ทีละก้าว สู่ขอบฟ้า ตอนที่ 2 หมู่ถ้ำสลักหินแห่งพุทธศาสนา รีวิวโดย กระทิงเปลี่ยวเที่ยวรอบโลก

ต้าจู อลังการหมู่ถ้ำสลักหินแห่งพุทธศาสนา ยามเช้าที่สายหมอกยังปกคลุมเมืองฉงชิ่ง เราพอมีเวลาที่จะล่ำลาเชอจีออง ก่อนที่เขาจะหอบเสบียงถุงใหญ่เพื่อไปล่องแม่น้ำแยงซี สถานที่ที่เราเลือกไปวันนี้ถือเป็นไฮไลท์ที่ใครมาฉงชิ่งต้องไปเยือน นั่นคือ หมู่ถ้ำพระพุทธรูปแกะสลักแห่งต้าจู หรือเรียกสั้นๆว่าถ้ำต้าจู (Dazu

ทีละก้าว สู่ขอบฟ้า ตอนที่ 2 หมู่ถ้ำสลักหินแห่งพุทธศาสนา

ทีละก้าว สู่ขอบฟ้า ตอนที่ 2 หมู่ถ้ำสลักหินแห่งพุทธศาสนา

 วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.30 น.

 วันที่เดินทาง 27 ธ.ค. 2562

ต้าจู อลังการหมู่ถ้ำสลักหินแห่งพุทธศาสนา

ยามเช้าที่สายหมอกยังปกคลุมเมืองฉงชิ่ง เราพอมีเวลาที่จะล่ำลาเชอจีออง ก่อนที่เขาจะหอบเสบียงถุงใหญ่เพื่อไปล่องแม่น้ำแยงซี

สถานที่ที่เราเลือกไปวันนี้ถือเป็นไฮไลท์ที่ใครมาฉงชิ่งต้องไปเยือน นั่นคือ หมู่ถ้ำพระพุทธรูปแกะสลักแห่งต้าจู หรือเรียกสั้นๆว่าถ้ำต้าจู (Dazu)

หลังจากได้ข้อมูลการเดินทางสู่ถ้ำต้าจูจากเจ้าหน้าที่ยูธโฮสเทลเป็นที่เรียบร้อย ก็ถึงเวลานั่งรถประจำทางสู่สถานีขนส่งเมืองฉงชิ่ง โชคดีที่เมื่อวานได้ซิตี้ทัวร์เมืองนี้ไป 1 รอบ จึงพอจำเส้นทางได้ ทำให้การเดินทางในวันนี้สะดวกพอดู เมื่อถึงสถานีขนส่งก็ตรงเข้าไปจองตั๋วรถไปเมืองต้าจูทันที หากเทียบระดับการปกครองแล้ว เมืองต้าจูจะมีฐานะเป็นอำเภอ ขึ้นตรงต่อฉงชิ่ง ฉะนั้นตัวเมืองจึงไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก

หมู่ถ้ำพระพุทธรูปแกะสลักแห่งต้าจูมีอยู่ 5 แห่ง แต่จะไปทั้งหมดภายในวันเดียวเป็นไปได้ยากมาก เพราะแต่ละแห่งอยู่ไกลกัน เราจึงเลือกที่จะไป 2 แห่ง คือ เบาดิ่งซาน เนื่องจากเป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่และน่าสนใจที่สุดในบรรดาถ้ำทั้งหมด ส่วนอีกถ้ำคือ เบยซาน เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก

เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ การไปถ้ำเบาดิ่งซานจึงสะดวกสบายเพราะมีรถประจำทางออกจากสถานีขนส่งเมืองต้าจู ใช้เวลาเดินทางแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงปากทางเข้าถ้ำ แต่ต้องเดินไปตามถนนอีกไกลพอควรกว่าจะถึง จึงมีรถสามล้อถีบหน้าตาคล้ายๆกับสามล้อบ้านเราให้บริการ ซึ่งเป็นที่ถูกใจของเหล่าอาแปะ อาม่าเป็นยิ่งนัก

เบาดิ่งซาน (Boadingshan) คือขุนเขาแห่งหมู่ถ้ำพระพุทธรูปแกะสลักหินในศาสนาพุทธที่สร้างขึ้นโดยผสมความเชื่อของลัทธิเต๋าเข้าไปด้วย โดยมีการแกะสลักพระพุทธรูปทอดยาวไปตามหน้าผากว่า 2.5 กิโลเมตร นับๆแล้วมีพระพุทธรูปแกะสลักกว่าหมื่นองค์ โอ้โห้อะไรจะมากมายขนาดนั้น ขืนมาพูดพร่ำทำเพลงคงไม่ดีแน่ ว่าแล้วไปยลความยิ่งใหญ่ตระการตากันเลยดีกว่า

