร้านกันต่อ . . .

ในร้านนั้นมีเตาย่าง 5 เตา คือ 2 คนต่อ 1 เตานั้นเอง

กระเป๋าเราสามารถแขวนไว้ใต้เค้าเตอร์ได้เลยนะ

ตอนผมไปไม่รู้จะสั่งอะไรดี ก็เลยบอกเชฟไปว่า "ตามที่เชฟแนะนำเลย"

เชฟเค้าก็เลยจัดมาให้ 8 คอร์ส (ปล. ตอนแรกคิดว่า 8 คอร์สเป็นจาน จริงๆแล้วเป็นชิ้น 555)

นี้คือเนื้อตัวอย่างนะ จำได้ว่าเป็นเนื้อ A5 เพราะผมไม่แน่ใจว่าใน 8 คอร์สนั้น มีเนื้อ A5 บ้างมั้ย....

เชฟส่งมาให้นึกว่าเป็นหินอ่อนสีชมพู สามชิ้นนี้อร่อยหมดเลย

เช็คบิลออกมา มื้อแรก หมดไปประมาณ 9000 เยน 5 5 5 |´∀`●)

หลังจากนั้นเราก็เดินต่อไปก็เจอ GODZILLA HEAD ก็เลยยืนรอให้คนเบาบ้างลงหน่อยเพื่อจะถ่ายภาพ

และแล้วก็ได้ภาพออกมาเป็นภาพนี้นั้นเอง. . .


หลังจากนั้นเราก็เดินต่อตาม GOOGLE MAP เพื่อที่จะไป ศาลเจ้าเมจิ

ระหว่างทางที่ไปก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ทั้งตู้กดน้ำ รถไฟ และดอกม้

และก็คิดในใจว่า ประเทศที่นี้คือเพลินกับการถ่ายภาพดีแหะ และอากาศก็เย็นสบายๆ

เพราะตอนที่เราไปเหมือนพายุจะเข้า อากาศที่นี้เลยไม่ร้อนมาก ทั้งๆที่เป็นฤดูร้อน

และนี้ก็ภาพถ่ายตามทางที่เดินไป ศาลเจ้าเมจิ


หลังจากเดินไป 20 นาที ก็มาถึงทางเข้า ศาลเจ้าเมจิกันแล้ว . . .

หลังจากที่เดินเข้าไปเรื่อยๆ ขอบอกเลยว่า อากาศดีมากๆ และสงบมากด้วยเช่นกัน

พอเดินเข้าไปสักพักก็มาสะดุดกับสิ่งนี้ ไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอะไร แต่คนถ่ายรูปเยอะมากๆ

หลังจากนั้น ก็เดินต่อจนถึง ศาลเจ้าเมจิ

พอได้เห็นของจริง มันดีกว่าภาพถ่ายที่เห็นเค้าถ่ายมากจริงๆ สวยมาก!!!

อันนี้เป็นภาพทางเข้าศาลเจ้า


และนี้เป็นข้างใน กว้างสุดๆไปเลย

หลังจากเดินอยู่ในนี้สักพักก็ถึงเวลา CHECK-IN ของที่พักพอดี เราก็เลยเดินออกไปขึ้นรถไฟเพื่อกลับไปแถวที่พัก 2 คืนแรกของเรา

และก็มาถึงที่พักจนได้ และนี้คือข้างในที่พัก


และนี้คือที่นอนของผมครับ (´~`ヾ)


ดูเหมือนจะไม่กว้างนะ แต่แคปซูลที่นี้ คนอ้วนที่หนักมากๆ อย่างผมยังนอนสบายเลย

วันนี้ก็เดินทางเหนื่อย ก็เลยขอหลับไปสักพัก ตื่นมาก็ 20:00 น. ก็เลยไปอาบน้ำ เตรียมตัวไปถ่ายรูปกันต่อ

และก่อนออกเดินทางผมก็ได้มาฝากท้องที่นี้เลย . . .

ย่าน OMOIDE YOKOCHO นั้นเอง

ย่านนี้เต็มไปด้วยร้าน IZAKAYA เต็มไปหมดเลย

ผมเองก็เดินไปเรื่อยๆดูอาหารแล้วคิดว่าไม่น่าจะอิ่ม ก็เดินไปเจอร้านราเมง จำชื่อร้านไม่ได้ด้วย

รู้แค่ว่าตอนนั้นหิวมากๆ ก็เลยสั่งราเมงมากิน ชามใหญ่มากกก! ตอนแรกคิดว่าชามจะเล็ก

โชคดีนะไม่ได้สั่งไปสองชาม (*´∇`*)

ขอบอกเลยว่าได้หมูชาชู เยอะสุดๆ

หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟจากสถานีชินจูกุไปสถานีรถไฟโตเกียว เพื่อไปถ่ายรูปสถานีโตเกียว

และนี้ก็คือภาพที่ถ่ายมา ของสถานีโตเกียว ตอนกลางคืน . . .

และมาต่อกันด้วยมุมยอดฮิต ที่ใครๆก็มาถ่าย

หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟจากสถานีโตเกียวไป อาซากุซะต่อกันเลย

ที่ต่อไปที่มาถึงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ ก็คือ วักเซนโซจิ หรือที่เรียกกันว่า วัดอาซากุซะ b(~_^)d


หลังจากนั้นก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆภายในวัด จริงก็มาครั้งแรกล่ะนะ

และนี้ก็คือภาพถ่ายที่เดินวนไปวนมาภายในวัดเซนโซจิ


หลังจากผมถ่ายภาพที่นี้เสร็จก็ขึ้นรถไฟตาม Google Map ไปหา Tokyo Tower ต่อ . . .

หลังจากมาถึงก็เดินวนหามุมถ่ายภาพ Tokyo Tower

มุมที่อยากได้สุดท้ายก็หาเจอจนได้ มันเป็นมุมตรงร้านอาหารร้านนึง

เห็นเพื่อนที่ไปอาศัยอยู่ญี่ปุ่นบอกว่าเป็นร้านอาหารจีน

ตามภาพนี้เลยผมถ่ายติดชื่อร้านมาด้วย


แต่พอมาถึงคนรอถ่ายภาพมุมนี้เยอะมากๆๆเลย \(T∇T)/

ผมก็เลยต้องรอ หลังจากนั้นสักใหญ่ก็ได้ถ่าย

มุมที่ผมอยากได้ คือมุมนี้ของ Tokyo Tower นั้นเอง . . .

(●>ω<●)(●>ω<●)(●>ω<●)(●>ω<●)(●>ω<●)


หลังจากถ่ายภาพนี้เสร็จ ก็ปาเข้าไป 5 ทุ่มเข้าไปแล้ว เลยนึกขึ้นได้ว่า

(☼Д☼) รถไฟฟ้าหมดเที่ยงคืนหนิ . . .

เด่วก็ได้ต้องนั่งแท๊กซี่กลับที่พักหรอก ดังนั้นจึงรีบเดินดิ่งไปสภานีรถไฟ ┏( ゜)ਊ゜)┛

และกลับถึงที่พักก็ไปอาบน้ำนอนพร้อมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางของวันนี้

(¦ꃎ[▓▓](¦ꃎ[▓▓](¦ꃎ[▓▓]

โปรดติดตาม EP.2 ได้ในไม่ช้า b(~_^)d


ความคิดเห็น