บ้านเพื่อนฉัน อยู่จันทบุรี แล้วไปกางเต้นท์ที่เขาสอยดาว รีวิวโดย Saraporn Panpim

ทริปบ้านเพื่อนฉันอยู่จันทบุรี สะพานรักษ์แสม วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาวราราม จุดชมวิวหินโคร่ง ลานหินสีชมพู ชุมชนขนมแปลกหนองบัว ชุมชนริมน้ำจันทบูร เขาสอยดาว 3 วัน 2 คืน กับเงิน 3000 บาทมีทอน  จากที่ไม่ได้เจอกันมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยเรียน ป. ตรี จึงรวมตัวกันอีกค

บ้านเพื่อนฉัน อยู่จันทบุรี แล้วไปกางเต้นท์ที่เขาสอยดาว

บ้านเพื่อนฉัน อยู่จันทบุรี แล้วไปกางเต้นท์ที่เขาสอยดาว

 วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เวลา 21.06 น.

 วันที่เดินทาง 18 ส.ค. 2560

ทริปบ้านเพื่อนฉันอยู่จันทบุรี


สะพานรักษ์แสม

วัดราชบัลลังก์ประดิษาวราราม

จุดชมวิวหินโคร่ง

ลานหินสีชมพู

ชุมชนขนมแปลกหนองบัว

ชุมชนริมน้ำจันทบูร

เขาสอยดาว

3 วัน 2 คืน กับเงิน 3000 บาทมีทอน 


จากที่ไม่ได้เจอกันมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยเรียน ป. ตรี

จึงรวมตัวกันอีกครั้งที่บ้านใครสักคน

เราเริ่มเดินทางตอนสายๆของวัน

ออกจากชลบุรี

แวะที่แรก...

สะพานรักษ์แสม

สะพานลวดสลิงที่ทอดยาวไปในป่าชายเลน

มีเรือลำใหญ่จอดเป็นแบล็กกราวเก๋ๆ

ให้ยืนยืนมองโง่ๆ อยู่ท่ามกลางป่าชายเลน

เดินไปประมาณ 300 เมตร เห็นเรือนหอปูแสมที่ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ไว้

ทางเดินเลียบป่าชายเลนระยะทางสั้นๆ

พบว่าทางเดินถูกสร้างไม่เสร็จดี

เราเดินกลับออกมาพร้อมยืนสูดอากาศเย็นๆ

ลมพัดพอให้เราหายจากความร้อนของแดด

เดินเพลินๆ แวะดูหอยที่ชาวบ้านนำออกมาขาย

เป็นของที่หาได้จากท้องถิ่นกิโลละ 25 บาท

ปูตัวใหญ่กิโลละ 300 น้ำมะพร้าวหวานชื่นใจเนื้อแน่นๆถุง ถุงละ 15 บาท

เส้นจันท์ผัดปูห่อละ 20 ขนมจากและอาหารพื้นบ้านอีกเพียบที่ชาวบ้านต่างนำเสนอนักท่องเที่ยว

ให้ได้แวะชิมลิ้มลอง

ใครแวะผ่านไปผ่านมาก็มาช่วยอุดหนุนคนในชุมชน เป็นกำลังใจ

เค้าจะได้ช่วยอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวสวยๆให้ได้อยู่กับเราไปนานๆ

อีกอย่างเกือบลืมไป

บริเวณที่จอดรถเต็มที่ได้แค่สองถึงสามคัน

ต่อกันที่วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาวราราม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดทะเลน้อย

วัดที่มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน

ภายในให้ความรู้สึกเก่าแก่ เงียบ สงบ

วัดแห่งนี้ เล่ากันว่า กองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จผ่านเพื่อนำทัพไปตีเมืองจันท์ จึงได้หยุดพักที่บ้านทะเลน้อย ภายในวัดแห่งนี้เราจะได้พบกับโบราณวัตถุ เช่น อุโบสถเก่าแก่กว่าอายุ 300 ปี พระประธานเก่าแก่ โครงสร้างหวาย ฉาบปูนปิดทอง
เจดีย์เก่าแก่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2430 นอกจากนี้ยังมี ศาลพระเจ้าตากสินมหาราช บัลลังก์จำลอง

สถานที่แวะต่อไปคือจุดชมวิวหินโคร่ง โขดหินที่เรียงรายทำให้คลื่นซัดสาดเป็นฟองขาว

เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ไม่ได้มีคนแวะมามากนัก

แต่เราแวะ

มองว่ามันไม่มีอะไร

มันก็จะไม่มีอะไร

แค่ได้ไปยืนดูน้ำซัดโขดหิน

ไปสูดอากาศริมทะเล

ไปยืนเท่ๆ ถ่ายรูปกับเพื่อน

แค่นั้นก็น่าจะคุ้มค่าแล้ว

ต่อไปเราไปลานหินสีชมพู

เห้ยแกรรร!!

มันสีชมพูจริงๆว่ะ

แต่.........