รูปแกะสลักกลุ่มแรกบนหน้าผาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตามีขนาดความสูงกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย ดูๆแล้วมีลักษณะคล้ายจตุบาลที่ยืนรักษาประตูตามวัดจีนนิกายมหายาน ถัดมาคือมวลหมู่พระโพธิสัตว์ ซึ่งหากประดิษฐานอยู่ในถ้ำที่ไม่ใช่อยู่บนหน้าผาแบบเปิดโล่งที่สัมผัสอากาศภายนอกแบบเต็มๆแล้ว รูปแกะสลักเหล่านี้ยังคงสีสันสวยสดทั้งสีแดง สีน้ำเงินประหนึ่งเพิ่งสร้างเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความจริงแล้วเหล่าพระพุทธรูปหินสลักที่เห็นนั้นสร้างมากว่าพันปีตั้งแต่ปีพ.ศ.1193 ในสมัยราชวงศ์ถัง และต่อเนื่องจนถึงราชวงศ์ชิง

นอกจากพระพุทธรูปแล้วยังมีรูปแกะสลักที่แสดงวิถีชีวิตของชาวจีนสมัยโบราณ ที่จูงวัวจูงควายออกไปทำไร่ไถ่นาด้วยความครื้นเครง ถัดไปเป็นหมู่ยักษ์หน้าตาดุดันนับสิบตนยืนถืออาวุธคู่กายที่ต่างกันไปบนหน้าผาที่ทอดยาว หนึ่งในรูปแกะสลักที่สำคัญเห็นจะเป็นรูปวัฏจักรสงสารที่แสดงถึงการเวียนว่ายตายเกิด ตั้งโดดเด่นเต็มแผ่นผาที่มีความสูงร่วมสิบเมตร ถัดออกไปเป็นพระพุทธรูปแกะสลักองค์เล็กๆที่ประดิษฐานอยู่ในช่องวงกลมที่ทอดตัวยาวเหยียดไปตามหน้าผา โดยมีพระพุทธรูปแกะสลักขนาดใหญ่ 3 องค์ในลักษณะยืน คือ พระไวโรจนะ 1 ใน 5 พระพุทธเจ้าตามความเชื่อของมหายาน ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง พร้อมด้วยพระโพธิสัตว์คู่พระองค์ คือ พระสมันตภัทร และพระมัชชูศรี

สุดหน้าผาเป็นพระพุทธรูปแกะสลักปางปรินิพพานของพระศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแกะสลักที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเบาดิ่งซาน มีความยาวถึง 21 เมตร สูงกว่า 7 เมตร แค่พระพักตร์ก็มีขนาดใหญ่กว่าตัวผมหลายเท่า แต่ไฮไลท์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะยังมีรูปแกะสลักของพระโพธิสัตว์กวนอิมพันมือ ที่เป็นสีทองทั้งองค์ ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีภายในถ้ำ ทำให้สภาพของสียังคงอยู่ กาลเวลาจึงไม่สามารถทำอะไรเหล่าพระพุทธรูปแกะสลักเหล่านี้เลย

อย่าเพิ่งคิดว่ารูปแกะสลักจะจบเพียงเท่านี้ เพราะหน้าผาที่ยังคงทอดตัวยาวเหยียดยังเต็มไปด้วยรูปแกะสลักของพระพุทธรูปที่ถี่ยิบทุกตารางเมตร ทั้งขนาดเล็ก ใหญ่ จนถึงมหึมา รวมถึงภาพแกะสลักที่แสดงเหตุการณ์ในนรก และสวรรค์ที่ดูสมจริงยังนัก นั่นก็เพื่อให้ผู้มาเห็นได้เกรงกลัวต่อบาปกรรม และมุ่งมั่นประกอบกรรมดีตามคำสอนในพระพุทธศาสนา

สุดหน้าผาเป็นทางเดินสู่วัดเซียงซูสือ (Shengshousi) วัดเก่าแก่อายุร่วมพันปี สร้างขึ้นพร้อมกับเหล่าพระพุทธรูปแกะสลัก แม้จะถูกเผาทำลายจากไฟสงครามมาแล้วถึง 2 ครั้งแต่ก็ได้รับการบูรณะและคงอยู่ถึงยุคปัจจุบันที่ควันธูปแห่งแรงศรัทธายังคงฟุ้งกระจายไม่ขาดหาย

เวลาเคลื่อนตัวสู่ช่วงบ่าย เรานั่งรถประจำทางกลับตัวเมืองต้าจู จากนั้นต่อรถแท็กซี่เพื่อเดินทางต่อไปยังเบยซาน (Beishan) ซึ่งตั้งอยู่บนเขาในเขตชานเมือง

ในเมื่อตั้งอยู่บนเขา เราจึงต้องออกกำลังขาด้วยการเดินไปตามขั้นบันไดที่ทอดยาวเพื่อขึ้นสู่ยอดเขา โดยเหล่าพระพุทธรูปแกะสลักแห่งเบยซานนั้นสร้างขึ้นก่อนเบาดิ่งซานเล็กน้อย แม้หน้าผาอันเป็นที่แกะสลักพระพุทธรูปจะสั้นกว่าคือเพียงแค่ 500 เมตร แต่ก็มีจำนวนพระพุทธรูปไม่น้อยหน้า เพราะมีมากถึงหมื่นองค์ นั้นหมายความว่าเหล่าพระพุทธรูปแกะสลักย่อมมีขนาดเล็กกว่ามาก โดยเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมลึกเข้าไปในหน้าผาคล้ายกรอบรูป ในนั้นมีเหล่าพระพุทธรูปแกะสลักถูกสร้างให้เกิดมิติตามความลึกของช่องที่เจาะเข้าไป สำหรับเหล่าพระพุทธรูปยังคงเป็นพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ตามความเชื่อของมหายาน นี่คือหนึ่งในแรงศรัทธาแห่งความเชื่อในศาสนาที่สรรสร้างผลงานได้ตระการตาขนาดนี้

เราเดินทางกลับสู่เมืองฉงชิ่งในเวลาที่ไม่เย็นนัก แต่กว่าจะหาทางไปสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ใกล้ที่สุดก็ทำเอาสับสนกับเส้นทางพอควร เพราะตัวเมืองฉงชิ่งไม่ได้เป็นที่ราบ มีเนินเขาสูงๆต่ำๆตลอดเมือง จากสถานีขนส่งเราจึงต้องเดินไปตามขั้นบันไดที่ทอดยาวสู่เนินเขาเบื้องบนอันเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้า ในเวลานั้นจึงคิดถึงบันไดเลื่อนที่เหลียงลู่อ่องพาไปเมื่อวานยิ่งนัก แต่ในระหว่างที่เดินไปหอบไปก็ได้เพลิดเพลินกับวิถีชีวิตของผู้คนย่านนี้ที่ตลอดขั้นบันไดนั้นเรียงรายไปด้วยร้านค้าและบ้านเรือน บรรดาเด็กๆจึงใช้ขั้นบันไดที่พาดผ่านหน้าบ้านเป็นที่วิ่งเล่น

เราโดยสารรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีเจี่ยฟ่างเบย (Jiefangbei) แห่งช็อปปิ้งใจกลางเมือง ราตรีที่มืดมิดจึงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ หากแต่จริงๆสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการระลึกถึงประวัติศาสตร์ของชนชาติจีนที่ทำสงครามต่อต้านญี่ปุ่นจนได้รับชัยชนะเมื่อปีพ.ศ.2488 โดยมีอนุสาวรีย์รูปทรงสูงตั้งโดดเด่น ท่ามกลางวงล้อมของห้างร้าน ที่เปิดไฟสว่างไสวดึงดูดความสนใจและเม็ดเงินของผู้มาเยือน

เราเดินไปตามถนนที่มากมายไปด้วยวัยรุ่นชาวจีน ดูๆไปแล้วบรรยากาศก็คล้ายๆย่านสยามของบ้านเรา โดยแต่ละห้างร้านจำหน่ายสินค้าแบนด์เนมจากประเทศตะวันตก ซึ่งไม่เรียกความสนใจพวกเราได้ดีเท่าเหล่าเนื้อย่างเสียบไม้ปิ้ง ซึ่งมีสารพัดอย่างทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว ปลาหมึก หรือแม้แต่หอยเสียบไม้ยาวเกือบ 1 ฟุตปิ้งบนเตาไฟร้อนๆทาด้วยเครื่องปรุงรสจัด สำหรับรสชาติแล้วถือว่าสุดยอด เพราะเราต่างจัดการไปคนละหลายไม้ จนไม่มีเนื้อที่กระเพาะให้กับอาหารอื่น หากมากับทัวร์เราคงไม่ได้สัมผัสอาหารรสเลิศแบบติดดินเช่นนี้ เพราะนี่คือสีสันแห่งการเดินทางด้วยตนเองที่พวกเราหลงรัก

ข้อมูลการเดินทางและเข้าชม

เมืองต้าจูห่างจากเมืองฉงชิ่ง 167 กิโลเมตร จากสถานีขนส่งฉงชิ่ง มีรถประจำทางไปเมืองต้าจูตลอดทั้งวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ

เบาดิ่งซานห่างจากตัวเมืองต้าจู 15 กิโลเมตร มีรถประจำทางวิ่งรับส่งจากสถานีขนส่งต้าจู

เบยซานห่างจากตัวเมืองต้าจู 2 กิโลเมตร แต่ตั้งอยู่บนเขา ไม่มีรถประจำทางไปถึง แต่เดินทางสะดวกด้วยรถแท็กซี่

เบาดิ่งซานและเบยซานเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.40 – 17.00 น.

เบาดิ่งซาน ค่าเข้าชม เดือนมีนาคม – พฤศจิกายน 120 หยวน, เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ 90 หยวน

เบยซาน ค่าเข้าชม เดือนมีนาคม – พฤศจิกายน 90 หยวน, เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ 70 หยวน

ค่าเข้าชมเบาดิ่งซาน รวมกับ เบยซาน เดือนมีนาคม – พฤศจิกายน 170 หยวน , เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ 120 หยวน

ความคิดเห็น