เพื่อนไม่ตื่นเต้นด้วยเลย 555

ซึ่งมีเส้นทางศึกษาทางธรรมชาติตามแนวชายฝั่ง

ลานหินสีออกแดงอมชมพู ดูแปลกตา ตัดกับน้ำทะเลสีเข้ม

และที่สำคัญที่นี่มีลานกางเต็นท์ขนาดย่อม ที่ถูกปูด้วยพื้นหญ้านุ่มๆสีเขียว

ค่าเข้า 20 ค่ารถเข้า 60
วันที่ไปไม่เสียเพราะอุทยานประกาศให้เข้าฟรี
ไม่อยากเอารถเข้าไป จอดไว้ลานด้านล่าง

เดินสองสามเก้าก็ถึง

แน่นอนคงต้องหาโอกาสกลับมานอนที่นี่ดูอีกสักคืน

เย็นๆเราแวะทานอาหารที่ร้านแหยมซีฟู้ด ร้านติดชายทะเลถนนสายเฉลิมบูรพาชลทิศ

แล้วก็ไปค้างบ้านเพื่อนพร้อมกับอาหารทะเลที่ขนมาเต็มรถ

หมึกย่างก็มา

หอยขนมาทั้งทะเล

สุดท้ายกินไม่หมด

มื้อเช้าเลยได้กินข้าวต้มทะเลอีกรอบ

สายๆไปเดินเพลินๆที่ ตลาดชุมชนขนมแปลก ตำบลหนองบัว

ช้อปขนมกันเพลิน

แปลกเลย ขนมอันนี้

คิวยาว หมดเร็วมาก อดกิน

แถมขอชิมฟรีด้วย

ชาวบ้านที่นี่ใจดีมากๆ

ทุกคนอัธยาศัยดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน

ราคาขนมก็ไม่แพงเลย

สุดท้ายเพื่อนๆ ตกลงแวะกินข้าวที่ชุมชนริมน้ำจันทบูรก่อนกลับ


เพื่อนกลับกันหมดแล้ว

เราแวะไปต่อ

ที่เขาสอยดาว

กะว่าไปนอนดูดาวฟินๆอีกสักคืน

แต่ เมฆเยอะ จนกลัวว่าคืนนี้คงไม่รอดจากฝน

กางเต้นท์ไป ฝนโปรยปรายไป

ก่อนนอน

แยกไม่ออกเลย ว่าเสียงลมพัดใบไม้ เสียงน้ำตก หรือเสียงฝนกันแน่

เช้าๆเดินเล่นก่อนกลับ

หญ้าเขียวชอุ่ม

และนี่ก็เป็นอีกเสน่ห์ของหน้าฝน

เดินไปน้ำตกข้างๆ ลานกางเต้นท์

เอาเท้าแช่น้ำอีกสักนิด

น้ำเย็นเกินกว่าจะลงไปแช่ทั้งตัว

อากาศเย็น ร่มรื่นข้างน้ำตก

พอที่จะเดินเลาะเลียบขึ้นไปในป่า

และก็ไปเจอ รูปปั้นกามนิตวาสิฏฐี

เด่นเป็นสง่า ท่ามกลางหมู่แมกไม้สีเขียว

โรแมนติกซะเหลือเกิน

ซึ่งกามนิตวาสิฏฐี

เป็นนิยายอิงพุทธประวัติ

...สรุปเนื้อหาได้ว่า...

คู่รักที่พลัดพราก พยายามตามหากัน ต่างฝ่ายได้พบพระพุทธองค์โดยบังเอิญ
ต่างสถานที่ ต่างเวลา และได้ฟังธรรม ท้ายที่สุดเมื่อรู่รักได้พบกันก็มีเหตุให้ต้องตายจากกัน ทั้งสองได้เล่าเรื่องราวชีวิตหลังความรักในโลกมนุษย์ ประสบการณ์แห่งการไขว่คว้าหากันจนได้มาพบเจอพุทธศาสนา ตลอดจนการเห็น การเกิดดับของสรรพสิ่งที่แม้แต่สวรรค์ พรหมก็หลีกหนีไม่พ้นความเปลี่ยนแปลง มีแต่บรมสุขแห่งพระนิพพาน คือทางออกแห่งการเดินทางอันยาวนานนี้

เป็นการเชื่อมโยงหลักธรรมในพุทธศาสนากับความจริงแห่งความรักได้อย่างลึกซึ้งและกินใจ


3 วัน 2 คืน กับเงิน 3000 บาทมีทอน
แต่เดี๋ยวก่อน งบนี้ใช้สองคนนะจ๊ะ

    น้ำมะพร้าวที่สะพานรักษ์แสม 30 บาท
    ค่าอาหารทะเล คนละ 200 บาท
    ทานอาหารที่ร้านแหยมซีฟู้ด คนละ 200 บาท
    ค่ากางเต็นท์ นำเต็นท์มาเอง คืนละ 30 บาทต่อคนต่อคืน
    ค่าแก๊ส 900 บาท
    ข้าวกลางวันร้านคนละยำ คนละ 160 บาท
    ค่าข้าวเย็นที่กางเต้นท์ 150 บาท
    ค่าขนมแปลก ชุมชนหนองบัว 100 บาท
    ของฝาก ทุเรียน + สละ 500 บาท
    แล้วเจอกันทริปหน้าน้าาาาาาาา




ความคิดเห็น